เข้าสู่ระบบผ่าน

ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย นิยาย บท 240

บทที่ 240 ย่านชนชั้นสูง

“สิ่งก่อสร้างของที่นี่ช่างแตกต่างไปจากสิ่งก่อสร้างแถวด้านนอกโรงงานจังเลยแฮะ” ฉิงเทียนเงยหน้าขึ้นมาและมองดูสิ่งก่อสร้างในย่านนี้ สิ่งก่อสร้างแต่ละอย่างของที่นี่ล้วนแล้วแต่สวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข ต่างไปจากย่านโรงงาน ที่ถึงแม้จะมีตึกระฟ้าเช่นกัน แต่บ้านเรือนที่นั่นกลับไม่มีอะไรโดดเด่นเลย

ยิ่งไปกว่านั้นฉิงเทียนก็ยังพบว่าผู้หญิงผู้ชายที่นี่ส่วนใหญ่ที่เดินเข้าออกรถไฟนั้นล้วนแล้วแต่ใส่สูทและรองเท้าหนัง และผู้หญิงก็แต่งตัวชวนมองและมีสีสัน ช่างต่างไปจากผู้คนที่อยู่ในเขตโรงงาน

“ที่นี่คงจะเป็นย่านคนมีเงินแหงๆ” ฉิงเทียนคิดในใจ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่คนรวยทุกคนในโลกนี้จะอาศัยอยู่รวมกันกับคนชนชั้นธรรมดา มันเป็นความจริงของทุกๆประเทศในโลก เช่นพวกเศรษฐีในฮ่องกงที่มีบ้านอยู่ในภูเขา ขณะที่คนทั่วไปจะอาศัยอยู่รวมกันในย่านชุมชน และเมืองหลวงของประเทศข้างเคียงประเทศของจีนทั้งสามประเทศเองก็แบ่งคนรวยคนจนออกอย่างชัดเจนเช่นกัน! มองอีกแง่หนึ่งหากคนรวยอาศัยในย่านคนจน คุณก็อาจจะมีปัญหาด้านอาหารการกินได้ ถึงแม้คุณจะรวยก็ตามที

ซึ่งฉิงเทียนก็มั่นใจว่าเขาในตอนนี้น่าจะอยู่ที่ย่านคนรวยในโลกจินตนาการแห่งนี้แน่

ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังมองดูสภาพแวดล้อมรอบๆอยู่นั้น ก็มีตำรวจ 2 คนที่อยู่ไกลๆก็สังเกตเห็นฉิงเทียนอยู่พักใหญ่ๆแล้ว

“เสี่ยวหลี่ แกเห็นชุดของไอ้เด็กคนนั้นไหม? แกคิดว่ามันแอบลอบเข้ามาในเขตชนชั้นสูงรึเปล่า?” ตำรวจแก่ไว้หนวดพูดกับตำรวจหนุ่มที่อยู่ข้างๆเขา

ตำรวจที่ชื่อว่าเสี่ยวหลี่ก็ได้มองตามทิศที่ชี้โดยตำรวจไว้หนวดและพบฉิงเทียนที่ใส่ชุดคนงานอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าต่างไปจากคนรอบๆโดยสิ้นเชิง

“ผมก็คิดแบบนั้นนะลุงเจิ้ง เจ้าเด็กนั่นจะต้องมาจากย่านชุมชนแล้วหลบหนีมาที่ย่านชนชั้นสูงแน่ๆ” แล้วเสี่ยวหลี่ก็ได้เดินไปยังที่ที่ฉิงเทียนอยู่

“ไอ้หนู แกมาจากไหนกัน? ขอดูบัตรประจำตัวประชาชนหน่อยซิ” เสี่ยวหลี่และลุงเจิ้งก็ได้ถามขึ้นมา โดยที่ถือไม้ตะบองอยู่ในมือ

ฉิงเทียนจึงรู้ว่าคงจะทำผิดกฎหมายอะไรสักอย่างเข้าแล้วแน่ๆ อย่างไรเสียระบบการรักษาความปลอดภัยในย่านคนมีเงินบนโลกเองก็สุดยอดเช่นกัน และจะไม่ยอมให้คนนอกเข้าไปง่ายๆเด็ดขาด ซึ่งถ้าโชคดีก็จะโดนลงโทษแค่ส่งกลับเท่านั้น

ฉิงเทียนจึงได้คิดว่าบางทีดวงของเขาคงจะหมดแล้ว และตอนนี้เขาก็โชคร้ายที่ดันเข้ามาที่ย่านคนรวยเช่นนี้ มองไปที่สายตาที่ดุร้ายของตำรวจทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้าเขา ซึ่งเห็นได้ชัดว่าพวกเขาคงคิดว่าเขานั้นลักลอบเข้ามาแน่ๆ คำถามตอนนี้คือเขาจะถูกจัดการอย่างไร?

“พวกคุณเป็นตำรวจจริงๆเหรอ? ขอผมดูบัตรประจำตัวของคุณหน่อยสิ” ฉิงเทียนก็ได้จ้องไปที่พวกเขา ซึ่งเขาคิดว่าตอนนี้เขาต้องการเวลาอย่างมาก เขาจึงได้ทำการถ่วงเวลา

“หึ แกอย่าคิดนะว่าจะถ่วงเวลาพวกเราได้” ลุงเจิ้งพูดอย่างดูถูก แล้วเขาก็ได้หยิบเอาบัตรประจำตัวตำรวจออกมา แล้วยื่นออกมาให้ดูตรงหน้าของฉิงเทียนแล้วพูดขึ้น “ไอ้หนู ข้าเอาบัตรให้ดูแล้วนะ ตอนนี้ข้าขอดูบัตรของแกได้รึยัง? ถ้าเกิดแกเป็นแค่พลเรือนที่ลักลอบเข้ามาในเขตชนชั้นสูงและขัดขืนการจับกุมของเจ้าหน้าที่แล้ว ตามกฎหมายของทางสหภาพแล้ว แกจะต้องถูกแขวนคอ”

“ทำไมถึงได้โชคร้ายอย่างนี้นะ เพิ่งจะหนีรอดมาจากกลุ่มชายชุดดำแล้วแท้ๆ แต่นี่ต้องมีหลบหนีตำรวจ 2 คนอีกเหรอเนี่ย?” เมื่อคิดถึงความโชคร้ายของตัวเองแล้ว เขาคิดว่าเขาอาจจะได้หนีไปตลอดในโลกแห่งนี้ก็ได้!

“เอามาให้ดูได้แล้ว อย่ามามัวยึกยัก” ตำรวจหนุ่มเสี่ยวหลี่สะบัดไม้ตะบองในมือของเขาอย่างหมดความอดทน ไอ้หนูนี่แค่มองแวบแรกก็รู้เลยว่าจะต้องลักลอบเข้ามาที่นี่แน่ๆ และคิดที่จะแขวนขอเขาเสีย

“เดี๋ยวสิ กำลังหาอยู่! “ ฉิงเทียนแกล้งทำเป็นล้วงหาของในกระเป๋า หาดูว่าบัตรประชาชนของเขาอยู่ที่ไหน? ซึ่งพบว่าไม่มีอะไรอยู่เลยทั้งกระเป๋าทั้งสี่ใบของเขา อย่าว่าแต่จะไม่มีบัตรประชาชนเลย ฉิงเทียนเตรียมพร้อมจะวิ่งหนีด้วยซ้ำ

จู่ๆก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมา “ฉันพาเขามาเอง” ฉิงเทียนหันหน้าไปหาก็ต้องตกใจซึ่งคนที่พูดนั้นคือเฉียงเวยนั่นเอง ในเวลานี้เฉียงเวยได้ใส่เสื้อสูทและสวมกางเกงยีนย์ ซึ่งทำให้เห็นจุดเด่นของเธอที่มีสัดส่วนโค้งเว้าที่เซ็กซี่

ตำรวจทั้ง 2 นายเมื่อเห็นเฉียงเวยจึงได้ถามกลับไป “คุณบอกว่าเป็นคุณที่พาเขามางั้นเหรอ งั้นช่วยแสดงหลักฐานของคุณมาให้ดูหน่อย” แล้วตำรวจที่ชื่อลุงเจิ้ง ซึ่งตอนนี้ยืนอยู่คู่กับตำรวจหนุ่มที่ชื่อเสี่ยวหลี่ซึ่งดูเหมือนลูกพี่หมูนั้นกำลังจ้องมาที่เฉียงเวย

“นี่คือหลักฐานของฉัน!” เฉียงเวยได้ยื่นบัตรโลหะให้กับเขา

ทันทีที่ลุงเจิ้งรับบัตรนั้นมา เขาก็ได้มองดูข้อมูลที่อยู่ในนั้นด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยน แต่แล้วเขาก็ได้ก้มหัวให้แล้วคืนบัตรอย่างนอบน้อมแล้วพูดขึ้น “ถ้าเช่นนั้นพวกเราขอตัวก่อน” จากนั้นเขาก็ได้ลากเสี่ยวหลี่ไป ผู้ซึ่งยังยืนงงๆอยู่

ฉิงเทียนจึงมองไปที่เหตุการณ์นี้อย่างสงสัย ในใจของเขานั้นมีความสงสัยว่าเฉียงเวยได้เอาอะไรออกมา ซึ่งทำให้ตำรวจ 2 นายนั้นกลัวและรีบถอยไปทันที

แต่ถ้าเธอเป็นคนที่มีฐานะดี เธอก็คงไม่มาเป็นเจ้าของร้านเหล้า และไปที่บ่อนพนันเพื่อหาเวลา 10,000 ชั่วโมงแน่ๆ เมื่อยิ่งคิดฉิงเทียนก็ยิ่งคิ้วขมวด

แล้วเสียงที่อ่อนหวานของเฉียงเวยก็ได้ดังขึ้นมา “คุณกำลังเดาว่าฉันเป็นใครอยู่สินะ?”

ฉิงเทียนได้เก็บความสงสัยของเขาฝังเอาไว้แล้วยิ้มและตอบกลับไป “ผมก็แค่สงสัยน่ะ ว่าทำไมเจ้าของร้านเหล้าถึงได้ทำให้ตำรวจสองคนนั้นหนีไปได้”

เฉียงเวยจึงยิ้มและตอบ “ทำไมเราไม่ไปหาที่ดื่มกาแฟกันสักแก้วแล้วค่อยๆทำความรู้จักกันดีกว่าล่ะ?” จริงๆแล้วไม่ได้มีแค่ฉิงเทียนที่สงสัยในตัวตนของเฉียงเวย แต่เธอเองก็สงสัยในตัวตนของฉิงเทียนเช่นกัน

ซึ่งไม่ว่าเรื่องที่เขาเอาหินทั้ง 5 ก้อนนั้นให้เธอ หรือจะเรื่องที่เขาถูกคนไล่ล่าอีก ซึ่งตอนที่เธอได้ทำการตัดหินทั้ง 5 ก้อนนั้นแล้ว ก็พบว่าออกมาเป็นหยกเสีย 3 ก้อน และยังเป็นหยกคุณภาพดีอีกด้วย

“พูดความจริงงั้นเหรอ? ใครเชื่อก็บ้าแล้ว ถ้าอย่างนั้นคุณก็อธิบายมาสิว่าคุณแยกแยะหินหยกได้แม่นยำแบบนั้นได้อย่างไร? อย่ามาบอกว่าโชคดีนะ ลำพังแค่โชคดีไม่สามารถทำให้มีหยก 5 ก้อนในหิน 15 ก้อนได้หรอกนะ! และยังพูดเหมือนมั่นใจว่าจะมีหยกในกองหินของฉันด้วย” เฉียงเวยบอกความสงสัยในใจของเธอยาวในอึดใจเดียว

ซึ่งทำเอาฉิงเทียนไม่รู้ว่าจะแต่งเรื่องอย่างไรดี จนผ่านไปพักหนึ่งเขาก็ยังไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดีเลย

แต่ถ้าเขาบอกว่าโชคดีไป เธอจะทำอย่างไรกับเขานะ ฉิงเทียนนึกถึงที่จ้าวก่างเคยพูดกับเขาเมื่อก่อน เมื่อเรื่องที่คุณโกหกกับผู้หญิงถูกเปิดโปง คุณก็จะเหลืออยู่วิธีเดียวนั่นคือเล่นบนคนร้ายไปเลย ยังไงเสียเธอก็ถามอะไรเราไม่ได้ตราบที่เรายังไม่ยอมรับ

“ก็แค่โชคดีจริงๆนั่นแหละ” ฉิงเทียนตอบ

“คุณ….คุณ” เฉียงเวยกัดฟันขาวสวยทั้งสองแถวของเธอ

“ถ้าอย่างนั้นก็ตาคุณแล้ว บอกผมมาทีว่าคุณพบผมได้อย่างไร แล้วทำไมคุณถึงสามารถทำให้ตำรวจทั้งสองคนถอยไปได้ด้วย” ฉิงเทียนถามกลับไป

“มันเป็นความลับของฉัน” เฉียงเวยตอบอย่างเย็นชา

“เอาอย่างนี้ดีกว่า พวกเรามาแลกเปลี่ยนความลับกัน ถ้าคุณบอกผม ผมก็จะบอกคุณ” ฉิงเทียนพูดด้วยสีหน้าราวกับเป็นคนทรยศ

เฉียงเวยก็คิ้วขมวดขึ้นมาและคิดอยู่สักพักหนึ่ง หากเธออยากที่จะให้ฉิงเทียนช่วย ความลับของเธอก็คงจะถูกเขารู้เข้าในไม่ช้าหรือเร็วอยู่ดี และมันก็จะไม่ใช่ความลับอีกต่อไป และถ้าหากเธออยากจะให้ฉิงเทียนช่วย เธอเองก็ต้องรู้ตัวตนของเขาก่อน

“ก็ได้ คุณช่วยตอบคำถามของฉันมาก่อน” เฉียงเวยยกกาแฟขึ้นมาแล้วจิบด้วยปากเล็กๆของเธอ

“ได้” ฉิงเทียนตอบตกลงอย่างรวดเร็ว “คุณถามผมว่าทำไมผมถึงช่วยคุณ ก็เพราะคุณเหมือนกับคุณรู้จักของผมคนหนึ่งมากก็เท่านั้น ส่วนอีกคำถาม ทำไมผมถึงสามารถเลือกหยกได้ถูกต้องสูง ผมคงบอกได้แค่ว่าผมมีความรู้สึกพิเศษรับรู้หยกได้เท่านั้น”

เฉียงเวยมองไปที่ใบหน้าของฉิงเทียนอย่างจริงจังแล้วพบว่าไม่ใช่ใบหน้าของคนที่โกหก จึงได้ถามคำถามสุดท้ายในใจของเธอกลับไป “ทำไมคุณถึงได้ถูกคนของสำนักงานจัดสรรเวลาไล่ล่าล่ะ?”

“เรื่องนี้ผมเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน ผมเพิ่งจะออกมาจากโรงงาน ผมไม่รู้หรอกว่าอะไรคือสำนักงานจัดสรรเวลานี่ด้วยซ้ำ?” ฉิงเทียนตอบอย่างหดหู่ ถึงแม้เขาจะเดาว่าตัวหัวหน้าที่อยู่เบื้องหลังสำนักงานจัดสรรเวลานั้นน่าจะเป็นปีศาจจิตใจก็ตามที แต่เขาก็ไม่รู้จริงๆว่าสำนักงานจัดสรรเวลาคืออะไรกันแน่

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย