เข้าสู่ระบบผ่าน

ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย นิยาย บท 257

บทที่ 257 เอี๋ยวฉือ

เอี๋ยวฉือ ทะเลสาบที่ส่องประกาย ราวกับถูกย้อมด้วยสีเขียว ใสสะอาดและโปร่งแสง มีนกน้อยบินมารวมกันที่ทะเลสาบนี้ที่บ้างก็บินอยู่เหนือทะเลสาบ บ้างก็เล่นน้ำ และพบเหล่านางฟ้าที่พากันวิ่งวุ่นไปมาอยู่ที่ทะเลสาบเอี๋ยวฉือแห่งนี้

พระราชวังสวรรค์นั้นคือจุดศูนย์กลางอำนาจของโลกเซียน และยังเป็นจุดศูนย์กลางการปกครองขององค์เง็กเซียนอีกด้วย! ส่วนทะเลสาบเอี๋ยวฉือนั้นเปรียบได้ดั่งพระราชวังของเจ้าแม่หวังหมู่ และเป็นสถานที่ส่วนตัวของเจ้าแม่เอง ดังนั้นเซียนทั่วๆไปจะไม่อนุญาตให้เข้ามาในเขตทะเลสาบหากปราศจากการถูกเชิญโดยเจ้าแม่เอง ดังนั้นต้องเป็นบุคคลที่สำคัญจริงๆเท่านั้นถึงจะเข้ามาในทะเลสาบเอี๋ยวฉือนี้ได้ อย่างไท่ไป๋จินซิง, หลี่จิ้งและคนอื่นๆ!

ฉิงเทียนนั้นได้เดินตามไท่ไป๋จินซิง และมองดูรอบๆอย่างสงสัยใคร่รู้ และคิดว่าองค์เง็กเซียนเรียกหาเขาทำไมอีก แล้วยังเป็นการส่วนตัวอีกด้วย!

ณ ทะเลสาบเอี๋ยวฉือ องค์เง็กเซียนกับเจ้าแม่หวังหมู่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนอย่างสบายอารมณ์ และพูดคุยและหัวเราะอยู่กับเหล่าลูกสาวทั้งแปดของเขา!

เมื่อลูกสาวทั้งแปดของเขาเห็นไท่ไป๋จินซิงพาฉิงเทียนมาด้วย ก็ได้หยุดพูดคุยกันแล้วหลบไปอยู่ด้านหลังของเจ้าแม่และองค์เง็กเซียน!

แต่พวกเธอก็ได้มองมาที่ฉิงเทียนแล้วกระซิบกระซาบกัน ถึงแม้ฉิงเทียนจะไม่รู้ว่าพูดอะไรกัน แต่เขาก็เห็นได้ชัดว่าในตอนที่เจ้าหญิงทั้ง 7 พูดคุยกันอยู่นั้นฮ่าวอวิ๋นก็ได้หน้าแดงราวกับลูกแอปเปิ้ล แล้วก็ก้มหน้าและแอบมองมาที่ฉิงเทียน!

“กราบเรียนฝ่าบาท ข้าได้พาฉิงเทียนมาพบพวกท่านที่นี่แล้ว!” ไท่ไป๋จินซิงกล่าวและก้มหัว

“ถวายบังคมฝ่าบาท!” ฉิงเทียนก้มหัวคำนับ

องค์เง็กเซียนก็ได้หรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วก็ยิ้มและพูด “ลุกขึ้นเถิด ที่นี่คือเอี๋ยวฉือ ไม่ใช่พระราชวังสวรรค์ มันไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตองขนาดนั้น นั่งลงก่อน” แล้วองค์เง็กเซียนก็ได้ชี้ไปที่เก้าอี้ม้านั่งหินอ่อนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

“ขอรับ!” ทั้งสองคนตอบรับพร้อมกัน ฉิงเทียนก็ได้สงสัยขึ้นมาว่าเขาควรจะนั่งดีหรือไม่ ในขณะที่เจ้าหญิงทั้งแปดยังคงยืนอยู่!

เขามองดูไท่ไป๋จินซิงที่นั่งลงที่ม้านั่งอย่างไม่มีพิธีรีตองแล้ว และก็เห็นไท่ไป๋จินซิงทำท่าทางให้เขานั่งลงด้วย ฉิงเทียนจึงได้นั่งลงอย่างระมัดระวัง

เมื่อเห็นท่าทีที่ดูระวังตัวของฉิงเทียนแล้ว องค์หญิงทั้งแปดที่ยืนอยู่ด้านหลังต่างก็พากันปิดหน้าของพวกเธอแล้วหัวเราะคิกคัก

องค์เง็กเซียนก็ได้พูดอย่างติดตลก “ฉิงเทียน เจ้าที่กล้าด่าข้าในโลกจินตนาการนั้น ทำไมถึงได้ทำเป็นขี้กลัวอะไรตอนนี้เล่า!”

หลังจากที่ได้ยินที่องค์เง็กเซียนพูด เจ้าแม่ที่อยู่ข้างๆก็ได้พูดขึ้นมาทันทีด้วยสีหน้าที่ไม่ดี “เจ้ากล้าด่าฝ่าบาท ดูเหมือนว่าเจ้าคงจะไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ!”

“ฮิๆ ท่านพ่อก็พูดเล่นไป ท่านที่เป็นถึงจ้าวแห่งโลกเซียน ฉิงเทียนจะไปกล้าด่าท่านได้อย่างไร?” องค์หญิงทั้งเจ็ดต่างก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ไม่อยากเชื่อ

“ก็ลองถามเขาดูสิ ว่าเขาด่าข้าจริงหรือไม่?”

อุ่ก, เมื่อได้ยินองค์เง็กเซียนยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด! ฉิงเทียนก็ได้รีบลุกขึ้นยืนแล้วก้มหัวด้วยความกลัวทันที “กราบเรียนฝ่าบาท ตอนนั้นสถานการณ์มันบังคับให้ข้าน้อยต้องทำจริงๆ”

“เห็นไหม? ข้าไม่ได้โกหกพวกเจ้า” องค์เง็กเซียนพูดกับเหล่าลูกสาวของเขาที่ทำท่าเหมือนไม่เชื่อ

“ฉิงเทียน เจ้านี่ช่างกล้าหาญจริงๆ ที่กล้าพูดด่าท่านพ่อเช่นนี้!” เจ้าหญิงทั้งเจ็ดพูดอย่างชื่นชม

“องค์หญิงทั้งเจ็ดได้โปรดอย่าล้อข้าน้อยเช่นนี้เลย!” ฉิงเทียนรีบพูดตอบกลับไป และคิดว่าทำไมตอนในโลกจินตนาการเขาถึงได้ปากพล่อยเช่นนั้น

เมื่อเห็นฉิงเทียนที่ก้มหัวลงจนเกือบติดขา องค์เง็กเซียนก็ได้เลิกล้อเขาเล่น “พอเถอะ พวกเจ้าอย่าไปแกล้งเขานักเลย แล้วข้าเองก็ไม่ใช่เซียนที่คิดมากขนาดนั้น”

ส่วนฉิงเทียนก็ได้ก้มหน้าต่อ เขานั้นไม่คิดว่าฮ่าวอวิ๋นนั้นจะชอบเขาอยู่ ถึงแม้ว่าเขาจะมีความรู้สึกดีๆให้ฮ่าวอวิ๋นอยู่บ้าง แต่ก็เหมือนกับการรนหาที่ ฐานะของพวกเขาทั้งสองคนนั้นช่างต่างกันมากเกินไป สาวทอผ้ากับหนุ่มเลี้ยงวัวนั้นแม้จะรักกัน แต่จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ทั้งคู่ก็ยังได้พบกันแค่ที่สะพานนกในวันเทศกาลชีซีเจี๋ยเท่านั้น

อย่าว่าแต่เขาจะมีคนที่ชอบแล้วเลย มันเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำที่เขาจะพูดเรื่องนี้กับเจ้าแม่หวังหมู่ผู้ที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวของเธอเหนือสิ่งอื่นใด ดังนั้นฉิงเทียนจึงคิดว่าเขาควรที่จะตัดความสัมพันธ์ของฮ่าวอวิ๋นโดยเร็วที่สุด!

อย่างที่คาดเจ้าแม่เองก็รอฟังฉิงเทียนอยู่เช่นกัน ถึงแม้ว่าเธอจะจ้องมาที่ฉิงเทียนอย่างไม่พอใจ แต่เธอก็ได้ถอนหายใจออกมา เพราะเธอเองก็ไม่ต้องการให้ลูกสาวของเธออีกคนหลงรักมนุษย์อีกแล้ว

ไท่ไป๋จินซิงก็ได้มองไปที่ฮ่าวอวิ๋นที่วิ่งออกไปแล้วถอนหายใจ! เขาเองก็ไม่ได้พูดอะไร เขารู้ถึงนิสัยของเจ้าแม่เกี่ยวกับการแต่งงานของลูกสาวของเธอดี ซึ่งแม้แต่องค์เง็กเซียนก็ไม่สามารถที่จะพูดอะไรได้

องค์เง็กเซียนเองก็รู้สึกเสียใจกับฉิงเทียน เขานั้นไม่เพียงแต่จะจัดงานเลี้ยงลูกท้อครั้งนี้ได้อย่างวิเศษแล้ว และยังสามารถช่วยกำจัดปีศาจได้อีกด้วย!

ดังนั้นในครั้งนี้องค์เง็กเซียนจึงได้คิดที่จะมอบรางวัลให้ฉิงเทียนอีกอย่างจึงได้พูดขึ้น “ฉิงเทียนที่ข้ามอบรางวัลให้เจ้าในพระราชวังสวรรค์ไปนั้นเป็นรางวัลของการกำจัดปีศาจจิตใจ ในตอนนี้ที่ข้าเรียกเจ้ามาพบก็เพื่อจะมอบรางวัลที่เจ้าช่วยไท่ไป๋จินซิงจัดงานเลี้ยงลูกท้ออย่างเยี่ยมยอด ดังนั้นข้าจะสัญญาว่าจะทำตามที่เจ้าขออีกข้อหนึ่ง!”

ฉิงเทียนไม่คิดว่าองค์เง็กเซียนนั้นจะให้โอกาสเขาขอได้อีกข้อหนึ่ง หลังจากที่คิดดู เขาก็ไม่รู้ว่าจะขออะไร แน่นอนว่าเรื่องของร่างกายจิ่วยินเสวียนยินของซูเสวี่ยนั้นก็ไม่มีใครที่รู้วิธีนอกจากตัวฉางเอ๋อเองด้วย

“กราบเรียนฝ่าบาท ข้าน้อยไม่มีอะไรจะขอแล้วขอรับ!” ฉิงเทียนปฏิเสธอีกครั้ง ในเวลานี้ฉิงเทียนอยากที่จะออกจากโลกเซียนโดยเร็วที่สุด ในตอนที่เขาเห็นแววตาที่เจ็บปวดของฮ่าวอวิ๋นแล้ว ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บปวด!

“เจ้าไม่มีอะไรจะขอแล้วจริงๆอย่างนั้นเหรอ?” เจ้าแม่เองก็ถามบ้าง! จริงๆแล้วเจ้าแม่เองก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจฉิงเทียนเท่าไรนัก ถึงแม้ว่าเขาจะทำผลงานเอาไว้มากในครั้งนี้ จนเจ้าแม่หวังหมู่ได้คิดที่จะให้เขาเข้ามาเป็นข้าราชบริพารบนสวรรค์ แต่เจ้ามนุษย์ผู้นี้กลับกล้ามาจีบลูกสาวของเธอ ซึ่งเรื่องนี้ยกโทษให้ไม่ได้จริงๆ

แน่นอนว่าในสายตาของเจ้าแม่หวังหมู่แล้ว เป็นฉิงเทียนเองที่ไปจีบฮ่าวอวิ๋น!

“ไม่มีครับ!” ฉิงเทียนก็ได้ตอบอย่างเย็นชา การตอบในครั้งนี้ของฉิงเทียนนั้นได้ทำให้องค์เง็กเซียนทั้งรู้สึกตื้นตันและหงุดหงิดเล็กน้อย แต่สำหรับเจ้าแม่แล้วนั้น เธอที่ตอนแรกนั้นไม่ค่อยชอบพออยู่แล้ว มองเขาอย่างดูหมิ่นมากขึ้นไปอีก!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย