เข้าสู่ระบบผ่าน

ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย นิยาย บท 274

บทที่ 274 เงื่อนงำใหม่

“พี่เขยของแกคือคนจากตระกูลเฉินที่สนับสนุนแกใช่หรือไม่?” ฉิงเทียนพูดอย่างเย็นชา

เซียะเกาเทียนผงกหัวราวกับไก่จิกข้าว และเมื่อนึกถึงพี่เขยของเขาความกลัวของเขาก็ได้ลดลงไป “พี่เขยนั้นเป็นลูกชายของผู้นำตระกูลเฉิน แล้วยังเป็นผู้มีสิทธิ์ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลเฉินอีกด้วย” เป็นเพราะแกฉิงเทียนแกทำให้ฉันต้องมาทำแบบนี้

เมื่อได้ยินที่เซียะเกาเทียนพูดแล้ว ฉิงหยูก็ได้พูดและแสยะยิ้ม “ถ้าแกจะมีคนจากตระกูลเฉินหนุนหลังอยู่ แต่อย่าคิดว่าพี่เขยแกจะช่วยเหลือแกได้นะ” พูดจบก็เตะเข้าไปที่ขาของเซียะเกาเทียน!

“อ๊าก” เซียะเกาเทียนก็ได้ตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด

“เอ้าตอบมาตรงๆ แกอยากจะตอบคำถามพวกเรารึยัง?” ฉิงหยูพูดอย่างเย็นชา ถึงแม้ฉิงหยูจะดูเหมือนเตะไปธรรมดาๆ แต่จริงๆแล้วเขาได้แฝงพลังวิญญาณลงไปที่ขาของเขาด้วย แต่เซียะเกาเทียนนั้นเป็นแค่คนธรรมดา แต่ฉิงหยูคิดว่าความแรงของขาเขาน่าจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ทำให้ขาของเซียะเกาเทียนนั้นหักไปทันที!

เซียะเกาเทียนรู้สึกเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและผงกหัวอย่างรวดเร็ว แต่ทว่าเขานั้นแค้นฉิงเทียนและน้องชายจนอยากให้ตายมาก แล้วเขาก็คิดอย่างชั่วร้าย: พวกมันบังอาจมากที่ทำกับเราจนเป็นแบบนี้ คอยดูนะพี่เขยมาเมื่อไร เขาจะต้องจับพวกมันได้แน่ แล้วเราจะทำให้พวกมันต้องรู้สึกว่าตายเสียดีกว่าอยู่ เซียะเกาเทียนนั้นยังคงมั่นใจมากกับอิทธิพลของตระกูลเฉิน ในความคิดของเขานั้นพี่น้องตระกูลฉิงนั้นก็แค่เก่งวิทยายุทธนิดหน่อยเท่านั้น!

หากมาอยู่ต่อหน้าตระกูลเฉินแล้ว พวกมันก็แค่หมาข้างถนนไร้ซึ่งความน่ากลัวใดๆแล้ว

ในเวลานี้เขาคิดที่จะรั้งพวกเขาไว้ให้อยู่ที่นี่แล้วรอให้พี่เขยของเขามาจับตัวฉิงเทียนไป แล้วจากนั้นเขาก็จะได้เข้าเป็นสมาชิกกรรมการพรรคประจำเมือง! เมื่อคิดเช่นนี้เซียะเกาเทียนก็รู้สึกเจ็บที่ขาน้อยลงเรื่อยๆ

เซียะเกาเทียนผู้ที่เป็นอันธพาลโดยพื้นฐาน ก็ได้รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นรอยยิ้มประจบประแจงแล้วพูดขึ้น “ไม่ทราบว่าจอมยุทธ์ทั้งสองท่านมีอะไรสงสัยก็ถามได้เลยครับ ผมรู้เกือบทุกเรื่องเลยล่ะครับ”

เมื่อเห็นท่าทีของเซียะเกาเทียนที่เปลี่ยนไปกะทันหัน เปลี่ยนไปจากเมื่อสักครู่แบบหน้ามือเป็นหลังมือ ความเร็วในการเปลี่ยนสีหน้าของเขานั้นแทบจะหาคนเทียบไม่ได้! ถึงเซียะเกาเทียนจะเป็นถึงเลขาธิการพรรคประจำอำเภอ แต่เขาก็ไม่ใช่คนกล้าแกร่งอะไรเลย ฉิงเทียนเชื่อว่าถ้านี่เป็นช่วงสงคราม เซียะเกาเทียนคงเป็นคนทรยศแน่ๆ

ฉิงเทียนก็มองไปที่เซียะเกาเทียนอย่างเหยียดหยัน และสงสัยว่าคนอย่างเขานั้นคู่ควรอะไรกับการดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคประจำอำเภอได้นะ ฉิงเทียนจึงไม่คิดที่จะพูดไร้สาระจึงได้ถามขึ้น “ฮึ่ม ไม่ว่าพวกเราจะถามอะไร แกก็จะตอบงั้นสินะ?”

“ครับ, ใช่ครับ….”

ฉิงเทียนก็ได้มองไปที่ฉิงหยูแล้วบอกให้เขาถาม ในเวลานี้ฉิงเทียนได้เปิดใช้เนตรมองทะลุและคอยดูการเปลี่ยนแปลงความคิดของเซียะเกาเทียน เซียะเกาเทียนนั้นไม่มีทางที่จะรอดพ้นสายตาของเขาไปได้แน่

ฉิงหยูเข้าใจความคิดของพี่ชายของเขาทันที และถามเซียะเกาเทียนที่ยังนอนอยู่ที่พื้นและนอนขดตัวเป็นกุ้ง “10 ปีที่แล้ว แกเป็นผู้กำกับสถานีตำรวจประจำอำเภอใช่หรือไม่?”

“ใช่ครับ” เซียะเกาเทียนตอบอย่างซื่อตรง แต่ในใจของเขานั้นยังสงสัยไม่หยุด!

“แกได้ทำร้ายกับคู่ผัวเมียคู่หนึ่งใช่หรือไม่?” ฉิงหยูพยายามสะกดอารมณ์โกรธแล้วถาม

ในเวลานั้นเองเซียะเกาเทียนรู้สึกตกใจ เขาได้ทำเช่นนั้นกับคู่ชายหญิงคนอื่นๆมากมายตลอด 10 ปีมานี้หากว่าเขาชอบผู้หญิงคนไหนเขาแล้วเธอไม่ยอมเขาก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำร้ายเขา และที่สุดยอดที่สุดใน 10 ปีก่อนก็คือหลินซืออิน ที่มีทั้งรูปร่างและหน้าตาดีแบบสุดๆ

อย่างไรเสียมันก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่กลับถูกชนโดยพี่เขยของเขา เซียะเกาเทียนยังจำได้ถึงตัวเขาที่มีสีหน้าตกใจเมื่อพบว่าผู้ที่ตายเป็นหลินซืออิน ทำให้เขารู้สึกเสียดายขึ้นมาในใจ!

และแน่นอนว่าความคิดเหล่านี้ถูกล่วงรู้โดยฉิงเทียนหมดแล้ว จูไห่นั้นไม่ได้หลอกเขาจริงๆ พ่อแม่ของเขานั้นรู้จักกับเซียะเกาเทียนจริงๆ

เมื่อเห็นความคิดเหล่านี้สีหน้าของฉิงเทียนก็มืดหม่นเรื่อยๆแล้วถามขึ้น “ในบรรดานั้นมีคู่สามีภรรยาเหล่านั้น มีคนที่ชื่อหลี่ซืออินอยู่ด้วยไหม?”

“ใช่มีคนชื่อหลี่ซืออินรวมอยู่ด้ว….” เซียะเกาเทียนพูดยังไม่ทันจบประโยค เขาก็นึกขึ้นได้ว่าฉิงเทียนที่แสนน่ากลัวที่อยู่ต่อหน้าเขาตอนนี้เป็นลูกชายของสามีภรรยาคู่นั้นนี่นา

พวกเขาคงคิดมาล้างแค้นเขาแน่ แล้วเซียะเกาเทียนก็ได้มองมาที่สองพี่น้องฉิงด้วยความสยองขวัญ ทำให้ตัวของเขานั้นถอยหลังออกมาและสั่นกลัว

“พวกแกเป็นใครกันแน่?” เซียะเกาเทียนถามขึ้นมาโดยทั้งๆที่รู้อยู่แล้ว ตอนนี้เขาคิดออกอย่างเดียวคือพยายามถ่วงเวลาจนกว่าพี่เขยจะมา มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นเขาถึงจะเอาตัวรอดได้ ต่อให้ลูกชายของหลินซืออินรู้เรื่องอะไรไปพวกเขาก็คงไม่รอดอยู่ดี

เมื่อเห็นว่าเซียะเกาเทียนนั้นแกล้งทำเป็นไม่รู้ ฉิงเทียนจึงได้ยิ้มในความโกรธ “แกจะบอกว่าไม่รู้จักฉันงั้นเหรอ? ทำไมแกถึงได้แกล้งทำเป็นไม่รู้จักล่ะ? พวกเราก็ได้ลูกชายของคู่สามีภรรยาที่แกฆ่าไปไง”

“ผมไม่ได้ฆ่า! ไม่ได้ฆ่าจริงๆ! ผมแค่อยากจะชิงตัวเธอมาเป็นผู้หญิงของผมแค่นั้นเอง” เซียะเกาเทียนพูดด้วยความหวาดกลัว สายตาของฉิงเทียนในเวลานี้น่ากลัวเกินไปแล้ว สายตาของเขานั้นช่างเหมือนกับหมาป่าที่กำลังมองหาเหยื่อยังไงอย่างงั้น

“พ่อแม่ของฉันถูกแกฆ่าจริงๆสินะ!” ฉิงหยูไม่รอฟังเซียะเกาเทียนอธิบายแล้วเตะเข้าไปที่ขาอีกข้างของเซียะเกาเทียนด้วยความโกรธ

“อ๊าก….” เซียะเกาเทียนตะโกนออกมา ดวงตาทั้งสองข้างของเขาก็แสดงให้เห็นว่าเขาสลบเหมือดไป

“ขอบคุณมากครับ” เซียะเกาเทียนก้มหัวอย่างสุดซึ้ง แต่เมื่อเขาได้ยินว่าให้หาหลักฐานกระทำผิดของเขามา เขาก็รู้สึกลังเล ถ้าเขาเอาหลักฐานออกมาเขาคงได้ถูกจำคุกตลอดชีวิตโทษฐานละเมิดและทำผิดกฎหมายหลายกระทงแน่นอน

ฉิงหยูก็ได้พูดอย่างไม่พอใจ “เซียะเกาเทียน มัวลังเลอะไรอยู่ ถ้าแกยังไม่อยากตายก็เอาหลักฐานมัดตัวแกออกมา”

“ได้ครับ ได้ ผมจะรีบเอาออกมาเดี๋ยวนี้แหละครับ” เซียะเกาเทียนพูดด้วยความกลัว จากนั้นเขาก็ยืนและมองหาสมุดบัญชีเล่มหนาที่อยู่ในห้องนั้นจากนั้นก็วางลงตรงหน้าฉิงเทียน

“มีสมุดบัญชีเสียด้วย!” ฉิงเทียนหยิบเอาสมุดบัญชีเล่มนั้นมาดูและพบว่ามันได้บันทึกการติดสินบนทั้งหมดที่เขาได้รับมาเอาไว้ ฉิงเทียนจึงได้ทำการคำนวณดูแล้วพบว่ามีจำนวนมากกว่า 1-2 พันล้านหยวน

เป็นแค่เลขาธิการพรรคประจำอำเภอเล็กแต่กลับโลภถึงเพียงนี้ ฉิงเทียนจึงได้พูดประชดออกไป “แกนี่มันเป็นเลขาธิการพรรคที่ดีจริงๆ เป็นเจ้าหน้าที่ที่ดีจริงๆ”

“มิได้ครับ มิได้!” เซียะเกาเทียนจึงได้รีบโบกมือแล้วปาดเหงื่อที่หัวของเขา จริงๆแล้วสมุดบัญชีเล่มนี้บันทึกเอาไว้แค่การติดสินบนของเขา แล้วยังมีสมุดบัญชีอีกเล่มที่บันทึกเกี่ยวกับบริษัทที่เขาเปิดและอื่นๆ ซึ่งสมุดบัญชีเหล่านั้นรวมกันมีมากเป็น 10 เท่าของสมุดบัญชีเล่มนี้เสียอีก

ฉิงเทียนจึงได้โยนสมุดบัญชีเข้าไปในแหวนเก็บของและมันก็หายไป เซียะเกาเทียนก็รู้สึกตกใจและมองไปที่สมุดบัญชีที่หายไปทันที และคิดว่าพวกเขาเป็นใครกันแน่

ฉิงเทียนก็ได้โบกมือของเขาแล้วผลักเซียะเกาเทียนออกไปด้วยพลังวิญญาณ

จากนั้นก็บอกกับฉิงหยูที่อยู่ข้างๆเขา “ไปกันเถอะ!”

ถึงแม้ว่าฉิงหยูจะไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ชายของเขาถึงได้จู่ๆก็ออกไปแล้วปล่อยเซียะเกาเทียนไว้เช่นนี้ แต่สำหรับพี่ชายของเขาแล้วฉิงหยูนั้นเชื่อพี่ชายของเขาโดยไม่สงสัย

เมื่อเห็นว่ายมทูตสองคนนั้นได้จากไปแล้ว เซียะเกาเทียนก็รู้สึกโล่งอกแล้วนั่งลงที่เก้าอี้

หลังจากที่ผ่านไปพักใหญ่ เซียะเกาเทียนรู้สึกโล่งอก เหตุการณ์เมื่อสักครู่นั้นมันเหมือนกับฝันมาก เขานั้นรู้สึกอับอายแบบสุดๆที่เขาต้องมาคุกเข่าต่อหน้าคนอื่นเพื่อร้องขอชีวิตเช่นนี้

“ฉิงเทียน พวกแกสองพี่น้องอยู่ไม่ไกลจากความตายแล้ว พวกแกคิดว่าตระกูลเฉินนั้นมันง่ายอย่างที่พวกแกคิดอย่างนั้นเหรอ?” เซียะเกาเทียนพูดอย่างเกรี้ยวกราด สายตาของเขาเต็มไปด้วยความแค้น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย