บทที่ 276 ปรากฏตัวอีกครั้ง
ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังคิดอยู่ว่าจะทำอะไรต่อไปอยู่นั้นเอง จู่ๆเขาก็รู้สึกได้ว่ามีใครสักคนกำลังเรียกเขาอยู่
“ทำไมจู่ๆก็รู้สึกเช่นนี้ขึ้นมานะ?” ฉิงเทียนบ่นพึมพำกับตัวเอง แต่เขาก็รู้สึกเช่นนี้มากขึ้นเรื่อยๆเรากับว่ามีใครสักคนกำลังเรียกหาเขาอยู่ข้างๆหู!
ในเวลาเดียวกัน ที่หมู่บ้านจ้าวในยามนี้มืดมาก มีเพียงแสงไฟจากบ้านไม่กี่หลังเท่านั้น เนื่องจากศาลเจ้าที่แห่งนี้นั้นตั้งอยู่ห่างจากตัวหมู่บ้านจ้าวมาก
และที่ศาลเจ้าที่แห่งนี้ก็มีแสงอยู่เพียงน้อยนิด มีแค่แสงจากเทียนที่ถูกจุดในศาลเจ้าแห่งนี้เท่านั้น และพบจางชุ่ยฉิงที่มีสีหน้าเลื่อมใสและกำลังพูดพึมพำอยู่ตรงหน้ารูปภาพของเทพเจ้าที่ที่แขวนอยู่ที่กำแพง “ท่านเทพเจ้าที่ได้โปรดปรากฏตัวต่อหน้าลูกด้วย ช่วยปรากฏตัวด้วย!”
และที่ข้างๆจางชุ่ยฉิงนั้นมีรถเข็นอยู่ ที่เป็นชายหนุ่มที่ผมเผ้ารุงรังและหนวดเคราก็ไม่ได้โกน และมีสีหน้าที่สงสัยแล้วพูดขึ้น “ชุ่ยฉิงจะไปมีเซียนมีเทพในโลกนี้ได้อย่างไรเล่า? เลิกกราบไหว้ได้แล้วและกลับบ้านกันเถอะ”
จางชุ่ยฉิงเอามือปิดปากของจ้าวแล้วพูดอย่างมีเลศนัย “ที่รักอย่าพูดจาลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์แบบนั้นสิ” จากนั้นก็ได้ทำสีหน้าขอโทษขอโพยต่อรูปภาพเทพเจ้าที่ “ท่านเทพเจ้าที่เจ้าคะ สามีของลูกยังไม่เคยพบท่านมาก่อนได้โปรดอย่าถือสาเขาเลยนะเจ้าคะ”
จ้าวเอี้ยงที่นั่งอยู่ในรถเข็นก็ได้หันมามองภรรยาของเขาที่พูดขอโทษขอโพยอย่างกระวนกระวาย ทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมา ภรรยาเขานั้นมากราบไหว้เทพเจ้าที่ก็เพื่อขาของเขาแท้ๆ ตอนนี้เขาจึงรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาเช่นกัน
มองไปที่ขาทั้งสองข้างของเขา จ้าวเอี้ยงก็รู้สึกโมโหตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ทำไมเขาถึงได้การเป็นคนพิการเช่นนี้ไปได้? เขาจะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่บนเตียงและรถเข็นเช่นนี้ไปตลอดเหรอ? ถ้าเขาไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง เธอก็จะแบกรับภาระของทั้งบ้านไว้คนเดียว แล้วเธอจะอดทนไหวอย่างนั้นเหรอ?
เพื่อที่จะรักษาขาของเขาเงินของครอบครัวของเขาก็ได้ถูกใช้ไปถึง 7-8 ส่วนแล้ว และแถมบริษัทก่อสร้างเจียงหยู่ก็ไม่จ่ายเงินค่าชดเชิดให้เขาเลย แล้วยิ่งไปกว่านั้นตอนที่เขาไปแจ้งทางการปกครองเมื่อวานนี้เขาก็ได้ถูกไล่ตะเพิดออกมาอย่างไม่ไยดี
มองไปที่ภรรยาของเขาที่ก้มหัวคำนับอย่างต่อเนื่อง สายตาของจ้าวเอี้ยงก็ได้แดงขึ้นมา และปล่อยเธอไปเพื่อให้เธอมีความหวังขึ้นมา! เพราะจ้าวเอี้ยงเองก็ไม่รู้ว่าจะปลอบเธออย่างไรเช่นกัน และเขาเองก็หวังในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในโลกนี้เช่นกัน ในตอนนี้คงจะมีเพียงเทพยดาเท่านั้นที่จะช่วยเหลือเขาได้
ในเวลานี้ฉิงเทียนก็รู้สึกได้ถึงเสียงเรียกตัวเขาขณะอยู่ในบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ และตอนนี้เขาก็รู้สึกคุ้นเสียงนี้มากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน
“นึกออกแล้ว นี่มันเสียงของจางชุ่ยฉิงนี่นา” ฉิงเทียนเอามือกุมหน้าผากพลางนึกถึงเรื่องที่คุยได้ขึ้น หลังจากที่คุยกับจูเฟยแล้วเขาก็ได้ทราบว่าเซียะเกาเทียนนั้นอยู่เบื้องหลังของบริษัทก่อสร้างเจียงหยู่ ฉิงเทียนนั้นจึงนึกขึ้นได้ว่าเรื่องของจางชุ่ยฉิงนั้นไม่สามารถขอให้ทางรัฐจัดการได้ง่ายๆแน่
ฉิงเทียนจึงได้นั่งขัดสมาธิแล้วเปิดแผนที่ขึ้นมาในทะเลความรู้ แล้วกำหนดจุดไปยังเสียงที่เรียกเขาในใจ แล้วจิตเทพของเขาก็ได้ไปปรากฏตัวอยู่ที่ศาลเจ้าเทพเจ้าที่ในหมู่บ้านจ้าวอีกครั้ง
เมื่อเห็นท่าทีที่ก้มหัวอย่างกระวนกระวายต่อเนื่องของจางชุ่ยฉิงและจ้าวเอี้ยงที่พิการนั่งรถเข็นอยู่ข้างๆเธอแล้ว ฉิงเทียนจึงได้เข้าใจสถานการณ์จากในความคิดของจางชุ่ยฉิงได้ทันที
เมื่อรู้เรื่องนี้จากจางชุ่ยฉิงแล้วฉิงเทียนจึงรู้สึกผิดต่อจางชุ่ยฉิงขึ้นมา พวกเขาได้ไปที่การปกครองตามความคิดของเขา แล้วพวกเขาก็ถูกไล่กลับมา
ยิ่งไปกว่านั้นบริษัทก่อสร้างเจียงหยู่เองก็ได้ส่งเหล่าอันธพาลมาเพื่อขู่พวกเขาด้วย
“เซียะเกาเทียนฉันจะต้องทำให้แกต้องฉิบหาย! รออีกไม่กี่วันเถอะแกได้เข้าไปนอนในคุกแน่!” ฉิงเทียนพูดด่าในใจ แต่ในตอนนี้เขาจะต้องจัดการกับปัญหาของจางชุ่ยฉิงให้ได้ก่อน นี่เป็นงานแรกในฐานะเทพเจ้าที่ของเขาจะทำพลาดไม่ได้
ฉิงเทียนจึงได้เคลียร์หลอดลมของเขาแล้วพูดด้วยเสียงที่น่าเกรงขาม “จางชุ่ยฉิง!”
มองไปที่ภรรยาของเขาด้วยความกังวล และคิดในใจว่าเขาน่าจะพาหาโอกาสพาเธอไปตรวจที่โรงพยาบาลสักที
จางชุ่ยฉิงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเมื่อได้ยินท่านเทพเจ้าที่บอกว่าเรื่องของครอบครัวของเธอจะได้รับการแก้ไขในคราวนี้ แต่เมื่อเห็นขาของสามีของเธอ จางชุ่ยฉิงจึงได้รู้สึกลังเลขึ้นมาว่าเธอจะขอให้ท่านเทพเจ้าที่ช่วยรักษาขาของสามีของเธอดีหรือไม่
ถึงแม้ว่าจะได้คุยเรื่องนี้กันไปแล้ว แต่ท่านเทพเจ้าที่จะคิดว่าเธอนั้นขอมากไปหรือเปล่าและจะคิดว่าเธอนั้นไร้ความอดทนหรือไม่น่ะ? แต่ท่านเทพเจ้าที่องค์นี้ก็คุยเก่งเสียด้วย
ในขณะที่จางชุ่ยฉิงกำลังลังเลอยู่ในใจนั้นเอง ฉิงเทียนก็ได้ยิ้มขึ้นมาเมื่อได้ยินความคิดของเธอ ขอเพียงแค่เขาอยากที่จะรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ สิ่งที่เธอคิดอยู่ก็จะมาปรากฏอยู่ในหัวของเขาทันทีโดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้เนตรมองทะลุเลยแม้แต่น้อย
แล้วที่เขาสามารถรู้ได้นั้นก็เพราะว่าเธอเป็นสาวกของเขาอย่างนั้นเหรอ? ฉิงเทียนเองก็อดไม่ได้ที่จะสงสัย
และจางชุ่ยฉิงเองก็ดูเหมือนจะตัดสินใจได้แล้วจึงได้ลุกขึ้นยืนแล้วอุ้มยกตัวจ้าวเอี้ยงขึ้นมา
จ้าวเอี้ยงก็ได้ตกใจขึ้นมาเมื่อเห็นว่าท่าทีของภรรยาของเขา และถามอย่างเร่งรีบ “ฉิงจื่อ เธอกำลังทำอะไรน่ะ?”
แล้วจางชุ่ยฉิงก็ได้วางเขาไว้ที่เบาะนั่งขาดๆอย่างช้าๆแล้วกระซิบพูดกับเขา “จ้าวเอี้ยง ท่านเทพเจ้าที่ลงมาประทับแล้ว นั่งลงคุกเข่าแล้วมาขอให้ท่านช่วยรักษาขาของคุณกันเถอะ
“ไม่มีเทพหรือเซียนในโลกนี้หรอกน่า” จ้าวเอี้ยงพูดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เขานั้นคิดที่จะอธิบายให้เธอฟังว่าไม่มีเทพหรือผีสางในโลกใบนี้หรอก แต่พอคิดว่ามันจะทำให้เธอมีความหวังขึ้นมาได้ เขาจะไปต่อต้านเธอไปทำไมแล้วก็ก้มหัวลงคุกเข่าก็พอ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย