บทที่ 29 องค์กรนักฆ่า
หลังจากที่ทำความสะอาดร่องรอยของชายชุดดำที่อยู่ในห้องเรียบร้อยแล้ว ฉิงเทียนก็นึกถึงเรื่องของที่ชายชุดดำพูดก่อนที่เขาจะตายขึ้นมา
ถึงแม้ว่าฉิงเทียนนั้นจะไม่ได้กลัวว่าจะถูกล้างแค้นก็ตาม แต่อย่างไรก็ตามรู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ฉิงเทียนจึงได้ตัดสินใจที่จะตามสืบเรื่องขององค์กรที่มายุ่งกับเขา
ณ บ้านของจ้าวก่าง
“ว่ายังไงนะน้องสี่ มีคนมาลอบสังหารนายเรอะ!” จ้าวก่างพูดอย่างตกใจ “ใครกันที่มันเกลียดนายถึงขนาดที่ไปจ้างคนมาฆ่านายกันนะ”
ฉิงเทียนเดา “บางทีอาจจะเป็นหลิวไห่จากเหวินไห่กรุ๊ป เพราะตั้งแต่ที่ผมมาอยู่ที่นี่จนถึงปัจจุบัน ก็น่าจะมีเขาเพียงคนเดียวที่อยากจะฆ่าผมด้วยเงิน”
เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนเดาว่าเป็นหลิวไห่ จ้าวก่างก็หน้านิ่วคิ้วขมวดขึ้นมาดูเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
ฉิงเทียนมองดูสีหน้าของจ้าวก่างแล้วจึงถามกลับไป “พี่ใหญ่ หลิวไห่มันมีปัญหาอะไรงั้นรึ?”
จ้าวก่างจึงได้อธิบาย “หลิวไห่น่ะไม่ใช่ปัญหาหรอก เขาก็เป็นแค่ลูกเศรษฐีเท่านั้นแหละ แต่ที่เป็นปัญหาจริงๆคือพี่สาวของเขาที่ชื่อหลิวตันมากกว่า นายได้ยินมาว่าหลิวตันนั้นรักน้องชายของเธอมาก ไม่อย่างนั้นหลิวไห่คงจะไม่หยิ่งผยองขึ้นมาในไม่กี่ปีมานี้หรอก มีคนมากมายที่เกลียดเขาและอยากที่จะจัดการกับเขาทั้งนั้นแหละ”
เมื่อได้ยินคนพูดถึงชื่อของหลิวตันขึ้นมา ฉิงเทียนจึงได้ถามอย่างสงสัย “คนที่ชื่อหลิวตันนั้นมีทรงพลังมากเลยงั้นรึ?”
จ้าวก่างตอบ “ในเวลานี้ผู้นำของเหวินไห่กรุ๊ปนั้นก็คือหลิวตันนี่แหละ เธอนั้นสามารถจัดการเรื่องต่างๆได้ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ด้วยอายุเพียงแค่ 20 ปีแต่เธอกลับสามารถคุมบังเหียนบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างนั้นได้ นายคิดว่าเธอธรรมดาไหมล่ะ?”
หญิงสาวอายุเพียงแค่ 20 แต่กลับสามารถคุมบริษัทที่ติดระดับท็อป500ในประเทศจีนได้ พูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อ
จ้าวก่างจึงได้พูดต่อ “ฉันเคยได้ยินมาว่า ครั้งหนึ่งหลิวไห่กับลูกของเจ้าหน้าที่ของรัฐคนหนึ่งเรื่องแย่งผู้หญิง สุดท้ายหลิวตันก็ถูกดึงมาเกี่ยวข้องและจัดการกับเรื่องของลูกชายของเจ้าหน้าที่รัฐคนนั้น สุดท้ายไม่กี่วันต่อมาพ่อของคนคนนั้นก็ได้ถูกฟ้องจนต้องลงจากตำแหน่ง”
“พักเรื่องนี้ไว้ก่อน ปล่อยเรื่องของหลิวตันไปก่อน! คนที่มาฆ่าผมได้บอกว่าเขามาจากองค์กรนักฆ่า! องค์กรนี้มันคืออะไรกันแน่?” ฉิงเทียนถามจ้าวก่างด้วยความสงสัย
“นักฆ่าที่มาฆ่านายเป็นคนจากองค์กรนักฆ่าอย่างนั้นเรอะ!” เมื่อจ้าวก่างได้ยินที่ฉิงเทียนพูดเขาก็กระเด้งตัวลุกขึ้นมาและหันมามองฉิงเทียนทันที
ฉิงเทียนจึงได้ผงกหัว
“ฉันเองก็เพิ่งเคยได้ยินชื่อขององค์กรนี้มาเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง! มันเป็นองค์กรรับจ้างฆ่าระดับนานาชาติ หากว่ามีเงินพอที่จะจ่ายองค์กรนี้ พวกเขาก็สามารถฆ่าได้แม้แต่ผู้นำประเทศ! ว่ากันว่านักฆ่าที่สังกัดในองค์กรนี้จะถูกแบ่งออกเป็นระดับต่างๆ A B C D และเข้าใหม่ ซึ่งแม้แต่นักฆ่าระดับเข้าใหม่ก็ยังสามารถฆ่าผู้ชายที่แข็งแรงได้ 7-8 อย่างสบายๆ”
“แต่ค่าจ้างพวกเขานั้นแพงมาก ซึ่งนักฆ่าระดับเข้าใหม่ก็ยังต้องจ่ายถึง 10 ล้านหยวนแล้ว”
“ว่ากันว่าเหตุการณ์ที่ผู้นำประเทศ 2 คนที่ถูกลอบสังหารนั้น ก็มีพวกเขานี่แหละที่อยู่เบื้องหลัง”
“พวกเขาทรงพลังมากขนาดนั้นเลยรึ ผู้นำประเทศ 2 คนนั้นไม่ใช่ว่าถูกฆ่าโดยกลุ่มผู้รักชาติหรอกเรอะ!” ฉิงเทียนถาม
นั่นมันข่าวลวงที่ไว้ใช้ตบตาคนธรรมดาต่างหาก!” จ้าวก่างพูดขึ้นมาอย่างรังเกียจ
จ้าวก่างมองดูฉิงเทียนแล้วยิ้มอย่างขมขื่นก่อนจะพูด “องค์กรนี้นั้นจะทำทุกอย่างเพื่อให้พวกเขาสามารถลอบสังหารให้ได้สำเร็จ และหากพวกเขาทำไม่สำเร็จ พวกเขาก็จะส่งคนใหม่มาลอบฆ่าเรื่อยๆจนกว่าพวกเขาจะทราบว่าเป้าหมายถูกสังหารแล้ว”
“เป็นเรื่องจริงสินะ!” ฉิงเทียนนั้นตกใจขึ้นมาเมื่อได้ยินที่จ้าวก่างอธิบาย เขานั้นนึกว่าชายชุดดำคนนั้นแค่ขู่ให้เขากลัวเท่านั้น
“น้องสี่ ตอนนี้นายเจอปัญหาจริงๆซะแล้ว เจ้าบ้าหลิวไห่นั้นมันถึงขนาดไปจ้างองค์กรนักฆ่ามาฆ่านาย แสดงว่ามันต้องเกลียดนายมากแน่ๆ”
“แล้วนายไปทำอะไรหมอนั่นมาล่ะ?” จ้าวก่างถามอย่างสงสัย
เมื่อหมัดของจ้าวก่างโดยเข้าที่อกของฉิงเทียน จ้าวก่างก็ได้กระเด็นออกไปลงไปนอนกองกับพื้น
ฉิงเทียนจึงรีบไปพยุงจ้าวก่างลุกขึ้นยืนแล้วยิ้มพร้อมกับพูดขึ้น “พี่ใหญ่ ผมบอกแล้วนะว่าอย่าหมายลอง!”
จ้าวก่างรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก เพราะจ้าวก่างนั้นคิดว่ากำลังแขนของเขานั้นแข็งแรงมากสามารถยกของที่หนักถึง 300 ชั่งได้อย่างสบายๆ แต่ในตอนนี้เขาได้ทดลองชกไปที่ฉิงเทียนแต่กลับถูกแรงสะท้อนกระแทกกลับมา
เมื่อเห็นแววตาที่เซื่องซึมของจ้าวก่าง ฉิงเทียนจึงได้ลูบจมูกและเตรียมที่จะปลอบเขา แต่ทันใดนั้นเองฉิงเทียนก็พบว่าจ้าวก่างนั้นได้กอดต้นขาของเขาเอาไว้แล้วตะโกนขึ้นมา “น้องสี่ เห็นแก่ความเป็นพี่น้องของพวกเรา นายจะต้องสอนวิชานี้ให้ฉันบ้าง! ฉันจะยกให้นายเป็นพี่ใหญ่เลยก็ได้”
เมื่อเห็นท่าทีของจ้าวก่าง ฉิงเทียนก็เกาที่มุมปากของเขา แล้วคิดว่าลูกพี่ใหญ่ที่แข็งกร้าวคนนั้นสามารถทำตัวอ่อนแอได้ขนาดนี้เลยเหรอ!
แต่ฉิงเทียนก็นึกอะไรบางอย่างได้จากคำพูดของจ้าวก่าง: เขานั้นฝึกวิชาคนเดียวมาโดยตลอด แล้วพี่น้องของเขากับซูเสวี่ยล่ะ
มันเป็นไปได้ว่าหลังจากนี้ผ่านไปซัก 100 ปี ก็จะเหลือเขาเพียงคนเดียวในโลกนี้ มันช่างโดดเดี่ยวยิ่งนัก
ฉิงเทียนจึงได้คิดที่จะเล่าเรื่องของถาวเป่าสวรรค์ให้พี่ใหญ่และพี่สามของฉิงเทียนฟัง
เขาจึงได้ปลอบใจจ้าวก่างและพูดอย่างจริงจัง “พี่ใหญ่ ผมไม่สามารถสอนศิลปะป้องกันตัวให้พี่ได้หรอก เพราะผมไม่ใช่ผู้ฝึกวิชาป้องกันตัว!”
“แต่ไม่ต้องตกใจไป พี่และพี่สามมาที่บ้านของผมคืนนี้ แล้วผมจะเล่าเรื่องบางอย่างให้คุณฟัง
จ้าวก่างมองดูฉิงเทียนด้วยสีหน้าที่จริงจังและเมื่อเห็นสีหน้าเช่นนี้ของฉิงเทียนเขาก็รู้ว่าเรื่องนี้จริงจังมากแน่
เขาจึงได้เก็บรอยยิ้มของเขาไปและผงกหัวอย่างจริงจังแล้วพูดขึ้นมา “ได้ นายจะไปที่คอนโดของนายพร้อมกับน้องสามคืนนี้”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย