บทที่ 31 งานพบปะประจำปี
ในตอนเช้าตรู่ ณ ห้องของฉิงเทียน
ทั้งสามคนนั้นกำลังนอนอยู่ที่พื้นในท่าที่ต่างกันออกไป เมื่อคืนนี้สรุปว่าไม่มีใครที่สามารถกำจัดใครลงได้ สุดท้ายทุกคนจึงต้องนอนที่พื้นด้วยกันทั้งหมด
“กริ๊งงงงงงงงงงงงงงง….”
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นมา แล้วทั้งสามคนก็ได้ตื่นนอน จ้าวก่างและหวงเห่านั้นต่างก็พากันกลับไปตามลำดับ
หลังจากที่ทั้งสองคนนั้นกลับไปแล้ว โทรศัพท์ก็ฉิงเทียนก็ดังขึ้นและพบว่าซูเสวี่ยได้โทรเข้ามา
ซูเสวี่ยถาม “ฉิงเทียน คุณอยู่ที่ไหนเหรอ?”
“มีอะไรงั้นรึ? หรือว่าภรรยาของผมคิดถึงผมมากหลังจากที่ไม่ได้เจอผมทั้งวัน!” ฉิงเทียนพูดขึ้นมาพร้อมกับยิ้ม
“ใครคิดถึงคุณกัน?” ซูเสวี่ยทำเสียงไม่พอใจ
“คุณมาที่ย่านเหรินหมิงในเมืองโม๋ตูเดี๋ยวนี้!” พูดจบซูเสวี่ยก็วางสายโทรศัพท์ไป!
มองไปที่โทรศัพท์มือถือ เสวี่ยเอ๋อจะทำอะไรกันแน่! ฉิงเทียนคิด
แต่เขาก็ยังขับรถไปที่ย่านเหรินหมิงอยู่ดี
ณ ย่านเหรินหมิง เมืองโม๋ตู
ซูเสวี่ยนั้นสวมเสื้อแจ็คเก็ตและกางเกงยีน!
“คนสวย กำลังรอใครอยู่เหรอครับ?” ฉิงเทียนเดินไปหาซูเสวี่ยที่อยู่ตรงหน้าเขา
ซูเสวี่ยก็ได้จับมือของฉิงเทียนแล้วพูดขึ้น “ก็รอคนที่น่ารังเกียจอย่างคุณนี่แหละ? วันนี้ฉันจะต้องแปลงโฉมคุณใหม่ให้ได้”
จากนั้นเธอก็ได้เดินจูงมือของฉิงเทียนแล้วมุ่งหน้าไปยังร้านเสื้อผ้า
เขาที่ถูกซูเสวี่ยจูงมือก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาแล้วพูดขึ้น “แล้วทำไมวันนี้เสวี่ยเอ๋อถึงได้คิดจะเลือกซื้อเสื้อผ้าให้ผมวันนี้ล่ะครับ?”
“ถ้าจะมีเหตุผลไหนที่ฉันต้องมาช่วยแต่งตัวให้คุณ ก็คงเป็นเพราะการแต่งตัวที่แย่มากของคุณนี่แหละ” ซูเสวี่ยพูดอย่างตรงๆ
“คุณช่วยอย่าเล่นงานผมตรงจุดนี้ทีเถอะ! เสวี่ยเอ๋อ” ฉิงเทียนพูดขณะที่เดินไปตามถนน
ณ ร้านไหหนาน
ซูเสวี่ยกับฉิงเทียนเข้าไปในร้าน
พนักงานขายที่อยู่ใกล้ๆก็ได้รีบเดินมาหาแล้วยิ้มพร้อมกับพูดขึ้น “คุณลูกค้าต้องการเลือกซื้อเสื้อผ้าแบบไหนดีคะ?”
ซูเสวี่ยก็ได้ยิ้มแล้วพูดตอบกลับไป “ขอเลือกดูก่อนนะคะ”
“ได้ค่ะ!”
มีชุดสูทอยู่ทุกรูปแบบในร้านนี้ ฉิงเทียนเองก็มองดูชุดสูทเหล่านี้แล้วพูดขึ้น “เสวี่ยเอ๋อ ทำไมถึงต้องมาซื้อชุดสูทด้วยล่ะ ในเมื่อผมไม่ได้ไปทำงานสักหน่อย”
“แล้วใครบอกคุณกันว่าใส่ชุดสูทไม่ได้ถ้าคุณไม่ทำงานน่ะฮึ!” ซูเสวี่ยพูดขณะที่มองซ้ายมองขวาเลือกดูเสื้อผ้าให้ฉิงเทียน
สุดท้ายมันเลยกลายเป็นความเศร้าในความสุขของฉิงเทียน แฟนสาวของเขาที่ง่วนอยู่กับการเลือกซื้อเสื้อผ้าให้ฉิงเทียน
ฉิงเทียนก็ได้แต่มองดูซูเสวี่ยด้วยรอยยิ้มแบบแห้งๆ
พนักงานที่ยืนอยู่ใกล้ๆก็ได้มองดูซูเสวี่ยอย่างตั้งใจและคอยช่วยเลือกเสื้อผ้าให้แฟนหนุ่มของเธอและพูดชม “สุภาพบุรุษท่านนี้ช่างโชคดีนะคะ ที่ได้แฟนสาวที่เอาใจใส่เช่นนี้”
ฉิงเทียนก็ผงกหัวอย่างรวดเร็วเป็นเป็นการยืนยัน “ใช่แล้วแฟนสาวของผมดีงามที่สุดแล้ว!” เขาหยอดคำหวานใส่ซูเสวี่ยขณะที่ซูเสวี่ยกำลังวุ่นวายกับการเลือกดูเสื้อผ้าอยู่
เมื่อซูเสวี่ยพบว่าฉิงเทียนแอบหยอดคำหวานลับหลังเธอ ใบหน้าที่แสนสวยของเธอก็ได้ปรากฏรอยยิ้มแล้วพูดขึ้น “เอ้านี้ อย่ามัวแต่คุย ไปลองใส่ชุดสูทนี้ดูได้แล้ว!”
ฉิงเทียนจึงไปที่ห้องลองเสื้อพร้อมกับชุดสูทของเขา
ฉิงเทียนที่เปลี่ยนชุดของเขาเสร็จแล้วก็ได้เดินออกมาให้ซูเสวี่ยและพนักงานขายมองดูตัวเขา
ฉิงเทียนจึงได้พูดขึ้นพร้อมกับยิ้ม “เสวี่ยเอ๋อ ผมหล่อสมกับที่เป็นแฟนหนุ่มของคุณรึยัง”
“ว้าว สุภาพบุรุษท่านนี้ยอดที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นตอนใส่ชุดนี้เลยค่ะ” พนักงานขายพูดชมเขา
ซูเสวี่ยก็ได้มองดูผลงานชิ้นเอกของเธอแล้วผงกหัวด้วยความพึงพอใจ! “แต่ยังเหมือนขาดไปอย่าง!” ซูเสวี่ยพยายามมองดูฉิงเทียน
“จริงด้วยสิ” ซูเสวี่ยที่เหมือนคิดบางอย่างออกได้ก็หันไปพูดกับพนักงานขาย “คุณมีรองเท้าหนังขายบ้างไหมคะ?”
สุดท้าย ภายใต้สายตาที่หลงใหลของพนักงานขาย ฉิงเทียนจึงได้จูงมือซูเสวี่ยเดินออกจากร้านไป
แล้วฉิงเทียนก็บังเอิญได้ยินคำชมเข้า “คนนี้คือแฟนของผู้จัดการงั้นเหรอ หล่อมากเลยล่ะ!”
“คุณยังไม่รู้สินะ วันนั้นแฟนหนุ่มของผู้จัดการนะจัดการกับหลิวไห่ลูกชายคนโตของเหวินไห่กรุ๊ปได้ด้วยนะ”
“เขาแข็งแรงมากเลยสินะ ตอนแรกฉันนึกว่าเขาเป็นลูกน้องเธอซะอีกนะ”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ฉิงเทียนก็อยากจะกระอักเลือดออกมา และทำให้เขานึกอิจฉาพี่ชายสุดหล่อของเขาขึ้นมา
ฉิงเทียนก้มหัวของเขาไปข้างๆหูของซูเสวี่ยแล้วพูดขึ้น “ลูกน้องของคุณบอกว่าผมเป็นลูกน้องคุณแน่ะ! แบบนี้คุณจะให้เงินเดือนผมเท่าไรดีเสวี่ยเอ๋อ!”
“ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณแล้วล่ะนะ” ซูเสวี่ยเอามือป้องปากหัวเราะพร้อมกับพูดออกมา
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยไปหัวเราะไปอยู่นั้น
หลิวไห่ก็ได้มาปรากฏตัวตรงหน้าของฉิงเทียนและพูดถากถางเขา “มองหาข้าวนุ่มๆทานอยู่เหรอ!”
หลิวไห่ที่จู่ๆก็โผล่มา ฉิงเทียนก็ได้มองไปที่เขาอย่างใจเย็น “ผมคงจะรู้สึกยินดีถ้ามีข้าวนุ่มๆให้ทานล่ะนะ แล้วคุณล่ะยังทานอาหารได้อยู่เหรอ?”
ซูเสวี่ยมองไปที่หลิวไห่ที่กำลังโกรธแล้วพูดขึ้น “หลิวไห่ วันนี้คุณมาที่นี่ได้อย่างไร?”
เมื่อเห็นว่าซูเสวี่ยพูดถามเขา หลิวไห่ก็ได้ยิ้มแล้วตอบกลับไป “ก็ลูกชายของประธานบริษัทคุณนะเป็นคนที่ผมเชิญมางานนี้! ทำไมเสวี่ยเอ๋อไม่ไปเต้นกับผมสักหน่อยล่ะครับ
ซูเสวี่ยเมินเขาและพูดกับฉิงเทียนอย่างหวาน “ฉิงเทียน ไปนั่งรออยู่ตรงนั้นนะ! เดี๋ยวอีกสักพักฉันมีโชว์ต้องขึ้นแสดง คุณคอยดูด้วยนะ”
ฉิงเทียนผงกหัว “ได้เลย! ผมจะคอยเชียร์คุณนะ เสวี่ยเอ๋อ”
ไม่นานนักในห้องประชุมใหญ่ก็เต็มไปด้วยผู้คน เพราะใกล้ถึงเวลาแสดงแล้ว
โดยที่ไม่รู้เลยว่าฉิงเทียนกับหลิวไห่นั้นมาอยู่ใกล้กันตั้งแต่เมื่อไร
ฉิงเทียนนั้นรู้สึกได้เลยว่าผู้คนรอบตัวเขานั้นมองดูเขาด้วยความเคียดแค้นมาก แล้วจากนั้นก็หันไปมองหลิวไห่ที่แสยะยิ้มชั่วร้ายออกมาอยู่บนใบหน้าของเขา ฉิงเทียนนั้นคิดว่าเขาจะต้องทำอะไรแน่ แต่ฉิงเทียนก็ไม่คิดที่จะเปิดเผยอะไร ฉิงเทียนคิดว่าลูกเล่นเล็กๆน้อยๆของเขานั้นไม่มีผลอะไรกับฉิงเทียนอยู่แล้ว
แต่ในคราวนี้สิ่งที่เขาคิดไว้มันผิด
ลูกน้องคนหนึ่งวิ่งมาข้างๆหูของหลิวไห่แล้วพูดขึ้นด้วยเสียงค่อยๆ “เตรียมการเรียบร้อยแล้วครับ!”
หลิวไห่ผงกหัวอย่างพอใจแล้วพูดตอบด้วยเสียงต่ำ “ซูเสวี่ย คุณเลือกผู้ชายจนๆอย่างเขา ในเมื่อผมไม่ได้คุณมา ก็อย่าหวังว่าจะได้มีความสุขกับเขาเลย” สายตาของเขานั้นเต็มไปด้วยชัยชนะออกมา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย