บทที่ 339 การประชุมของสำนักงานรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (2)
ฉิงเทียนนั้นไม่ได้มีสีหน้าตกใจเพราะเขานั้นได้เข้าร่วมเหตุการณ์ในครั้งนั้นด้วย แต่เณรน้อยนั้นกลับทราบเรื่องนี้ก่อนได้อย่างไร?
พลังที่อยู่ภายในตัวของเณรน้อยคนนี้เองก็ดูท่าจะทรงพลังมาก ฉิงเทียนคิดในใจ
“เงียบหน่อย” ผู้อำนวยการหานผู้ด้วยเสียงที่หนักแน่นดังไปทั่วทั้งห้องประชุม แล้วในห้องประชุมนั้นก็พากันเงียบทันที
ผู้อำนวยการหานก็ได้กล่าวต่อ “ผมขอให้ปรมาจารย์ซวีอู๋จื่อจากสมาพันธ์ผู้บำเพ็ญเพียรเป็นคนอธิบายสถานการณ์ดังกล่าว!”
ซวีอู๋จื่อที่กำลังนั่งนึกถึงความสนุกในการเที่ยวโม๋ตูในค่ำคืนนี้อยู่นั้น เมื่อได้ยินที่ผู้อำนวยการหานเรียกชื่อของเขา ก็ได้บ่นอุบอิบในใจ ตาแก่นี่ไม่ยอมให้เขาอยู่อย่างสบายๆเลยจริงๆ
ซวีอู๋จื่อก็ได้ลืมตาขึ้นมาช้าๆแล้วกล่าว “สำนักอัคคีนั้นได้ถูกทำลายลงในโลกผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว มีเพียงเจ้าสำนักและลูกศิษย์บางคนที่หนีรอดไปได้ จากในหน่วยข่าวกรองของเราพบว่าพวกเขาได้เข้ามาในโลกฝั่งนี้แล้ว”
หลังจากที่พูดออกมาเช่นนั้น ซวีอู๋จื่อก็ได้หลับตาของเขาลงอย่างสุขุมต่อ
เมื่อได้ยินว่าเจ้าสำนักอัคคีได้หลบหนีมายังโลกฝั่งนี้แล้ว ทั่วทั้งห้องนั้นก็ได้พากันฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง
ผู้คนที่นั่งอยู่ที่นี่นั้นล้วนไม่ใช่คนโง่ พวกเขาต่างก็รู้ว่ามันหมายความเช่นไรถ้าหากเจ้าสำนักอัคคีนั้นได้หลบหนีมายังโลกฝั่งนี้ สำนักอัคคีนั้นได้ถูกทำลายลงด้วยการร่วมมือของสมาพันธ์ผู้บำเพ็ญเพียรและทางสมช. ซึ่งสมาพันธ์ผู้บำเพ็ญเพียรนั้นพวกเขาไม่กล้าที่จะไปข้องเกี่ยวอยู่แล้ว
ดังนั้นพวกเขาคงคิดที่จะพุ่งเป้าการล้างแค้นมาที่สมช.อย่างเดียวเท่านั้น และก็หมายความว่าที่ปรึกษาพิเศษอย่างพวกเขานั้นก็จะต้องตกเป็นเป้าหมายการล้างแค้นของพวกเขาไปด้วย
ด้วยพลังวัตรระดับเฟิงเฉินขั้นปลายของเจ้าสำนักอัคคีนั้น พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรไปจากลูกไก่ในกำมือของเขา! พวกเขาไม่สามารถที่จะขัดขืนได้เลย
“เกิดอะไรขึ้นกับทางสมาพันธ์ผู้บำเพ็ญเพียรกัน? ถึงได้ตัดหญ้าไม่ถอนโคนเช่นนี้!” ผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันคนหนึ่งบ่นขึ้นมา
ทันทีที่เขาบ่นขึ้นมา ซวีอู๋จื่อก็ได้ลืมต่ขึ้นมา แล้วจ้องไปที่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันคนนั้นด้วยแววตาสังหาร
ทันใดนั้นผู้บำเพ็ญเพียรคนนั้นก็ได้รู้สึกราวกับจุดสิ้นสุดของโลกนี้ได้มาถึง และพลังวิญญาณสังหารขนาดมหาศาลก็ได้ทำให้เขาแข้งขาอ่อนแรงแล้วร่วงลงมาจากเก้าอี้
ผู้อำนวยการหานก็ได้จ้องไปที่ซวีอู๋จื่ออย่างไม่พอใจ และหันไปบอกกับสองคนที่อยู่ข้างๆผู้บำเพ็ญเพียรคนนั้น “พาเขาออกไปข้างนอก ให้เขาได้สงบใจลงมา!”
แล้วทั้งสองคนนั้นก็ได้ยกผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันคนนั้นออกไปข้างนอก ฉิงเทียนนั้นรู้สึกได้ว่าผู้บำเพ็ญเพียรคนนั้นสภาพแย่มาก เพียงมองแค่ปราดเดียวก็ถึงกับทำให้อยู่ในสภาพนั้น
“ทุกท่านอย่าได้กังวลไป จากหน่วยข่าวกรองของเรา พวกเขานั้นไม่ได้อยู่ในประเทศจีนแล้ว ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีอันตรายอะไรถ้าทุกท่านไม่ออกไปต่างประเทศ” ผู้อำนวยการหานกล่าวต่อ
ทุกคนต่างก็พากันโล่งอก และมีสีหน้าที่ผ่อนคลายขึ้นมา แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาคงจะออกไปต่างประเทศไม่ได้สักระยะหนึ่ง
“และแน่นอนว่า ใครก็ตามที่มั่นใจว่าตัวเองจะสามารถสังหารเจ้าสำนักอัคคีได้ พวกคุณจะได้รับคะแนนอย่างมหาศาลเป็นค่าตอบแทน” แล้วผู้อำนวยการหานก็พูดประโยคหนึ่งที่ทำให้ทุกคนฮือฮาขึ้นมา
“1 ล้านแต้ม! และรายละเอียดของภารกิจนี้จะมีแสดงอยู่ในแอปสมช.ของเรา!”
“อะไรนะ 1 ล้านแต้ม!” ทุกคนต่างตกใจ
“1 ล้านแต้มนี่ข้าทำงานที่สมช.ตั้ง 20 ปีถึงจะได้ 10,000 แต้มเลยนะ”
“ก็ปกติไม่ใช่เหรอสำหรับเจ้าที่อยู่แค่ในระดับจินตันที่จะหาได้ 10,000 แต้มใน 20 ปีน่ะ พวกข้าน่ะอยู่ในระดับหยวนยิง ซึ่งจนป่านนี้พวกข้ายังหาได้แค่ 50,000 แต้มเองนะ”
“ถ้าเกิดว่าข้าได้ 1 ล้านแต้มนั่นนะ”
“1 ล้านแต้มนั่นน่ะ พวกเจ้าคิดว่าจะมีโอกาสหาได้งั้นเหรอ? นั่นน่ะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรในระดับเฟิงเฉินขั้นปลายเลยนะ ด้วยพลังวัตรระดับจินตันอย่างพวกเจ้าน่ะ จะถอนฟันซักซี่ยังไม่ได้เลย”
“พวกขยะเอ๊ย! ช่างไร้ประโยชน์กันเสียจริงๆเลย งานเล็กๆแค่นี้ก็ทำกันไม่ได้” แล้วคนพันผ้าดำก็ได้เตะชายที่คุกเข่าทันที
แล้วชายคนนั้นก็ได้กระเด็นไปไกลหลายเมตร แต่ชายคนนั้นก็ได้ลุกขึ้นมาโดยไม่พูดอะไรสักคำแล้วรีบกลับมานั่งคุกเข่าตรงหน้าคนพันผ้าดำอีกครั้งแล้วกล่าวโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “ท่านอาจารย์ครับ คราวนี้ข้าจะส่งเหล่านักฆ่าลอบเข้าไปในจีน 10 ชุดพร้อมกัน ข้าเชื่อว่าคราวนี้จะต้องสำเร็จแน่นอนครับ”
“หึ ทำให้ดีก็แล้วกัน เจ้าพวกสมช.จีนบังอาจมาทำลายสำนักของข้า ข้าก็ทำลายพวกเขาบ้าง ข้าจะทำให้ประเทศจีนต้องตกอยู่ในความหวาดกลัว” ชายพันผ้าดำที่มีเสียงแหบห้าวก็ได้พูดออกมาด้วยความเกลียดชัง
สำนักงานรักษาความมั่นคงแห่งชาติ
ในเวลานี้เหลือเพียงฉิงเทียน, เณรน้อย, ผู้อำนวยการหาน และซวีอู่จื่อเหลืออยู่ในห้องประชุมนั้น
เมื่อไม่เห็นใครอื่นเหลืออยู่ในห้องประชุมแล้ว ซวีอู๋จื่อก็ได้เดินไปหาฉิงเทียนพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า ก่อนจะจับไหล่ของฉิงเทียนแล้วพูดขึ้น “น้องชาย พวกเราออกไปเที่ยวกันคืนนี้แล้วไปหาความสนุกด้วยกันอีกเถอะ”
ฉิงเทียนก็ได้กลอกสายตา คนคนนี้ต้องการที่จะเอาเปรียบเขาอีกแล้ว ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเมื่อคืนนั้นเขาเป็นคนจ่ายเองทั้งหมด
ผู้อำนวยการหานก็ได้จ้องไปที่ซวีอู๋จื่อแล้วกล่าว “ซวีอู๋จื่อ คราวนี้เจ้ายังมีงานต้องทำนะ มันไม่ใช่เวลาที่เจ้าจะมาเที่ยวเล่น”
“รู้แล้วน่า ก็แค่ผู้บำเพ็ญเพียรในระดับเฟิงเฉินขั้นปลายไม่ใช่เรอะ คิดว่าข้าจะจำเขาไม่ได้รึยังไง คิดว่าข้าเป็นใครกัน? น่ารำคาญน่า” ซวีอู๋จื่อก็ได้นั่งลงที่เก้าอี้และพูดอย่างไม่พอใจ
ผู้อำนวยการหานก็ได้ส่ายหัวอย่างพูดอะไรไม่ออก แล้วเดินมาหาฉิงเทียนแล้วกล่าว “ข้ายังไม่ได้แนะนำตัวให้สหายตัวน้อยเลยสินะ ข้าชื่อว่าหานหยุน เป็นผู้อำนวยการสมช.เขตตอนใต้” แล้วหานหยุนก็ได้ยื่นมือออกไป
“สวัสดีครับผู้อำนวยการหาน!” แล้วฉิงเทียนก็ได้ยื่นมือออกไปจับ
“ผู้อาวุโสหาน ยังมีเณรอีกนะครับ ท่านจะไม่จับมือกับเณรบ้างเหรอครับ?” แล้วจู่ๆเสียงของเณรน้อยฝ่าเอินก็ได้ดังขึ้นมา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย