บทที่ 372 สังหาร (จบ)
“ตูมๆ…..”
มังกรเงินนั้นทรงพลังมาก ทำให้กำแพงกระบี่ถูกทำลายลงด้วยพลังทำลายของมังกรเงินด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
“ตูม….” กำแพงกระบี่พังทลาย
“ช่างน่าทึ่ง ที่มังกรไฟนั้นช่างน่ากลัวอะไรอย่างนั้น ก็เป็นเพราะกระบี่นั่นที่หลอมรวมเข้ากับไฟสายฟ้าอัคคีนั่นเอง นี่ยังเป็นพลังระดับเฟิงเฉินอยู่จริงๆงั้นเหรอ?” ไป๋กงหยางมองดูอย่างตกใจ
ในฐานะนักปรุงยาแล้ว เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการที่จะควบคุมไฟ บังคับให้ไฟกลายเป็นมังกรเช่นนั้น แล้วยิ่งมังกรนั้นเป็นสัตว์ประหลาดที่มีความยาวเหยียดด้วยแล้ว แต่กลับมีความสามารถในการควบคุมไฟให้เป็นมังกรเช่นนี้ได้ทั้งๆที่อยู่ในระดับเฟิงเฉิน ซึ่งไม่ใช่คนในระดับเดียวกับฉิงเทียนจะทำได้เลย
อีกทางด้านหนึ่ง ชายคนนั้นก็ตะโกนขึ้นมา “เป็นไปได้ยังไง กำแพงกระบี่ของข้าถูกทำลาย?” ชายคนนั้นไม่อยากที่จะเชื่อ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความตกใจ เขาคิดว่าถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่ที่สุดของคนในระดับเดียวกัน แต่เขาก็มั่นใจมากในการป้องกันของกำแพงกระบี่ของเขา ที่ไม่มีใครในระดับเดียวกันกับเขาที่จะสามารถทลายกำแพงกระบี่ของเขาได้
แต่ในเวลานี้กำแพงกระบี่ของเขากลับถูกทำลาย “ข้าไม่อยากจะเชื่อ!” ชายคนนั้นสูญเสียความมั่นใจนั้นไปแล้ว ใบหน้าที่อวดดีของเขาก็ได้เปลี่ยนเป็นดุดันทันที
“ตายซะ….” ชายคนนั้นคำรามออกมา กำแพงกระบี่ที่สลายไปแล้วก็ได้กลับมามีชีวิตขึ้นมาใหม่
มือของชายคนนั้นก็ได้อยู่ตรงหน้าอกและสะบัดนิ้วพร้อมขยับปากพึมพำคาถา แล้วกระบี่ก็ได้มารวมกันอยู่บนหัวของเขา และหมุนวนอย่างรวดเร็วพร้อมกับส่องแสงสีขาวออกมา สาดส่องออกไปทั่วท้องฟ้าบริเวณนี้ เกิดเป็นเงากระบี่ฉายออกไปทั่วในท้องฟ้า
“หมาป่าสังหาร!” ชายคนนั้นตะโกนก้องแล้วกระบี่ก็ได้พุ่งเข้าไปหามังกรเงินทันที!
“ชายคนนี้ช่างทรงพลังเสียจริงๆ” ฉิงหยูตกใจกับความแข็งแกร่งของชายลึกลับคนนี้ หลังจากที่ทลายการป้องกันรอบแรกไปได้ แต่เขาก็ยังสามารถรวบรวมพลังแล้วโจมตีสวนกลับทันทีได้อีก แล้วยังดูทรงพลังกว่าเมื่อสักครู่เสียอีก
พลังที่ส่องสว่างทั้งสองเข้าปะทะกันทันที และเริ่มการดวลที่บ้าคลั่งขึ้น มังกรเงินก็ได้หายไปแล้ว เห็นเป็นเพียงลำแสงสองเส้นที่มีสีต่างกันก็กำลังปะทะกันอยู่กลางเวลา โดยที่ไม่มีใครยอมใครอย่างสุดความสามารถ
“อย่างที่คิด เราดูถูกคนบนจากโลกผู้บำเพ็ญเพียรไม่ได้เลยจริงๆ” ฉิงเทียนรู้สึกตกใจ ที่ชายคนนี้แข็งแกร่งถึงขนาดนี้ แต่ทว่าตัวเขาเองนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่า
ฉิงเทียนท่องคาถา แล้วทันใดนั้นมังกรเงินก็ได้ส่องแสงสว่างมากขึ้นไปอีก ไฟที่เหมือนกับดอกบัวก็ได้พุ่งออกมาจากมังกรเงินแล้วพุ่งเข้าหาชายคนนั้นอย่างบ้าคลั่ง
“ตูม…” ไฟที่ทรงพลังโดนเข้ากับชายคนนั้นเต็มๆ แล้วชายคนนั้นก็ได้ร่วงหล่นลงมาจากฟ้าราวกับว่าวที่สายขาด และกระบี่ก็ได้ตกลงมาที่พื้นทันทีเมื่อปราศจากพลังจากเจ้าของ
ฉิงเทียนคงได้เรียกให้กระบี่อัศนีสวรรค์กับสายฟ้าอัคคีกลับเข้ามาในตัวของเขาอีกครั้ง แล้วจากนั้นก็เดินไปหาชายคนนั้น
ในเวลานี้ชายคนนั้นหน้าซีด และตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของฉิงเทียน นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
โดยไม่พูดอ้อมค้อมอะไร ฉิงเทียนได้ถามเรื่องที่เขาสงสัยที่สุดออกมา “คุณมาจากที่ไหน แล้วทำไมถึงต้องทำลายตระกูลหยูด้วย?” ในเวลานี้คนในบ้านสกุลหยูทั้งหมดตายหมดแล้ว และชายคนนี้ก็เป็นคนเพียงคนเดียวที่รู้ที่อยู่ของหยูชูซิน
แต่ชายคนนั้นก็ได้เมินเฉยต่อคำถามของฉิงเทียน และเขาก็ได้ทำสีหน้าอวดดีออกมา
“คิดว่าแกเป็นใครกัน? ถึงยังได้ทำอวดดีทั้งๆที่แพ้หมดรูปเช่นนี้” ฉิงหยูเตะเขาไปที
“เสี่ยวหยู หยุดเถอะ!” ฉิงเทียนห้ามเขา
ฉิงหยูก็ได้พูดอย่างไม่พอใจ “พี่ครับ ก็เจ้าหมอนี่มันคิดว่าตัวเองแน่มาจากไหนกัน ทำท่าอย่างกะตัวเองเป็นอันดับหนึ่งอันดับสองในราชันย์สวรรค์ และพวกเราก็จะต้องรีดเอาข้อมูลมาจากเขาเพราะเขาสังหารตระกูลหยูไปหมดแล้วด้วย”
“อืม! เรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้ว! ว่ายังไงแกพอจะบอกพวกเราได้หรือยัง?” ฉิงเทียนถามอีกรอบ
“ศิษย์พี่ครับ ท่านทราบที่อยู่ของเสี่ยวซินบ้างหรือเปล่าครับ?” ฉิงหยูถามขึ้นมา ถ้าเกิดชายคนนี้ไม่รู้เรื่องของหยูชูซินขึ้นมา ฉิงหยูก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดีเลย
แต่ฉิงเทียนก็พบว่าสีหน้าของไป๋กงหยางนั้นผิดปกติและดูซีเรียสมาก ซึ่งฉิงเทียนนั้นไม่เคยเห็นเขามีสีหน้าเช่นนี้มาก่อนเลย
“ข้าทราบที่อยู่แล้ว แต่ดูเหมือนพวกเราจะเจอปัญหาใหญ่เข้าแล้วล่ะ” ไป๋กงหยางกล่าว
“ปัญหาใหญ่อะไรอย่างนั้นรึ?” ฉิงเทียนก็ได้พูดด้วยสีหน้าจริงจัง และเซียนอย่างไป๋กงหยางที่พูดว่ามีปัญหาใหญ่ขึ้นมานั้น ดูเหมือนว่าชายคนนั้นที่เขาฆ่าลงไปนั้นจะไม่ใช่เรื่องเล็กๆเสียแล้ว
“มีบางคนกำลังมา รีบหนีไปจากที่นี่กันก่อนเถอะ” ไป๋กงหยางกล่าว แล้วทั้งสามคนก็ได้หายไปจากที่นี่ทันที
ซึ่งหลังจากที่ทั้งสามคนไปได้ไม่นาน ก็มีชายวัยกลางคนที่มาพร้อมด้วยกระบี่สะพายหลังก็ได้โผล่มายังที่แห่งนี้
“โจวเจี้ยนตายได้อย่างไรกันแม้แต่ไอพลังของเขาก็ยังหายไปด้วย? ข้าจะต้องรายงานเรื่องนี้ให้เจ้าสำนักทราบแล้ว” ชายวัยกลางคนตกใจเมื่อเห็นสภาพบ้านสกุลหยูที่ยับเยิน
ว่าแล้วเขาก็ไม่รอช้า ตัวของเขาก็ได้หายไปทันที ซึ่งใช้เวลาพักใหญ่ที่ตระกูลใหญ่ๆในจิงตูนั้นพบว่าตระกูลใหญ่อย่างตระกูลหยูนั้นถูกทำลายไปแล้ว และทั้งตระกูลนั้นตายเรียบ แม้แต่บ้านก็ไม่เหลือ
สำหรับเมืองจิงตูในจีนแล้ว ตระกูลหยูนั้นยิ่งใหญ่เป็นอันดับต้นๆ แต่กลับถูกจัดการเรียบภายในคืนเดียว
เหล่าตระกูลใหญ่ต่างก็พากันตื่นตระหนกและอยากรู้ว่าตระกูลหยูนั้นไม่ล่วงเกินใครเข้า แต่ละตระกูลต่างก็พากันกำชับการกระทำของพวกเขาและสั่งให้คนในตระกูลนั้นพากันทำตัวดีๆในช่วงนี้
สำนักงานรักษาความมั่นคงแห่งชาติ สาขาจิงตู
“มันเกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่? เกิดอะไรขึ้นที่จิงตู แล้วทำไมพวกเราถึงไม่รับทราบเรื่องนี้มาก่อนเลย แล้วฆาตกรก็หนีรอดไปได้อีกต่างหาก” ชายคนหนึ่งตบโต๊ะอย่างรุนแรง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย