บทที่ 42 พ่อตาเจ้าปัญหา
เช้าวันต่อมาซูเสวี่ยนั้นตื่นแต่เช้าตรู่!
มองดูฉิงเทียนที่นอนหลับอยู่ข้างๆเธอ เธอก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างมีความสุขและคิดถึงความบ้าคลั่งของเธอเมื่อคืน ใบหน้าของเธอกลายเป็นสีแดงขึ้นมาเมื่อซูเสวี่ยก้มหัวของเธอคิดถึงเรื่องเมื่อคืน
แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา ฉิงเทียนก็ได้ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงโทรศัพท์ แล้วสีหน้าของเขายังอยู่ในสภาพงัวเงีย “ใครกันที่มากวนคนอื่นกำลังหลับฝันดีแต่เช้าตรู่เนี่ย?” จากนั้นเขาก็วางมือของเขาไว้ที่เอวของซูเสวี่ย “เสวี่ยเอ๋อ นอนกันต่อเถอะ”
“คุณมั่นใจนะว่าคุณจะไม่รับสายแม่ของฉันจริงๆนะ?” ซูเสวี่ยมองดูฉิงเทียนพูด แล้วก็ไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
เมื่อได้ยินว่าเป็นแม่ยายในอนาคต ฉิงเทียนก็ยิ้มด้วยมือที่แข็งทื่อ “รับสิ ผมต้องรับโทรศัพท์ของว่าที่แม่ยายของผมอยู่แล้ว”
ทันทีที่กดรับสายโทรศัพท์ ก็ได้ยินเสียงที่ดังมาจากอีกฟากของโทรศัพท์ทันที “เสวี่ยเอ๋อ ลูกอยู่ที่ไหนเมื่อคืนนี้?”
ฉิงเทียนที่นอนอยู่ใกล้ๆก็แอบฟังเสียงโทรศัพท์ เมื่อได้ยินคำถามของแม่ของซูเสวี่ย เขาก็อดไม่ได้ที่จะกระวนกระวายขึ้นมา ถ้าแม่ของซูเสวี่ยรู้เรื่องนี้เข้าเธอคงหักขาเขาเป็นแน่
มองไปที่ฉิงเทียนที่กำลังวิตกกังวล ซูเสวี่ยก็หัวเราะแล้วพูด “แม่คะ หนูอยู่ที่บ้านฉิงเทียนค่ะ!”
“อะไรนะ?” แม่ของซูเสวี่ยที่จู่ๆเพิ่มเสียงของเธอดังขึ้นมาอย่างมาก “เขาไม่ได้ทำอะไรลูกใช่มั๊ย!”
“ไม่ค่ะแม่ อีกเดี๋ยวหนูจะกลับบ้านนะคะ!” ซูเสวี่ยบ่นพึมพำ
พอวางสายโทรศัพท์ไป ฉิงเทียนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ซูเสวี่ยก็ยิ้มและพูดขึ้นมา “อะไรกันฉิงเทียน คุณกลัวแม่ของฉันเหรอ?”
เมื่อเห็นซูเสวี่ยพูดล้อเล่น เขาก็ไม่อาจให้ซูเสวี่ยเห็นเขาในสภาพนี้ได้อีก เขาจึงได้ยืดอกขึ้นมาแล้วพูดขึ้น “ใครกลัวแม่ของคุณกัน ผมแค่ให้ความเคารพต่างหาก!”
“บอกไม่กลัวแต่ดูสภาพคุณเมื่อสักครู่นี้สิ”
“ไหน? สภาพของผมเป็นยังไง? จะลองดูก็ได้นะ!”
ขณะที่พูดเขาก็มองดูซูเสวี่ยด้วยรอยยิ้มที่ลามก มือของเขาลูบไล้เธอไม่หยุด เขานั้นเหมือนจะควบคุมตัวเองไม่ได้ตั้งแต่เมื่อคืน พอพูดจบเขาก็จับซูเสวี่ยแล้วพลิกตัวให้ซูเสวี่ยลงมาอยู่ใต้ตัวเขา
“โอ๊ย ฉันยังเจ็บอยู่นะ” ซูเสวี่ยอุทานแล้วคิดขมวด
ฉิงเทียนจึงได้ก้มตัวลงมาแล้วกอดซูเสวี่ยไว้ในอ้อมแขนของเขา และลูบผมที่นุ่มสลวยของเธอแล้วพูด “ผมขอโทษนะเสวี่ยเอ๋อ เดี๋ยวผมรักษาให้คุณเอง”
ซูเสวี่ยที่นอนอยู่ที่อ้อมแขนของฉิงเทียนก็ได้กระซิบกระซาบกับเขา “ฉิงเทียน คุณจะรักษาได้จริงๆเหรอ”
“คุณไม่รู้ซะแล้วว่าผมเป็นใคร!” หลังจากที่พูดจบมือขวาของเขาก็สัมผัสไปที่บริเวณท้องน้อยที่นุ่มนวลและขาวดุจหิมะ ถึงแม้ว่าเธอจะมีความสัมพันธ์กับฉิงเทียนไปตั้งแต่เมื่อวาน แต่ซูเสวี่ยก็ยังคงหลับตาแน่นอนอยู่ดีและใบหน้าของเธอก็แดงขึ้นมา มือของฉิงเทียนนั้นดูเหมือนจะมีเวทมนตร์บางอย่างอยู่ แล้วรู้สึกเหมือนมีความร้อนไหลผ่านเข้าร่างกายของเธอ แล้วอาการบาดเจ็บนั้นก็ได้หายไปในบัดดล
ซูเสวี่ยก็ลืมตาขึ้นมาอย่างประหลาดใจแล้วพูดขึ้น “ฉิงเทียน มันน่าทึ่งมากเลย นี่คือพลังของคุณงั้นเหรอ? ฉันอยากจะฝึกบ้างจัง”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ! แต่ถ้าคุณไม่มาอยู่ที่นี่ มันก็จะไม่สะดวกสำหรับผมที่จะสอนคุณได้!”
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะย้ายมาวันนี้เลย” ฉิงเทียนรู้สึกยินดีที่เห็นเธอพูดเช่นนั้น
ซูเสวี่ยก็หันไปมองฉิงเทียนที่กำลังยิ้มอย่างชั่วร้าย เธอก็เข้าใจได้ทันที “คุณกำลังคิดอะไรไม่ดีอีกแล้วล่ะสิ?”
“ผมเปล่านะเสวี่ยเอ๋อ ผมแค่คิดถึงภาพที่สวยงามของช่วงเวลาที่สวยงามเท่านั้นเอง ผมว่าเราน่าจะทำอะไรกันสักหน่อยไหม?”
“ฉันไม่เชื่อคุณหรอก ฉันกลับบ้านดีกว่า!” พูดจบเธอก็เลี่ยงหลบจูบของฉิงเทียน
จากนั้นเธอก็รีบแต่งตัวอย่างเร่งรีบ
ฉิงเทียนขับรถไปที่บ้านของซูเสวี่ย วันนี้เป้าหมายของเขาคือพาซูเสวี่ยไปที่บ้านของเขา เป้าหมายของเขานั้นมันช่างหนักหน่วงและหนทางยาวไกลเหลือเกิน ฉิงเทียนนั้นคิ้วขมวดไปตลอดทาง และคิดว่าเขาจะทำให้พ่อกับแม่ของซูเสวี่ยนั้นยอมตกได้อย่างไรดี
ที่บ้านของซูเสวี่ยนั้นดูยุ่งมากในตอนนี้ ในห้องรับรองนั้นมีผู้ชายอายุราวๆ 50 ปีสวมชุดสูทกำลังยิ้มและคุยอยู่กับพ่อแม่ของซูเสวี่ยอยู่ ข้างๆเธอมีหญิงสาวอายุ 20 ปีที่สวยสุดๆอยู่ด้วย ด้วยหนังสือที่อยู่ในมือของเธอดูท่าว่าเธอน่าจะเป็นประเภทสาวฉลาด แต่มีสิ่งที่ทำให้เธอดูน่าสงสารนั่นคือเธอนั่งรถเข็นอยู่!
หลังจากที่ตกลงเวลาพรุ่งนี้เสร็จ หวังเห่ากับลูกสาวก็ได้ลากลับไป
เมื่อเห็นว่าทั้งคู่ออกไปแล้ว ซูเสวี่ยก็ได้แอบหนีขึ้นไปชั้นบนกับฉิงเทียน!
“หยุดเดี๋ยวนี้!” เสียงของซูกังดังขึ้นมา!
ซูเสวี่ยกับฉิงเทียนก็หยุดก้าวทันที
“มาที่นี่”
ซูเสวี่ยนั้นแอบขยิบตาให้ฉิงเทียน ส่วนฉิงเทียนนั้นทำได้แต่ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะหันไปมองรอบๆแล้วทั้งสองคนก็เดินไปหาอย่างช้าๆ!
ที่โซฟา ซูกังมองมาที่ซูเสวี่ยและฉิงเทียนด้วยท่าทีที่องอาจ โดยที่ไม่รู้เลยว่าเขานั้นกำลังคิดอะไรอยู่ ถึงแม้ฉิงเทียนจะสามารถทำเป็นเมินเขาก็ได้ แต่ใครจะปล่อยให้เขานั้นไล่ตามลูกสาวของคนอื่นได้ง่ายๆเช่นนั้น หัวใจของเขานั้นเต้นตึกตักๆขึ้นมาทันที
ซูเสวี่ยมองไปที่ใบหน้าฉุนเฉียวของซูกัง เธอจึงได้หันไปมองที่หวงโหรวเพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งหวงโหรวนั้นก็มองมาที่พวกเขาด้วยสายตาที่เอ็นดูและยิ้มตอบกลับมา!
ฉิงเทียนรู้สึกได้ถึงความอึดอัดใจเมื่ออยู่ภายใต้สายตาของซูกังและหวงโหรว ราวกับว่าเขานั้นกำลังถูกไฟส่องอยู่ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็อึดอัดไปหมด ทำให้เขาขยับตัวไม่ค่อยได้ราวกับเป็นรูปปั้น ฉิงเทียนจึงได้พยายามหลบสายตาราวกับว่าเขานั้นเป็นโจร ในเมื่อเขาไม่รู้จะมองไปที่ไหนจึงได้มองไปที่เพดาน!
ซูเสวี่ยที่มองดูฉิงเทียนที่กำลังมีใบหน้าที่อึดอัดใจ เธอก็ได้แอบหัวเราะในใจ แล้วบรรยากาศเช่นนี้ก็ได้ดำเนินต่อไปจนเป็นเวลาได้ราวๆ 10 นาที!
ในที่สุด ซูกังก็ได้พูดขึ้นมา “มาที่บ้านของฉันพรุ่งนี้ แล้วพรุ่งนี้เราจะไปที่นั่นด้วยกัน!” จากนั้นเขาก็หันหลังไปโดยไม่สนใจท่าทีฉิงเทียนที่ตกใจของฉิงเทียน แล้วเดินจากไป
“ว้าว ขอบคุณมากค่ะพ่อคะ!” หลังจากที่ได้ยินเช่นนี้ ซูเสวี่ยก็กระโดดไปหาฉิงเทียนอย่างดีใจ หวงโหรวนั้นมองดูซูเสวี่ยจึงอดไม่ได้ที่จะพูดล้อเล่นกับเธอ “ผู้หญิงเมื่อโตแล้วก็ต้องออกจากบ้านจริงๆ!”
“แม่ค่ะ พูดอะไรนะคะ?” ซูเสวี่ยหน้าแดงและออกมาจากฉิงเทียนก่อนที่จะไปจับมือของหวงโหรว และพูดเหมือนกับเป็นเด็กๆ
ฉิงเทียนมองดูสถานการณ์นี้ด้วยสีหน้าที่งุนงง แล้วตะโกนออกมาในใจ: นี่มันสถานการณ์อะไรกันเนี่ย!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย