บทที่ 421 อาคมหมอกขาว
“บ้าเอ๊ย หลังจากที่ผ่านประตูเกิดกับตายมาได้ ก็มาเจอกับหมอกขาวต่อเลยเรอะ?” โช่วเหนียนพูดก่นด่าออกมา โดยที่ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆเขาเลย มีเพียงเขาอยู่คนเดียวเท่านั้น
ซึ่งกลายเป็นว่าพวกเขาต่างก็พากันเดินตามฉิงเทียนมาที่ประตูเกิด แต่พอพวกเขาตามมาก็พบกับหมอกสีขาวที่หนาแน่น แล้วตำแหน่งที่โผล่มาก็เหมือนจะสุ่มด้วย!
ภายในหมอกสีขาวนี้ จิตศักดิ์สิทธิ์ของฉิงเทียนนั้นถูกบีบให้มองเห็นได้แค่ในระยะ 1 เมตรรอบตัวเท่านั้น แทบจะไม่ต่างจากระยะที่เขาเห็นด้วยตาเปล่าเลย
“ไป๋กงหยาง คุณมองเห็นได้ในระยะกี่เมตร?”
“5 เมตรเท่านั้นเอง” ไป๋กงหยางกล่าว
ฉิงเทียนกับฉิงหยูจึงได้เดินกันอย่างระวังๆภายใต้หมอกขาวที่หนาแน่นนี้ ด้วยความที่ฉิงเทียนกับฉิงหยูที่โผล่ใกล้กัน และยังมีไป๋กงหยางอยู่คอยช่วยอยู่ ฉิงเทียนกับฉิงหยูจึงได้เดินมาพบกันไวก่อนคนอื่น
“อาคมนี้น่าจะไม่ใช่อาคมสังหาร แต่น่าจะเป็นอาคมกับดัก แต่ก็ยังอันตรายสุดๆเช่นกัน ถ้าคิดที่จะทำลายอาคมนี้ ต้องใช้กำลังเข้าทำลายอาคมอย่างเดียว” ไป๋กงหยางกล่าว เขานั้นสัมผัสได้ถึงรังสีฆ่าฟันที่แผ่ออกมา
“ไม่เป็นไร ในเมื่อรู้แล้วว่าอาคมนี้เป็นอาคมกับดักแค่นั้นก็พอแล้ว พวกเราถูกส่งมาแบบไม่ตายตัวจากประตูเกิด และจิตศักดิ์สิทธิ์ก็ถูกบีบจนเหลือนิดเดียว ที่พวกเราได้เจอกันเร็วก็เพราะได้ไป๋กงหยางช่วย พวกเราควรที่จะหาหยูชูซินที่ยังอยู่ตัวคนเดียวในอาคมนี้ให้ได้ก่อนคนจากสำนักซูซาน พวกเราจะได้ช่วยเธอออกมาได้โดยที่ไม่มีใครรู้ตัว”
“จริงด้วยถ้าเป็นแบบนั้น พวกเราก็จะสามารถช่วยเสี่ยวซินกลับมาได้ โดยที่สำนักซูซานไม่สามารถเดาได้ว่าพวกเราเป็นคนทำ!” ฉิงหยูกล่าวด้วยดวงตาที่ฉายแสงออกมา
ฉิงเทียนและฉิงหยูก็ได้เดินต่อเข้าไปในหมอกสีขาวนี้เดินต่อเข้าไปในหมอกสีขาว ดูเหมือนว่าหมอกนี้นั้นจะไม่ได้จางลงไปเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าที่ไหนก็หนาไปหมดทำให้ผู้คนต้องหลงทางอย่างช่วยไม่ได้
แล้วฉิงเทียนก็พลันรู้สึกได้ถึงบางอย่าง
“ฟู่” มีไฟลุกขึ้นมาท่ามกลางหมอกสีขาว และร้อนมาก
ฉิงเทียนจึงได้ปล่อยกระบี่บินออกจากมือของเขาไปอย่างรวดเร็ว แล้วทันทีที่ปะทะกันไฟสีแดงก็ได้หายไปทันที
“อันตรายไม่น้อยเลย พลังของไฟนี้น่าจะอยู่ในระดับเฟิงเฉินขั้นปลาย ซึ่งน่าจะสูงกว่าพลังของหยดน้ำในอาคมทะเลสาบเมื่อสักครู่เสียอีก” ฉิงเทียนคิดในใจ “อาคมหมอกขาวน่าจะต้องทรงพลังมากกว่าอาคมน้ำแน่ๆ”
ฉิงหยูเองก็อดไม่ได้ที่จะกังวลขึ้นมาเมื่อเขาเห็นพลังของไฟเมื่อสักครู่ พลังของไฟที่อยู่ในระดับเฟิงเฉินตอนปลายเลยทีเดียว แต่เสี่ยวซินก็คงน่าจะพอจัดการเองได้ อย่างไรเสียกระบี่เขียวในมือของเธอนั้นจะต้องไม่ใช่ของวิเศษธรรมดาๆแน่ ต่อให้เธอไม่เข้ากับสำนักซูซาน เธอก็น่าจะมีความสามารถมากพอที่ป้องกันตัวเองได้อยู่
เมื่อเห็นฉิงหยูที่เป็นกังวลขึ้นมา ฉิงเทียนจึงได้ตบไหล่เขาแล้วกล่าว “ไม่ต้องกังวล ที่นี่เป็นเขตของสำนักซูซาน พวกคนของสำนักซูซานจะนิ่งดูดายปล่อยให้คนในสำนักตายได้อย่างไร หยูชูซินจะต้องไม่เป็นอันตรายอย่างแน่นอน”
“ครับ!”
ฉิงเทียนกับฉิงหยูก็ได้พากันเดินท่ามกลางหมอกขาวต่อไป เหมือนว่าหมอกขาวนี้ดูเหมือนจะไร้ขอบเขต
……………….
อีกสถานที่หนึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน
“กางเรียบร้อยแล้วค่ะ” หยูชูซินพูดอย่างตั้งใจ ในเวลานี้มีกำแพงสีเขียวที่ล้อมรอบตัวเธอเอาไว้ในระยะ 6 เมตรรอบตัว ซึ่งใกล้ๆเธอนั้นมีทั้งเจี้ยนอ้าว, ฉิงอวี้เอ๋อและศิษย์สำนักซูซานคนอื่นๆ ซึ่งพวกเขาได้มารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว
และทุกคนในสำนักซูซานในกลุ่มนี้นั้นก็ล้วนเป็นคนที่เรียกได้ว่าเป็นผู้มีความสามารถในสำนักซูซาน และต่างก็ได้รับของวิเศษที่ทรงพลังมาทั้งนั้น
“ศิษย์หลานหยู เจ้าสามารถใช้กระบี่เขียวตามหาตำแหน่งของพวกเราได้ แล้วเจ้าสามารถใช้กระบี่เขียวตามหาตำแหน่งของกระบี่ม่วงได้หรือไม่?” ผู้บำเพ็ญเพียรอ้วนมองดูรอบๆแล้วถามอย่างสงสัย ถึงแม้ว่าเขาจะเคยเขามาสุสานกระบี่ครั้งหนึ่งแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยเข้ามาลึกขนาดนี้เลย ดังนั้นพวกเขาจึงได้ระแวดระวังมากตอนที่เจอลูกไฟในหมอกขาวนั้น
“ไม่ได้ค่ะ! ข้าสามารถตามหาพวกท่านได้เพราะว่ากระบี่เขียวนั้นจดจับกลิ่นของพวกท่านได้ ส่วนกระบี่ม่วงนั้นไม่ตอบสนองแม้แต่น้อยเลยค่ะ” หยูชูซินส่ายหัว เธอถือกระบี่เขียวเอาไว้ด้วยมือข้างหนึ่งแล้วมองที่มันอย่างสงสัย
“ฟู่”
ท่ามกลางหมอกขาวที่หนาแน่น ลูกไฟลูกหนึ่งก็ได้พุ่งมาอีกครั้ง แต่ก็ปรากฏแสงสีเขียวที่ล้อมรอบบริเวณนี้เอาไว้ป้องกันพลังไฟเอาไว้ แล้วลูกไฟนั้นก็ได้สลายไปทันทีที่ปะทะกับกำแพงเขียวนั้น
“ไฟเฟิงเฉิน!” ฉิงอวี้เอ๋อคิ้วขมวดขณะที่พูดขึ้นมา
“ท่านอาจารย์อา ไปกันเถอะค่ะ!” แล้วหยูชูซินก็ได้เดินนำไป โดยมีเหล่าคนของสำนักซูซานคอยระวังหลังเอาไว้ให้
……………
“นายท่านเจ้าคะ ภายในอาคมนี้มีของวิเศษที่ล้ำค่ายิ่งกว่าอาคมที่แล้วอีกเจ้าค่ะ” เพ่าฝูจู่ๆก็พูดและยิ้มขึ้นมาในหัวของฉิงเทียน “แต่ทว่ามันก็จะอันตรายมากขึ้นด้วยเช่นกันค่ะ”
“เพ่าฝู คุณสามารถรับรู้ถึงของวิเศษได้งั้นเหรอ?”
“แน่นอนสิเจ้าคะนายท่าน นายท่านคิดว่าข้าคือใครล่ะเจ้าค่ะ ข้าคือเพ่าฝูที่แสนใจดีและแสนน่ารักยังไงล่ะเจ้าค่ะ”
“หา?”
“ดูเหมือนที่นี่จะมีของวิเศษอยู่มากมายเลยนะเจ้าคะ” จู่ๆเพ่าฝูก็พูดขึ้นมาต่อ
“อาคมถัดไปจะมีของวิเศษไม่มาก แต่ที่นี่กลับมีของวิเศษอยู่มากมายเลยเจ้าค่ะ” เพ่าฝูพูดอย่างยินดี “นายท่านคอยฟังข้าให้ดีนะเจ้าคะ! ก่อนอื่นก็เดินตรงไปก่อนเจ้าค่ะ”
“ลองหยิบมาดูก็น่าจะรู้” ฉิงหยูกล่าว
ฉิงหยูสะบัดมือของเขา แล้วกระบี่บินในมือของเขาก็ได้พุ่งออกไป แล้วเขาไปล้อมรอบขวดหยกฟ้านั้นเอาไว้แล้วขวดยาก็ได้ตกลงมาตรงหน้าเขา
ฉิงหยูยื่นมือของเขาออกไปรับขวดหยกนั้น ขวดหยกนั้นดูเผินๆเหมือนจะธรรมดาๆ แต่มีตัวหนังสือเขียนเอาไว้ข้างขวดว่า “ยาสี่สุ่ย”
ยาสี่สุ่ยเป็นยาล้ำค่าแต่สำหรับฉิงเทียนกับฉิงหยูในเวลานี้แล้วนั้น มันไม่มีค่าอะไรเลย
ยาสี่สุ่ยหรือยาขัดกระดูกนั้น ก็ตามชื่อของมันเป็นยาที่ใช้ทำความสะอาดกระดูกสำหรับคนที่เตรียมจะเข้าสู่การบำเพ็ญเพียรและเพื่อเพิ่มพลังวัตร ซึ่งเป็นแบบเดียวกันกับผลไม้ที่ฉิงเทียนมอบให้กับพ่อแม่ของซูเสวี่ย
แต่ผลไม้ที่ฉิงเทียนให้ไปนั้นแต่เดิมเป็นของที่เขานำมาจากโลกเซียน และพวกมันยังมีอยู่ที่ในเกาะดอกท้อด้วย ซึ่งผลไม้พวกนั้นยาสี่สุ่ยนั้นเทียบไม่ติดเลย
แต่สำหรับในโลกผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว โดยเฉพาะสำนักใหญ่ๆอย่างสำนักซูซาน ยาสี่สุ่ยนั้นมีค่าอย่างมาก อย่างไรเสียด้วยจำนวนลูกศิษย์ที่มากมาย และลูกศิษย์ทุกคนก็จำต้องทำความสะอาดกระดูกของเขาก่อนถึงจะบำเพ็ญเพียรได้ ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้มีผลไม้อย่างที่ฉิงเทียนมีจึงต้องใช้ยาสี่สุ่ยกัน
“แต่ยาสี่สุ่ยนี่ก็น่าจะเป็นยาที่มีทั่วไปนะ ทั่วทั้งสำนักซูซานเองก็น่าจะเห็นมันเป็นยาทั่วๆไป ยิ่งเป็นสำนักซูซานยิ่งไม่ต้องพูดถึง อย่างไรเสียผู้คนที่นี่ส่วนใหญ่ก็ฝึกกันแต่วิชาดาบ ไม่ค่อยได้ยุ่งกับเตาปรุงยาเท่าไร” ฉิงเทียนพูดพร้อมกับยิ้ม “จะว่าไปเราก็ได้เห็นนักปรุงยาของสำนักซูซานเพียงแค่คนเดียวก็ในเมืองเทียนเฉิง ที่ชื่อหลี่ตันที่เราพบในงานประมูล”
อย่างไรก็ดี ยาสี่สุ่ยนั้นจะสัมพันธ์กับคุณภาพของลูกศิษย์ในสำนัก และสำนักโอสถนั้นน่าจะไม่ได้ขายเป็นจำนวนมากให้กับสำนักซูซานเป็นแน่
“ดูเหมือนว่ายาสี่สุ่ยนี้จะเป็นยาที่เตรียมเอาไว้โดยผู้อาวุโสสำนักซูซานเพื่อผู้สืบทอดของพวกเขา แต่คงไม่คิดว่าจะมาถูกพวกเราเอาไปเช่นนี้” ฉิงเทียนกล่าว
ยาขวดนี้นั้นสามารถที่จะเปลี่ยนสภาพของคนคนหนึ่งได้ รวมถึงอนาคตของคนคนนั้นด้วย
แม้แต่ในความคิดของฉิงเทียน น่าจะมียาที่สามารถทำให้มนุษย์กลายเป็นเซียนได้ทันทีอยู่บ้าง
แต่ยาเช่นนั้นจะต้องหายากมากแน่ๆ และอาจจะมีน้อยคนที่สามารถปรุงยาเช่นนั้นได้
มันน่าจะเป็นเรื่องยากมากที่จะมีนักปรุงยาเก่งๆปรากฏตัวอยู่ในโลกผู้บำเพ็ญเพียร นักปรุงยาเช่นนี้จะต้องเป็นที่ต้องการตัวมากแน่ๆ และอีกอย่างจะต้องทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับคุณสมบัติของสมุนไพรต่างๆนับไม่ถ้วน แล้วจะต้องปรุงยาเก่งกาจมากขึ้นเรื่อยๆโดยอาศัยประสบการณ์ในการปรุงยานับไม่ถ้วน นักปรุงยาที่สุดยอดเช่นนั้นหาได้น้อยมากในโลกผู้บำเพ็ญเพียร ซึ่งอย่างเหลียนเจี่ยที่ถูกเรียกได้ว่ามีลูกศิษย์ที่มีพรสวรรค์ในสำนักโอสถ บางทีก็อาจจะไม่มีโอกาสได้เป็นยอดนักปรุงยาไปตลอดชีวิตของเขา ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับอัจฉริยะอย่างฉิงเทียนแล้วก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
“มีทั้งหมด 20 เม็ดอยู่ในนี้” ฉิงหยูได้ดึงจุกขวดออกแล้วมองดูตัวยาข้างใน แล้วเขาก็คิ้วขมวดขึ้นมาหน่อยๆ “ถึงแม้ว่าจะสามารถเก็บเอาไว้ได้นาน แต่คุณภาพของยาก็น่าจะตกลงสัก 40-50% ได้แล้วล่ะ”
“คุณภาพตัวยา 40-50% ก็ถือว่าดีถมไปแล้ว” ฉิงเทียนกล่าว “อย่างไรเสียมันก็ไม่มีวิธีที่จะรักษาคุณภาพของตัวยาเอาไว้อยู่แล้วด้วย เมื่อไรที่เราออกไป พวกเราค่อยเอายานี้ไปขายทำเงินสักหน่อย”
“ก็ดีครับพี่ ผมคิดว่าหากดูจากคุณภาพของยาที่มีผลแค่ 40-50% แล้ว ถ้าเกิดกินเข้าไปก็คงจะไม่ให้ผลดีสักเท่าไรแล้วล่ะครับ” ฉิงหยูผงกหัวตอบพร้อมกับยิ้ม
แล้วภายใต้การนำทางของเพ่าฝู ทั้งสองคนก็ได้เดินไปยังที่ต่อไปตามที่เพ่าฝูสัมผัสได้ถึงของวิเศษ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย