บทที่ 450 เฝิงเต๋ออี้
เกาะเล็กๆแห่งหนึ่ง ท่ามกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ซึ่งจู่ๆก็มีประตูสีดำเลือนรางโผล่ขึ้นมา ประตูสีดำนี้ค่อยๆปรากฏตัวอย่างช้าๆ แล้วจากนั้นก็ได้มีคนหนุ่มที่เดินออกมาจากในประตูนั้นอย่างช้าๆ ซึ่งคนหนุ่มคนนั้นก็คือฉิงเทียนนั่นเอง
“บ้าเอ๊ย! ไม่น่าไว้ใจตุลาการลู่เลย!” หลังจากที่มองดูรอบๆแล้ว ฉิงเทียนก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมา
ก่อนหน้านี้ เขาคิดที่จะกลับไปยังประตูผี แต่ตุลาการลู่ก็บอกว่าจะส่งกลับไปให้เอง แล้วเขาก็ได้เปิดประตูขึ้นมาที่ย่านการค้า ฉิงเทียนก็คิดว่าเป็นประตูเปิดมาส่งถึงที่บ้าน แต่ตอนนี้แค่มองผ่านๆก็พบว่าประตูมิตินี้คลาดเคลื่อนจากสถานที่ที่เขาคาดไปไกลมาก ซึ่งไกลมาแค่ไหนนั้นเขาก็ไม่รู้ได้นอกจากจะต้องเช็กตำแหน่งจากในโทรศัพท์เท่านั้น
“เยี่ยม!” ฉิงเทียนตะโกนออกมา ทำไมตุลาการลู่ถึงได้ทำอะไรไร้การรับผิดชอบแบบนี้นะ คราวหน้าเรากลับผ่านทางประตูผีธรรมดาๆดีกว่า
ที่นี่มันที่ไหนเนี่ย? มองไปทะเลที่ไร้ขอบ ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะปวดหัวขึ้นมา! ถ้านี่เป็นเกาะท่ามกลางมหาสมุทรแปซิฟิกเขาก็พอจะยังบินช้าๆกลับไปได้ แล้วในขณะที่ฉิงเทียนกำลังหยิบโทรศัพท์เพื่อมาลองเปิด GPS หาพิกัดของตัวเองอยู่นั้นเอง
ทันใดนั้นเองมีคนที่กำลังออกมาจากประตูบานนั้น และทันทีที่มีคนโผล่ออกมาประตูบานนั้นก็ได้หายไป
ฉิงเทียนก็ได้ผงะและรีบถอยออกมาสองก้าว หลังจากที่มองดูใกล้ๆแล้ว เขาก็พบว่าตัวตนที่อยู่เบื้องหน้าเขานั้นมีใบหน้าที่ดูเด็กมาก และสูงแค่ 1 เมตรเท่านั้น แต่ใบหน้าของเขานั้นน่าเกลียดมากจนยากที่จะมองไปที่ใบหน้าของเขาตรงๆได้ ฉิงเทียนนั้นมีชีวิตมามากกว่า 20 ปีแล้วไปมาแล้วทั้งสองโลก เขาพบเห็นผู้คนมาแล้วมากมายทั้งผีและเซียน แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาพบคนที่ดูน่ารังเกียจเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะน่ารังเกียจแล้วแต่ยังน่าขยะแขยงด้วย
เพียงแค่มองผ่านๆก็จะคิดว่าเขาเป็นมนุษย์ เขานั้นเกือบจะดูเหมือนมนุษย์มาก แต่ฉิงเทียนก็รู้สึกได้ว่าตัวเขานั้นเป็นเพียงแค่ร่างวิญญาณเท่านั้น เพราะภายใต้แสงแดดที่ส่องลงมา ก็พบควันสีขาวที่ลอยออกมาจากตัวของเขาราวกับว่าตัวเขากำลังจะละลาย
“คะคุณเป็นผีจากยมโลกงั้นเหรอ?” ฉิงเทียนถามอย่างตกใจ
“ใช่แล้วไอ้หนุ่ม ซึ่งก่อนอื่นข้าควรจะต้องขอบใจเจ้าก่อน” ถึงแม้ว่าผีตนนั้นจะมีใบหน้าที่ดูเด็กแต่เสียงก็อย่างกับคนแก่อายุราวๆ 70-80 ปี “เจ้าของร้านสามโลกซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีความสัมพันธ์สนิทชิดเชื้อกับราชายมบาลและตุลาการลู่ ฮ่าๆข้าจึงได้เฝ้ารออยู่นานมากแล้วรอจนให้ใครสักคนเข้ามาในยมโลกแล้วพาข้ากลับออกไปด้วย แต่แล้วในที่สุดเจ้าก็โผล่ออกมาคนเป็นที่สามารถเข้าออกยมโลกได้อย่างอิสระ ฮ่าๆ!”
ฉิงเทียนคิ้วขมวด ไม่นึกเลยว่าจะมีผีที่หลุดรอดไปจากสายตาของตุลาการลู่ได้และหนีออกมาจากยมโลก ยิ่งไปกว่านั้นแทนที่เขาสามารถหนีออกมาจากยมโลกแล้วก็ควรจะรีบหนีไป แต่เขากลับมายืนอยู่ตรงนี้และพูดคุยกับฉิงเทียนราวกับว่าเขากำลังต้องการที่จะทำอะไรบางอย่างเป็นแน่”
“ในเมื่อคุณรู้อยู่แล้วว่าผมกับราชายมบาลนั้นสนิทกัน แต่คุณกลับยังกล้าหาญที่มาหาผมเช่นนี้นะ” ฉิงเทียนพูดอย่างขึงขัง
“ข้ากลัวจังเลย!” วิญญาณเด็กคนนั้นทำมือปิดปากอย่างกระวนกระวายราวกับกลัวตาย แต่หลังจากที่ผ่านไปพักหนึ่ง เขาก็ได้เงยหน้าแล้วหัวเราะ “ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าสนิทกับราชายมบาลได้อย่างไร แต่เจ้าก็เป็นแค่ผู้บำเพ็ญเพียรในระดับเหอถี่ ถ้าข้าสามารถเอาชนะเจ้าได้ ทุกสิ่งทุกอย่างของเจ้าจะเป็นของข้าๆ ฮ่าๆ!! ข้าต้องขอบใจเจ้าจริงๆ!”
“ฮ่าๆ คำขอร้องของข้าง่ายมาก ก็แค่เจ้ายอมยกร่างกายของเจ้าให้กับข้า ด้วยความสามารถของข้าเจ้าจะสามารถพัฒนาร่างกายของเจ้า, พลังวัตรและความมั่งคั่ง และไปจนถึงจุดสูงสุดของชีวิตเลยทีเดียว” เด็กหนุ่มกล่าวด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ราวกับหมาป่าที่มองเห็นเหยื่อ
“หน็อยแน่ ผมช่วยคุณแล้วแต่คุณกลับยังจะทำร้ายผมอีกเหรอ?” ถึงแม้ฉิงเทียนจะเดาจุดประสงค์ของเขาอยู่แล้ว แต่พอมาได้ยินจากปากของเขาแล้ว หัวใจของเขาก็แทบจะระเบิดความโกรธออกมา ทั้งๆที่อุตส่าห์พาหนีออกมาแต่ยังกลับมาอาฆาตพยาบาทเขาอีก เห็นเสือไม่กางเล็บหน่อยก็ทำกับเขาราวกับเป็นแมวป่วย
“ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ!” เขาถอนหายใจ แล้วเงยหน้า 45 องศาและพูดต่อ “ข้ามีชื่อว่าเฝิงเต๋ออี้ ในตอนนั้นข้าอายุยังไม่ 200 ปี ข้าก็สามารถหาทางบรรลุเป็นเซียนได้ เทพมาขวางฆ่าเทพ พระพุทธเจ้ามาขวางฆ่าพระพุทธเจ้า แต่ทว่าข้ากลับถูกหลอกและฆ่าตายในสวรรค์ แต่โชคยังดีที่ข้าได้เก็บรักษาวิญญาณของตัวเองเอาไว้ได้ และไปยังยมโลกเพื่อทำการบำเพ็ญเพียรและกลับไปยังโลกเซียนอีกครั้ง แต่ร่างกายของข้าถูกทำลายไปแล้ว ถ้าข้าอยากที่จะมีร่างกายอีกครั้ง ก็มีอยู่วิธีเดียวคือต้องหาร่างกาย การเข้าสู่วัฏสงสารแล้วบำเพ็ญเพียรใหม่ก็ได้อยู่ แต่ข้าไม่เอาเพราะข้าต้องการล้างแค้น เพราะหลังจากที่เข้าสู่วัฏสงสารไปแล้วความทรงจำทั้งหมดจะหายไป ก็หมายว่าข้าจะลืมศัตรูของข้าไป ไม่มีทางข้าไม่วันยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด” ในตอนท้ายเฝิงเต๋ออี้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ดุดัน
“เจ้าคิดเหรอว่าข้าจะยอมละทิ้งโอกาสที่ข้ามาอย่างยากลำบากทิ้งไป? ถึงแม้วิญญาณของข้าจะยังเป็นรูปร่างมนุษย์อยู่ แต่บรรยากาศบนโลกมนุษย์นั้นไม่เหมาะสมแก่การบำเพ็ญเพียร ลำพังร่างวิญญาณอย่างเดียวมันจะทำให้ร่างกายของข้าอ่อนแอลงเรื่อยๆ ดังนั้นเพื่อที่ข้าจะได้กลับมาสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง ข้าจะต้องยึดร่างเนื้อ! ด้วยวิธีการนี้ข้าจะสามารถจำศัตรูของข้าได้ด้วย นี่คือวิธีการที่เหมาะสมกับข้าที่สุด” เฝิงเต๋ออี้พูดพร้อมกับยิ้ม “และเจ้าคือผู้ที่เหมาะสมที่สุด ไม่ต้องเป็นห่วงนะข้าจะดูแลร่างกายของเจ้าอย่างดีเลย
“หลังจากที่ข้าได้ร่างเนื้อของเจ้าแล้ว ข้าก็จะใช้ตัวตนของเจ้า เมื่อเจ้ามีลูกก็จะใช้ชื่อแซ่ของเจ้า ครอบครัว, พ่อแม่ และภรรยาของเจ้า ข้าก็จะดูแลอย่างดีเลย ทุกสิ่งทุกอย่างจะยังเป็นของเจ้า ยกเว้นแต่วิญญาณเท่านั้นที่จะเปลี่ยนไป!”
“ไอ้สารเลว” ฉิงเทียนตะโกนด่าออกมา “ในเมื่ออยากจะยึดร่างฉันก็อย่ามาทำเป็นคนดีไปหน่อยเลย เข้ามาเลยถ้าผมยอมให้ง่าย ผมก็ไม่ใช่ลูกผู้ชายแล้ว!”
“ลูกผู้ชายเหรอ? ฮ่าๆ” เฝิงเต๋ออี้หัวเราะออกมา “หลังจากนี้ แม้แต่ผู้หญิงเจ้าก็จะไม่ได้เป็น วิญญาณของเจ้าจะกลายเป็นขี้เถ้า และร่างกายของเจ้าจะเป็นของข้า! ข้าต้องการร่างกายของเจ้าถึงจะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับเหอถี่ก็เถอะ แค่ไม่กี่นาทีก็จบแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย