บทที่ 46 ลูกศิษย์
เมื่อแสงแดดแรกในยามเช้าได้สาดส่องผ่านหน้าต่างโดนหน้าของฉิงเทียน ฉิงเทียนจึงได้ลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากที่หลับไปตลอดทั้งคืน สิ่งแรกที่เขาเห็นก็คือซูเสวี่ย เขามองเห็นดวงตาคู่นั้นที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่นั้นเป็นสีแดงและบวม กำลังจ้องมองมาที่ฉิงเทียนอยู่ตลอดเวลา! เมื่อเห็นว่าฉิงเทียนฟื้นขึ้นมาแล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้และพูดด้วยเสียงอ่อยๆ “ทำไมคุณถึงไม่เป็นห่วงความปลอดภัยของตัวเองแต่กลับไปห่วงขาของคนอื่นอย่างนั้น!”
มองไปที่น้ำตาที่กำลังหลั่งไหลออกมาของซูเสวี่ย ฉิงเทียนก็ได้ยื่นมือไปลูบที่ใบหน้าของซูเสวี่ยแล้วพูดด้วยเสียงที่อ่อนโยน “เสวี่ยเอ๋อคุณไม่ต้องเป็นห่วงนะ ผมจะจำให้ขึ้นใจ! ดูสิตอนนี้ผมฟื้นขึ้นมาแล้วเห็นไหม?”
“ไม่เอาไม่ร้องนะ ถ้าคุณร้องอีกคุณจะหมดสวยเอานะ! แล้วผมจะทิ้งคุณจริงๆด้วย!”
“กล้าเหรอ!” ซูเสวี่ยยิ้มและพูดด้วยเสียงที่ดุดัน
“เห็นไหม เสวี่ยเอ๋อของผมสวยแค่ไหนถ้าเธอไม่ร้องไห้เช่นนี้”
มองดูแวดล้อมรอบๆ ฉิงเทียนก็ถามขึ้นอย่างสงสัย “เสวี่ยเอ๋อ ผมอยู่ที่ไหน?”
“นี่คือที่บ้านของคุณปู่ค่ะ!” เธอตอบพร้อมกับซับน้ำตา แล้วจึงหยิบชามใบหนึ่งมา
“นี่คือยาบำรุงของคุณปู่ที่เตรียมมาพิเศษให้คุณโดยเฉพาะค่ะ คุณปู่บอกว่าคุณนั้นสูญเสียพลังไปมาก!” เธอตักยาบำรุงขึ้นมาเต็มช้อนแล้วป้อนเข้าปากฉิงเทียน! เป็นภาพที่ดูอบอุ่นมาก ฉิงเทียนมองดูซูเสวี่ยที่ดูเป็นกังวลและมีทีท่ากระวนกระวาย เขาจึงแอบสาบานในใจของเขาว่าเขาจะไม่ทำให้ซูเสวี่ยนั้นต้องเป็นกังวลอีก!
แล้วก็มีเสียงเคาะดังขึ้นมาที่ประตูเบาๆ ซูเสวี่ยจึงได้รีบส่งชามยาไว้ในมือของฉิงเทียน ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มแห้งๆและส่ายหัว เขารู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไรแล้วคิดว่าใครกันที่มาขัดที่บรรยากาศดีๆเช่นนี้ซะได้!
เป็นผู้เฒ่าซูและซูกังที่เดินเข้ามาด้วยกัน เมื่อพวกเขาเห็นฉิงเทียนฟื้นขึ้นมาแล้วก็มีสีหน้าที่โล่งอกขึ้นมาบนใบหน้าของพวกเขา!
การรักษาของฉิงเทียนเมื่อวานนี้สามารถพูดได้ว่าทำให้ผู้เฒ่าซูและซูกังนั้นประหลาดใจได้! โดยเฉพาะซูกังตั้งแต่ที่ฉิงเทียนและซูเสวี่ยนั้นได้ตกหลุมรักกัน ซูกังก็ได้แอบเฝ้าดูฉิงเทียนอย่างเงียบ และพบว่าฉิงเทียนนั้นไม่ได้ทำงานอะไรจริงจังและมักจะสร้างปัญหาขึ้นมาตลอดเวลา แน่นอนว่าเขาจึงแอบไม่ยอมรับฉิงเทียนในใจของเขา และไม่เคยที่จะแสดงสีหน้าที่ดีให้กับฉิงเทียน แต่เพราะเรื่องเมื่อวานนี้ ตอนที่เขาเห็นฉิงเทียนนั้นรักษาขาของหวังอี้ ซูกังก็ตกใจและอดคิดไม่ได้ว่าเขาต้องเป็นหมอชื่อดังแน่ๆ!
แต่ผู้เฒ่าซูนั้นกลับคิดต่างกับซูกังออกไปอย่างสิ้นเชิง จากการรักษาเมื่อวานนี้ พูดได้เลยว่าผู้เฒ่าซูก็ได้นับถือฉิงเทียนขึ้นมา จากการที่เขาสามารถรักษาอาการเช่นนั้นได้ เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนของที่เสียไปแล้วให้กลายเป็นปาฏิหาริย์ ยิ่งไปว่านั้นวิธีการรักษาชีพจรและวิธีการใช้เข็มเงินนั้นสามารถเรียกได้ว่าเขานั้นไม่เคยได้ยินหรือเห็นมาก่อนเลยในประสบการณ์ทั้งชีวิตของเขา
ผู้เฒ่าซูนั้นนั่งอยู่ข้างฉิงเทียนและพูดด้วยรอยยิ้ม “เจ้าช่างเป็นคนหนุ่มที่มีความสามารถและจิตใจที่เมตตาเสียจริงๆ”
“ผมจะไปเทียบกับผู้ที่มีจิตใจเมตตาที่แท้จริงอย่างผู้เฒ่าซูได้อย่างไรกัน?” ฉิงเทียนพูดอย่างประจบประแจง
“ฮ่าๆ ข้าต่างหากที่เทียบกับเจ้าไม่ได้!” ผู้เฒ่าซูพูดอย่างอดไม่ได้ที่ได้ยินคำพูดของฉิงเทียน!
ซูเสวี่ยที่อยู่ข้างๆกำลังมองดูฉิงเทียนและผู้เฒ่าซูนั้นกำลังเยินยอกันเอง จึงได้หัวเราะและพูดขึ้น “คุณปู่กับฉิงเทียนค่ะ พวกคุณทั้งคู่อย่ามัวแต่ชมกันเองไปมาอย่างนั้นสิคะ!”
ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะนั่งอย่างเงียบๆด้วยความเก้ๆกัง ส่วนผู้เฒ่าซูก็ลูบหนวดของเขาแล้วหัวเราะออกมาก่อนจะพูด “ก็ได้เสวี่ยเอ๋อ ปู่จะไม่มัวแต่พูดชมคนรักของเจ้าก็ได้!”
“คุณปู่พูดอะไรอยู่คะเนี่ย?” ซูเสวี่ยเขย่าไม้เท้าของผู้เฒ่าซูอย่างเขินอาย
“ก็ได้ๆ ไม่ใช่คนรักก็ได้!”
“พอได้แล้วเสวี่ยเอ๋อ อย่าส่งเสียงดังนัก ฉิงเทียนนั้นเพิ่งจะฟื้นขึ้นมาเขาต้องการพักผ่อนให้มากๆ” ซูกังพูดขึ้นมา!
ว่าที่พ่อตาของเขานั้นเปลี่ยนท่าทีเป็น 180 องศาเช่นนี้ทำให้ฉิงเทียนต้องประหลาดใจ ทำไมเขาถึงได้จู่ๆก็เป็นห่วงเขาขนาดนี้? ไม่ใช่ว่าเขาควรจะเป็นคนที่ไม่พอใจที่เห็นเขามากที่สุด?
ผู้เฒ่าซูจึงพูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง “เสี่ยวฉิงเอ๋ยเจ้าน่ะกำลังเขียนตำราการแพทย์ของตัวเองขึ้นมา คนนอกอย่างพวกข้าจะไปดูได้อย่างไร มันเป็นธรรมเนียมที่แพทย์แผนจีนอย่างพวกเรานั้นถือปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัด ในเมื่อซูกังและข้าไม่ได้เป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันกับเจ้า จะให้พวกข้าไปดูตำราของเจ้าได้อย่างไรกัน?”
เมื่อได้ยินคำพูดของผู้เฒ่าซู ฉิงเทียนก็ตกใจขึ้นมา มีกฎธรรมเนียมเช่นนี้ในวงการแพทย์แผนจีนด้วย ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมวิชาแพทย์แผนจีนโบราณถึงได้ตกต่ำลงไป ในขณะที่วิชาแพทย์แผนตะวันตกนั้นมีการเปิดสอนกันอย่างเปิดกว้าง ในทางกลับกันวิชาแพทย์แผนจีนโบราณนั้นกลับจำกัดอยู่แค่ในตระกูลใหญ่ๆเท่านั้น จึงไม่น่าแปลกที่จะตกต่ำ “ผู้เฒ่าซูครับ ลุงซูครับ หันกลับมาเถอะครับผมเขียนมันขึ้นมาแล้วนะครับ!”
“เสี่ยวฉิงเอ๋ย มันจะเป็นการดีกว่าถ้าเจ้าจะเก็บมันไว้กับตัวคนเดียว ไม่อย่างนั้นมันจะมีคนที่ไม่ได้รับเชิญที่มักมากจะมาฆ่าผู้อื่นเพื่อชิงตำราไปแน่” ผู้เฒ่าซูพูดเตือน
มองดูสีหน้าที่จริงจังของผู้เฒ่าซูแล้ว ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะยื่นตำรานี้ให้และพูดว่า “ผู้เฒ่าซูครับ ผมเขียนมันขึ้นมาให้คุณนะครับ ซูเสวี่ยพูดอยู่กับผมเสมอว่าคุณคือผู้ที่รักในวิชาแพทย์และเปี่ยมไปด้วยใจที่เมตตา ตำรานี้ผมมอบให้คุณเพื่อที่ผู้เฒ่าจะได้ช่วยผู้คนได้มากขึ้น”
มองดูฉิงเทียนที่มอบตำรานี้ด้วยมือของเขา และมองดูวิชาการแพทย์ที่ลึกซึ้งเช่นนี้มันช่างยั่วยวนผู้เฒ่าซูอย่างมาก! ทำให้เขาเกิดความลังเลใจขึ้นมา ฉิงเทียนที่อยู่ข้างๆเขาก็ได้เกลี้ยกล่อมเขา “ไม่ว่าผมจะเก่งกาจมากเพียงใด ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะช่วยผู้คนมากมายได้ ผู้เฒ่าซูคุณนั้นเป็นแพทย์แผนจีนที่มีชื่อเสียง และตระกูลซูนั้นก็เป็นตระกูลแพทย์แผนจีนโบราณอีกด้วย ผมจึงอยากให้คุณรับตำราเล่มนี้ไปด้วย”
ซูเสวี่ยที่ทนไม่ไหวก็ช่วยเกลี้ยกล่อมด้วย “คุณปู่คะ รับไปเถอะค่ะ อย่างไรเสียฉิงเทียนก็ไม่ใช่คนนอกอยู่แล้วนะคะ!”
“ในเมื่อเขาให้คุณปู่แล้วก็รับไว้เถอะค่ะ!”
สีหน้าของผู้เฒ่าซูนั้นหน้านิ่วคิ้วขมวดมากขึ้นเรื่อย จนในที่สุดก็ดูเหมือนเขากำลังตัดสินใจครั้งใหญ่และสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด
จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นมา ท่ามกลางความตกใจของทุกคน ก่อนที่จะคุกเข่าลงกับพื้นแล้วพูดขึ้น “ลูกศิษย์ซู ขอคารวะท่านอาจารย์!”
ฉิงเทียนตกใจกับการกระทำของผู้เฒ่าซู จนเขาต้องเด้งตัวลุกขึ้นมาจากเตียงแล้วคุกเข่าลงบนพื้น “ผู้เฒ่าซู ท่านกำลังทำอะไรอยู่ครับเนี่ย? ผมรับการให้เกียรติเช่นนี้ไม่ได้หรอกนะครับ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย