บทที่ 68 รักษาตัวเอง
รู้สึกได้ถึงความเหนื่อยล้าที่ออกมาจากทั่วทั้งร่างกาย ฉิงเทียนจึงได้นั่งลงบนพื้นในความมืดมิด แล้วร่างกายของฉิงเทียนก็มีพลังวิญญาณไหลเวียนอยู่อย่างต่อเนื่อง ถ้าไม่ใช่เพราะฉิงเทียนนั้นอยู่ในขั้นเทียนเซียนเขาคงได้ตายไปแล้ว
ร่างกายของเขานั้นได้ถูกเปลี่ยนไปตั้งแต่ได้ทานยาอมฤตของไท่ซ่างเหล่าจวิน อีกทั้งเขายังได้ดื่มน้ำวิญญาณมาเป็นเวลานานจนทำให้ร่างกายของฉิงเทียนนั้นหาใช่ร่างกายของคนธรรมดาๆอีกต่อไปแล้ว ฉิงเทียนที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่นั้น ปากของเขาก็ได้ดื่มน้ำวิญญาณเข้าไป แล้วจากนั้นก็หลับตาลงเพื่อทำการซึมซับพลังวิญญาณ!
หลังจากที่ผ่านไปได้สักพักใหญ่ๆ พลังวิญญาณของฉิงเทียนก็ได้กลับคืนมาบางส่วน แล้วกระสุนทั้ง 10 นัดก็ได้ถูกขับออกมาจากร่างกายของฉิงเทียนตรงๆที่เขากำลังนั่งสมาธิอยู่! จุดสีแดงที่ผิวขาวๆของเขานั้นแสดงให้เห็นถึงร่องรอยที่เหลืออยู่จากการถูกยิง
ลุกขึ้นยืนแล้วมองไปที่ศพของทั้งสองคนนั้นด้วยความรู้สึกที่ขยะแขยง ฉิงเทียนรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังจะออกมา และเขาก็รู้สึกเหมือนอยากจะคลื่นไส้!
อย่างไรก็ตาม ถึงนี่จะเป็นการฆ่าคนครั้งที่ 2 ของฉิงเทียนก็จริง แต่วิธีการฆ่าของนั้นมันโหดร้ายเกินไป มองไปที่หัวและร่างกายของลูกพี่เฟิงที่แยกออกจากกันบนพื้นแล้ว ฉิงเทียนก็ไม่รู้เลยว่าเขาทำแบบนั้นได้อย่างไร แต่ในหัวของเขาตอนนั้นมีแต่ความต้องการฆ่า โดยเฉพาะตอนที่ชีวิตของเขานั้นตกอยู่ในอันตราย ฉิงเทียนรู้สึกได้ว่าทั้งร่างกายและความคิดของเขานั้นควบคุมอะไรไม่ได้เลย
โยนความคิดเหล่านั้นทั้งหมดทิ้งไป เพราะอย่างไรก็ไม่มีคำตอบอยู่ดี แล้วเขาจะคิดให้รกสมองไปทำไม?
หยิบเอาขวดยาที่เขาได้มาจากนักฆ่าคนแรกขึ้นมาแล้วพูดขึ้น “ไม่คิดเลยว่าจะได้ใช้มันอีกเร็วขนาดนี้!” เขาเทยาลงไปยังทั้งสองศพนั้นและกองเลือดของเขา
หลังจากที่ควันสีเขียวที่พวยพุ่งออกมาได้ผ่านไป ก็ไม่มีอะไรอยู่ที่นั่น! ศพทั้งสองคนนั้นได้อันตรธานหายไปหมดราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น! พวกเขานั้นไม่มีแม้แต่ขี้เถ้าหลงเหลือเอาในโลกนี้
ขึ้นไปนั่งบนรถ ฉิงเทียนก็หยิบบุหรี่ออกมาจากรถโดยไม่ได้คิดอะไรแล้วจุดบุหรี่สูบ!
ตอนแรกก็นักฆ่า แล้วคราวนี้ก็เป็นเสนอราคาขายในตลาดมืดเมืองโม๋ตูอีก! ดูเหมือนว่าเขากำลังถูกเพ่งเล็งอยู่ และอยากที่จะให้เขาตาย!
“หึ ข้า ฉิงเทียนไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ต่อชะตากรรมง่ายๆหรอกนะ ในเมื่ออยากที่จะเล่น ก็จะเล่นด้วยก็ได้ ขอดูหน่อยเถอะว่าใครกันที่อยู่เบื้องหลังเรื่องในครั้งนี้!” เขาขว้างก้นบุหรี่ทิ้งออกนอกหน้าต่างรถแล้วก็สตาร์ทรถแล้วขับกลับไปในเมือง
โดยที่ไม่มีร่องรอยการต่อสู้เหลือทิ้งเอาไว้ที่นี่!
กลับไปที่บ้าน เขาโยนกุญแจไว้บนโต๊ะ และฉิงเทียนก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่าถ้าพวกเขาสามารถรู้ถึงการกระทำของเขาอย่างชัดเจนเช่นนี้ ดังนั้นคนพวกนั้นเองก็น่าที่จะรู้ถึงความสัมพันธ์ของคนอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเขาด้วยแน่ๆ
เมื่อคิดได้เช่นนี้ฉิงเทียนก็อดที่จะกังวลถึงฉิงหยูน้องชายของเขาไม่ได้ ซึ่งนอกจากน้องชายของเขาแล้ว พี่ใหญ่อย่างจ้างก่างนั้นตระกูลของเขาคงไม่มีใครที่จะกล้าหือกับเขาแน่ ถ้าพูดถึงคนที่น่าจะเป็นอันตรายมากที่สุด ก็น่าจะเป็นฉิงหยูนี่แหละ!
และถ้าจะทำให้คนเหล่านี้ไม่กล้าที่จะมาสนใจเขา ก็มีแต่เพียงต้องทำให้พวกเขารู้สึกกลัวเท่านั้น!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ฉิงเทียนจึงรู้สึกว่าเขาจะต้องลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อทำให้โลกใต้ดินกลัวเสียแล้ว! ทำให้พวกเขาไม่กล้าที่จะมายุ่งกับเขาอีก ถึงแม้ว่าฉิงเทียนนั้นจะไม่กลัวพวกเขา แต่ทุกครั้งก็จะต้องมีคนคอยตามมาสะกดรอยตามเขาทุกฝีก้าวแล้ว ถึงเขาจะไม่สามารถทำอันตรายอะไรฉิงเทียนได้ แต่ฉิงเทียนก็รู้สึกไม่ค่อยดีอยู่ดีหากต้องมีคนมาตามเช่นนี้
เขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อดูว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไรแล้ว แล้วก็พบว่าโทรศัพท์นั้นแบตหมดไปแล้ว! เขาจึงได้มองหาที่ชาร์จแบตโทรศัพท์ แล้วเปิดบูตเครื่องขึ้นมาใหม่แล้วพบว่ามีแจ้งไม่ได้รับสายเป็นจำนวน ซึ่งมีทั้งซูเสวี่ย จ้าวก่างและหวงเห่า!
ขณะที่กำลังมองที่โทรศัพท์มือถือ แล้วจู่ๆโทรศัพท์ก็ดังขึ้นและพบว่าเป็นจ้าวก่างโทรมา!
ฉิงเทียนจึงได้กดรับสายและได้ยินเสียงของจ้าวก่างที่ดูร้อนรน “น้องสี่ นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม? ทำไมฉันถึงเพิ่งโทรหานายติดตอนนี้เนี่ย?”
เมื่อได้ยินที่จ้าวก่างพูดขึ้นมา ฉิงเทียนก็ไม่อยากที่จะให้เขาเป็นกังวล จึงได้พูดขึ้น “โทรศัพท์แบตหมด ผมลืมชาร์จน่ะพี่ใหญ่ ผมไม่เป็นไร!”
“เห แต่คุณเป็นของของผมแล้วนะ ถ้าคุณไม่แต่งงานกับผมแล้วจะให้ผมไปแต่งงานกับใครล่ะ?” ฉิงเทียนพูดอย่างภาคภูมิใจ
แล้วทั้งสองคนก็คุยกันต่อเกือบ 2 ชั่วโมง และไม่อยากที่จะวางสายโทรศัพท์ ถ้าไม่ติดว่าจ้าวก่างและหวงเห่านั้นมาถึงแล้ว ฉิงเทียนก็คงจะยังคุยกันต่อ!
และเมื่อจ้าวก่างกับหวงเห่าได้มาเห็นเขากำลังโทรคุยเล่น เหมือนกำลังดูถูกศัตรูเช่นนี้ เขาจึงได้วางสายโทรศัพท์ไป
“น้องสี่ ดูเหมือนว่านายจะคุยและหัวเราะกับน้องสะใภ้ได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยนะ” จ้าวก่างพูด
หลังจากที่วางสายโทรศัพท์ไป ฉิงเทียนหุบรอยยิ้มบนใบหน้าแล้วพูดขึ้น “พี่ใหญ่ พี่สาม คุณพอจะทราบรึยังว่าใครกันที่ต้องการซื้อมือทั้งสองข้างของผม?”
เมื่อเห็นสีหน้าที่จริงจังของฉิงเทียน จ้าวก่างและหวงเห่าก็ที่รู้สึกใจเย็นอยู่เมื่อครู่ เมื่อพวกเขาพบว่าฉิงเทียนนั้นยังพูดคุยและหัวเราะอยู่ได้ พวกเขาจึงคิดว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เมื่อเขามองไปที่สีหน้าของเขาเมื่อสักครู่ ถึงได้รู้ว่าจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ!
ทั้งสองคนก็หันมามองหน้ากัน แล้วหวงเห่าก็พูดขึ้น “น้องสี่ ตระกูลของพวกเราปฏิเสธที่จะช่วยพวกเราในการตรวจสอบ พวกเราจึงทำได้แค่ต้องหวังพึ่งเครือข่ายของพวกเราเองในการค้นหาข้อมูลที่ถูกส่งมาจากคนในเมืองโม๋ตู!”
หลังจากที่ฟังข่าวของหวงเห่าแล้ว ฉิงเทียนก็ได้คิ้วขมวดขึ้นมาและคิดในใจ: คนในเมืองโม๋ตูคิดที่สามารถที่จะซื้อมือของเราในราคา 50 ล้านหยวนนั้น และจะต้องเป็นคนที่มีความแค้นกับเรามากด้วย ดูเหมือนว่าหลิวไห่นั้นน่าจะเป็นคนที่ใช่มากที่สุด แต่ว่าหลิวไห่นั้นต้องการที่จะให้เขาตายมาโดยตลอดและจะจ้างนักฆ่ามาฆ่าเขา แต่ในตอนนี้เขากลับต้องการแค่มือสองข้าง ถึงแม้ว่าจะน่าสงสัยแต่หลิวไห่ก็น่าจะเป็นคนที่ใช่ที่สุดจากคนในเมืองโม๋ตู!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะพูดอย่างดูเขาในใจ: มาดูกันซิว่าแกจะยังกระโดดโลดเต้นได้อีกกี่วัน!
“พี่ใหญ่ แล้วทำไมตลาดมืดถึงมีการซื้อ-ขายสิ่งที่ไม่ใช่สิ่งของด้วย? แล้วทำการเสนอเงินรางวัลฆ่าคนกันอย่างไร?” ฉิงเทียนถาม สำหรับตลาดมืดแล้ว ในเวลานี้ได้มาอยู่ในรายชื่อแบล็กลิสต์ก็ฉิงเทียนแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย