บทที่ 84 สามีระดับชาติ
“ผมบอกให้คุณเตรียมโต๊ะเก้าอี้ทำไมงั้นเหรอ? ดูข้อความที่อยู่ด้านล่างนั่นสิ” ผู้กองหลงชี้ไปที่คอมพิวเตอร์ด้วยความโกรธ “อีกเดี๋ยว ผมไม่รู้ว่าจะมีคนจำนวนมากสักเท่าไรที่กำลังจะทยอยพากันมาที่นี่ แน่นอนว่าอย่าลืมส่งคนไปปิดกั้นประตูด้วย!”
“เฮ้อ เราไม่ได้เป็นคนทำสักหน่อย ทำไมถึงได้เรียกผมด้วยนะ” เจ้าหน้าที่เสี่ยวฉวนบ่นพร้อมกับก้มหน้า เขาไม่กล้าที่จะพูดออกมาดังมากนัก ตอนนี้หัวหน้าของเขานั้นแผ่รังสีโกรธจัดออกมา
ส่วนผู้กองหลงที่กำลังโกรธจัดอยู่นั้น เดิมทีคดีนี้ก็เป็นประเด็นร้อนและได้รับความสนใจจากประชาชนทั้งประเทศอยู่แล้ว แต่ในเวลานี้กลับมีเรื่องที่ต้องห่วงเพิ่มขึ้นมาอีก
มองไปที่ฉิงเทียนที่อยู่ในห้อง เขายิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกไม่ดีมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ในเวลานี้เองหูของฉิงเทียนที่อยู่ในห้องนั้นก็ได้ขยับขึ้นมา ฉิงเทียนนั้นสามารถได้ยินเสียงที่อยู่ข้างนอกห้อง ดังนั้นทุกคำพูดของผู้กองหลงนั้นเขาได้ยินอย่างชัดเจน
ที่มุมปากของเขานั้นก็ได้ขยับขึ้นมาหน่อยๆ “หึ สำเร็จแล้ว!” ฉิงเทียนพูดในใจ จริงๆแล้วเรื่องที่ตำรวจสาวแอบถ่ายคลิปฉิงเทียนกำลังฝังเข็มนั้น ฉิงเทียนนั้นรู้อยู่แล้วและตั้งใจไม่ห้ามเธอ
เพราะฉิงเทียนเชื่อว่าถ้าคลิปการฝังเข็มของเธอนั้นถูกแชร์ไปในโลกอินเทอร์เน็ตแล้ว มันจะต้องกลายเป็นประเด็นร้อนให้ถกเถียงกันในบรรดาพลเมืองเครือข่ายแน่ และมันก็จะเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาว่าเขานั้นคือพี่ชายของฉิงหยู จากนั้นฉิงหยูก็จะไม่ตกเป็นรองในคดีนี้อีกต่อไป
ถึงแม้ว่าเขาจะมาที่จิงตูนี้ได้แค่วันเดียว แต่ฉิงเทียนก็พบสายลับชาวญี่ปุ่นที่เฉียนจุนจ้างมาเพื่อขโมยของ ดังนั้นตระกูลของเขานั้นจะต้องมีอิทธิพลมากแน่ๆ และตระกูลของเยว่โหย่วเขาก็พอจะเดาได้จากการแต่งตัวของแม่ของเขาว่าจะต้องรวยมากแน่ๆ และไม่สำคัญว่าจะรวยมาจากอะไร แต่ก็เป็นเรื่องง่ายที่จะจัดการเรื่องนี้ มีเพียงฉิงหยูและฉิงเทียนที่ไม่มีทั้งเงินและอำนาจ
แน่นอนว่า ฉิงเทียนนั้นสามารถที่จะหาเงินสิบล้านร้อยล้านมาได้ทันทีก็เถอะ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเอาออกมาได้ ดังนั้นฉิงเทียนจึงเหลือทางเลือกอันเดียวและคิดหาทางทำให้ตัวเองมีชื่อเสียงขึ้นมา เพื่อที่จะกันไม่ให้เสี่ยวหยูต้องกลายเป็นแพะรับบาป
เดิมที ฉิงเทียนนั้นเป็นคนไม่ชอบการเป็นจุดเด่น แต่เพื่อฉิงหยูแล้ว ฉิงเทียนรู้ดีว่าเขานั้นไม่อาจที่จะทำตัวเงียบๆได้อีกต่อไป เขาจึงได้ตั้งใจแสดงฝีมือในการรักษาให้คนอื่นเห็น
หลังจากนั้นไม่นาน กลุ่มคนก็ได้มารวมตัวกันอยู่ข้างนอกสถานีตำรวจจิงตู ซึ่งคนเหล่านี้นั้นล้วนแล้วแต่ยังเป็นคนหนุ่มสาวและส่วนใหญ่เป็นหญิงสาว และยังหน้าตาดีกันอีกด้วย โชคยังดีที่คนเหล่านี้ทำได้แค่ถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถืออยู่ด้านนอกสถานีตำรวจ
ในเวลานี้ หลี่ฉิงได้พาเสี่ยวหลี่มาถึงด้านนอกของสถานีตำรวจและพบว่าที่นี่เต็มไปด้วยผู้คนแล้ว
เสี่ยวหลี่จึงอดไม่ได้ที่จะตกใจ “เจ๊หลี่ครับ ทำไมถึงมีคนอยู่ที่นี่มากขนาดนี้ครับเนี่ย?”
“มันไม่สำคัญหรอกว่าคนจะมาที่นี่มากขนาดไหน เราจะต้องหาทางเข้าไปด้านในให้ได้” หลี่ฉิงเองก็ตกใจเช่นกัน เธอเองก็ไม่คิดว่าจะมีคนมาเป็นจำนวนมากเช่นนี้
เธอจึงไม่มีทางเลือกนอกจากรู้สึกช่วยไม่ได้ “ทุกคนคะขอทางหน่อยค่ะ พวกเราเป็นนักข่าว ได้โปรดขอทางให้พวกเราเข้าไปทำข่าวด้วยค่ะ”
เมื่อได้ยินที่หลี่ฉิงตะโกนขึ้นมา ผู้คนต่างก็หันไปมองเสี่ยวหลี่ที่กำลังถือกล้องและหลี่ฉิงที่ถือไมโครโฟนของสถานีโทรทัศน์โม๋ตูอยู่ในมือ ก็รู้ได้ทันทีว่าเธอเป็นนักข่าว พวกเขาจึงได้พากันหลีกทางให้หลี่ฉิงเข้าไป
“อา ทำไมนักข่าวที่มาจากเมืองโม๋ตูถึงได้มาถึงไวกว่านักข่าวของเมืองจิงตูของพวกเรานะ?” ชายคนหนึ่งพูดอย่างสงสัย
“นั่นสินะ….”
หลี่ฉิงและเสี่ยวหลี่แทรกตัวฝ่าเข้าไปในฝูงคนไปจนถึงตรงประตูของสถานีตำรวจจิงตูด้วยเหงื่อที่ออกมาจากหัวของพวกเขาทั้งคู่
“หยุดเดี๋ยวนี้ พวกคุณกำลังทำอะไร?” ตำรวจนายหนึ่งกำลังเฝ้าประตูนั้นอยู่
ถึงแม้พวกเขาจะเคยเจอผู้คนจำนวนมากขนาดนี้ แต่ตำรวจที่เฝ้าหน้าประตูก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอึดอัด เพราะว่านี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเจอคนจำนวนมากมาขวางอยู่ที่หน้าประตูสถานีตำรวจของพวกเขาเช่นนี้ แต่เขายังคงแสดงสีหน้าข่มขู่อยู่
“สวัสดีสหาย พวกเราเป็นนักข่าว พวกเรามาที่นี่เพื่อจะขอสัมภาษณ์ค่ะ” หลี่ฉิงและเสี่ยวได้ยื่นบัตรนักข่าวของพวกเขาให้ตำรวจดู
ตำรวจหยิบเอาบัตรนักข่าวขึ้นมาและมองดูซ้ายดูขวาก่อนจะคืนให้หลี่ฉิง
“ขอโทษด้วยนะสหาย พวกเรายังไม่ได้รับการอนุญาตให้เข้าไปสัมภาษณ์ได้จากผู้บังคับบัญชาน่ะ ได้โปรดกลับไปด้วย” เขาพูดด้วยท่าทีขอร้อง
“คุณช่วยกลับไปถามผู้บังคับบัญชาของคุณก่อนได้ไหม?” หลี่ฉิงยังคงขอร้องต่อ
ขณะที่หลี่ฉิงกำลังโต้เถียงกับตำรวจอยู่นั้น นักข่าวจากสถานีโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ในจิงตูก็ได้มาถึงแล้วเช่นกัน
เมื่อพบหลี่ฉิงที่ไม่คิดว่าจะมาถึงก่อนพวกเขานั้น พวกเขาจึงช่วยไม่ได้นอกจากจะต้องเบียดเสียดคนจำนวนมากที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาเข้ามาทีละคนด้วยความเร่งรีบ
“ให้พวกเราเข้าไปด้วย พวกเรามาจากสถานีโทรทัศน์จิงตู!” นักข่าวชายคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา
เขาจึงได้อธิบายอย่างใจเย็น “คุณหมอเทวดาคนนั้นยังมีงานที่สำคัญอยู่ พวกคุณค่อยกลับมาพรุ่งนี้ก็ได้เพราะอย่างไรเสีย คุณหมอเทวดาคงจะยังอยู่ที่นี่ในช่วงไม่กี่วันนี้”
“ไม่เอา ไม่เอา…”
เมื่อได้ยินเสียงเหล่านี้ เสี่ยวฉวนจึงไม่มีทางเลือกนอกจากทำเป็นไม่สนใจพวกเขาแล้วหันไปพูดกับนักข่าว “สหายผู้สื่อข่าว ทางเราอนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้ามาได้แค่ 10 สำนักข่าวเท่านั้น”
“อะไรนะ ให้เข้าได้แค่ 10 สำนักข่าว!” เมื่อพวกเขาได้ยินว่าให้เข้าได้แค่ 10 สำนักข่าว ก็ได้เกิดการอึกทึกขึ้นมาทันที!
ทำไมถึงเข้าได้แค่ 10” มีบางคนที่ถามขึ้นมาอย่างไม่พอใจ
เสี่ยวฉวนชี้ไปที่สถานีตำรวจแล้วพูดขึ้น “สหายนักข่าว พวกเราจะทำงานได้อย่างไรถ้าเกิดว่ามีนักข่าวจำนวนมากเข้ามาในสถานี”
“10 สำนักข่าวก็เยอะมากพอแล้ว ไม่อนุญาตให้เข้ามามากกว่านี้!”
หลังจากที่ได้ฟังที่เสี่ยวฉวนพูด
นักข่าวต่างก็เริ่มยกมือขึ้นมาทีละคนแล้วพูด “สหายตำรวจ พวกเรามาจากสถานีโทรทัศน์จิงตู”
“ได้ คุณเข้าไปได้” เสี่ยวฉวนมองดูนักข่าวที่มาจากสถานีโทรทัศน์จิงตู อย่างไรเสียที่นี่ก็คือเมืองจิงตูพวกเขาต้องเข้าไปอยู่แล้ว
“ฉันมาจากสำนักข่าวนักศึกษามหาวิทยาลัยจิงตูรายวันค่ะ” นักข่าวอีกคนก็ขอเข้าไปบ้าง
มองไปที่นักข่าวที่พากันเข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆ หลี่ฉิงก็อดไม่ได้ที่จะรีบเข้าไปอย่างเร่งรีบ เธอยกมือหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ถูกเมินอย่างไม่ไยดี ใครใช้ให้ที่เกิดเหตุเป็นจิงตูล่ะ คนจากโม๋ตูจึงเสียเปรียบอะไร
“ไม่ได้การ เราจะต้องหาทางเข้าไปให้ได้” หลี่ฉิงพูดกับตัวเอง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย