บทที่ 86 หมอเทวดา
“เชิญผู้สื่อข่าวท่านถัดไปครับ!” ผู้กองหลงเองก็ได้เรียกนักข่าวอีกคน
…….
ในเวลานี้ ฉิงเทียนได้ทราบถึงข้อมูลส่วนบุคคลบางอย่างของคนในห้องหอพักเดียวกันกับฉิงหยู
ฉิงหยูรู้ว่าตระกูลของเยว่โหย่วนั้นร่ำรวยมากและทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ส่วนตระกูลของเฉียนจุนนั้น ฉิงหยูไม่ทราบเหมือนกันว่าทำอะไร แต่ทุกครั้งเยว่โหย่วนั้นมักจะทำตัวเหมือนกับเป็นลิ่วล้ออยู่ด้านหลังเฉียนจุนตลอด
หลังจากที่ได้ยินที่ฉิงหยูเหล่า ฉิงเทียนนั้นก็คิดว่าเฉียนจุนนั้นน่าสงสัยมากที่สุด
“พี่ครับ ผมไม่ได้ฆ่าใครจริงๆนะครับ!” ฉิงหยูพูดอย่างไม่มีชีวิตชีวา
ฉิงเทียนจึงตบไหล่ของฉิงหยูแล้วพูดขึ้น “ไม่ต้องกังวลนะเสี่ยวหยู พี่จะไปค้นหาความจริงมาให้น้องเอง”
“แต่พี่ครับ ตระกูลของพวกเขาทั้งคู่ร่ำรวยกันมากเลยนะครับ สุดท้ายแล้วก็ต้องเป็นผมที่ติดคุกก็ได้นะครับ” ฉิงหยูพูด
ฉิงเทียนมองดูสีหน้าของน้องชายของเขาแล้วก็ปลอบเขา “เสี่ยวหยู น้องจะต้องเชื่อมั่นว่าทางตำรวจจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าน้องนั้นบริสุทธิ์จริง และเชื่อว่าฆาตกรตัวจริงจะต้องถูกพบ”
จากนั้นเขาจึงได้ส่งข้อความผ่านเข้าไปในหัวของฉิงหยู: น้องจะต้องเชื่อมั่นในตัวเองกับพี่ของน้องไว้ให้ดี และพี่คนนี้ก็ไม่ใช่คนธรรมดาอีกแล้ว พี่จะทำให้น้องพ้นผิดให้ได้!
ทันใดนั้น ฉิงหยูก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงของฉิงเทียนดังมาจากในหัวของเขา แต่เขาพบว่าพี่ชายของเขาแค่มองดูเขาด้วยรอยยิ้มเท่านั้น และไม่ได้พูดอะไรออกมา ฉิงหยูจึงมองไปที่พี่ชายของเขาอย่างตาค้างเท่านั้น
เมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของฉิงหยูแล้ว ฉิงเทียนจึงได้ส่งข้อความผ่านเข้าหัวของฉิงหยูต่อ: เสี่ยวหยู ไม่ต้องตกใจไปหรอก ตอนนี้ขอน้องเชื่อว่าพี่สามารถช่วยน้องได้! พี่ไม่ใช่คนธรรมดาอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้พี่เป็นผู้ฝึกตนแล้ว
“อะไรนะครับพี่ชาย! พี่….” ฉิงอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมา
ฉิงเทียนได้ทำท่าทางบอกใบ้ แล้วฉิงหยูจึงได้ปิดปากของตัวเอง และมองดูฉิงเทียนด้วยความประหลาดใจ
“พี่ครับ พี่เป็นนักพรตตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย แล้วโลกนี้มีผู้ฝึกตนอยู่จริงๆงั้นเหรอครับ?”
มีชุดคำถามผุดขึ้นมาในความคิดของฉิงหยูไม่หยุด
“เสี่ยวหยู พี่จะอธิบายให้น้องฟังเองหลังจากที่เราจบเรื่องนี้ได้แล้ว” ฉิงเทียนอธิบาย
“ครับ!” ฉิงหยูผงกหัวอย่างแรง ถึงแม้ว่าฉิงหยูนั้นจะยังสงสัยอยู่นิดหน่อยก็ตามที แต่เขาเชื่อในตัวของพี่ชายของเขามาก เพราะในใจของฉิงหยู พี่ชายของเขานั้นสามารถทำได้ทุกอย่างและไม่เคยเอาเปรียบเขาด้วย
ในตอนนี้เอง ประตูก็ได้เปิดขึ้นมา และฉิงหยูจึงได้เก็บอาการประหลาดใจนั้นกลับไป และฉิงเทียนก็ได้ยกนิ้วโป้งให้น้องของเขา
“คุณฉิงครับ ตอนนี้มีกลุ่มนักข่าวอยู่ที่ด้านหน้ากำลังรอสัมภาษณ์คุณอยู่ครับ” เสี่ยวฉวนพูดอย่างเก้ๆกังๆ
เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความผิดของทางสถานีตำรวจเอง นอกจากนี้ยังได้ทำการเผยแพร่กระบวนการรักษาของคนอื่นบนอินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกด้วย
“ทำไมพวกเขาถึงได้อยากสัมภาษณ์ผม?” ฉิงเทียนแกล้งทำเป็นตกใจ
เมื่อฉิงเทียนถามเสี่ยวฉวนกลับเช่นนี้ เขาจึงได้เกาหัวของเขาอย่างเขินๆแล้วพูดตอบ “คือว่า…คุณฉิงครับ คือเหตุการณ์ในตอนที่คุณกำลังรักษาน้องชายของคุณอยู่นั้นได้ถูกเผยแพร่ลงไปในอินเทอร์เน็ตโดยทางเราแล้วครับ ซึ่งทำให้กลายเป็นข่าวใหญ่อย่างมากในโลกอินเทอร์เน็ตครับ!”
ถึงแม้ว่าฉิงเทียนนั้นจะอยากให้คนอื่นช่วยเผยแพร่เรื่องของเขาออกไปก็เถอะ แต่เขาก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะโอเคกับการที่ภาพที่ออกไปนั้นจะเห็นชัดขนาดนี้
ดังนั้นฉิงเทียนจึงได้พยายามทำเป็นขัดขืนให้ยากๆสักหน่อย “ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับผมนะ”
“ผมทราบดีครับว่าเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคุณ แต่พวกนักข่าวเหล่านี้บอกว่าถ้าพวกเขาไม่ได้สัมภาษณ์คุณตอนนี้พวกเขาจะไม่ยอมกลับไปครับ ได้โปรดช่วยไปสักหน่อยนะครับ”
“แต่เรื่องนี้……”
“ไปเถอะครับพี่ อย่าให้คุณตำรวจต้องลำบากเลยครับ พวกนักข่าวก็จะกลับกันไปเองหลังจากที่สัมภาษณ์เสร็จนั่นแหละครับ ผมเองก็จะได้หลุดพ้นจากการเป็นผู้ต้องสงสัยไวขึ้นด้วย” ฉิงหยูเกลี้ยกล่อมเขา
หลังจากที่ได้ยินที่ฉิงหยูพูด เสี่ยวฉวนก็รู้สึกประทับใจฉิงหยูขึ้นมา แต่ทว่าการเกลี้ยกล่อมของฉิงหยูเมื่อครู่นั้นคือบทละครที่ฉิงเทียนส่งให้ฉิงหยู
เมื่อฉิงเทียนเดินมาถึงที่เวทีและมองลงไปข้างล่างก็พบคนที่คุ้นหน้าคุ้นตา
“ทำไมเธอถึงมาที่นี่ได้?” ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะสงสัย แต่เมื่อเห็นไมโครโฟนในมือของเธอ เขาก็พอจะเข้าใจได้ว่าหลี่ฉิงนั้นมาทำไม ส่วนหลี่ฉิงนั้นประหลาดใจมากที่เธอได้พบกับฉิงเทียนที่นี่ ถึงแม้ว่าเธอนั้นจะได้เห็นฉิงเทียนจากในคลิปบนอินเทอร์เน็ตแล้วก็ตาม แต่หลี่ฉิงเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อสายตาอยู่ดี แล้วแอบคิดอย่างเป็นกังวลขึ้นมา “แล้วทำไมเขาถึงได้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ได้นะ?”
ฉิงเทียนนั้นไม่รู้เลยว่าหลี่ฉิงนั้นกำลังกังวลเกี่ยวกับตัวเขาอยู่ แล้วเขาก็ได้พูดขึ้น “พวกคุณสามารถถามผมได้ทุกอย่าง แต่ว่าถามทีละคนนะครับ”
แล้วนักข่าวคนหนึ่งก็ลุกขึ้นยืนและถาม “ผมอยากจะทราบว่าคุณมีความเกี่ยวข้องอะไรกันกับผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ครับ?”
“ชื่อของผมคือฉิงเทียน และเขามีชื่อว่าฉิงหยู พวกเราเป็นพี่น้องกันครับ” ฉิงเทียนตอบและยิ้ม
“อะไรนะ…เขาเป็นพี่ของฉิงหยูอย่างนั้นเหรอ จะว่าไปเขาก็จบจากมหาวิทยาลัยจิงตูด้วยนี่นา” เหล่าผู้สื่อข่าวซุบซิบกัน
“คุณฉิงครับ คุณเองก็จบจากมหาวิทยาลัยจิงตูสาขาเศรษฐศาสตร์และการค้าใช่ไหมคะ?”
“ใช่ครับ”
“ผมทราบมาว่าคุณฉิงนั้นได้อันดับ 1 ในสาขาเศรษฐศาสตร์และการค้าของมหาวิทยาลัยจิงตูในทุกปีเลยใช่ไหมครับ? แต่ในท้ายที่สุดคุณก็ยึดใบปริญญาเนื่องจากไปลวนลามสาว ไม่ใช่ว่านั่นเป็นการยืนยันว่าน้องชายของคุณนั้นเป็นฆาตกรหรอกเหรอครับ?” นักข่าวอ้วนถาม
ฉิงเทียนแอบด่าในใจเมื่อเขาได้ยินคำถามนี้ แต่ฉิงเทียนนั้นรู้อยู่แล้วว่าหากเขายอมรับว่าตัวเขาคือฉิงเทียนย่อมต้องถูกขุดคุ้ยประวัติอันดำมืดของเขาแน่ แต่เขาเองก็ไม่คิดเลยว่านักข่าวคนนี้จะเตรียมการมาได้ดีขนาดนี้ ราวกับว่าได้ตรวจสอบข้อมูลของเขาทุกอย่างมาแล้ว
หลี่ฉิงก็ได้มองมาที่ฉิงเทียนด้วยสายตาที่เป็นกังวล เธอเองก็ทำการบ้านมากบ้างเมื่อเธอรับที่จะทำข่าวคดีวางยาพิษในมหาวิทยาลัยจิงตู และพบว่าพี่ชายของผู้ต้องสงสัยฉิงหยูนั้นก็คือฉิงเทียนนั้น แต่ก็อดไม่ได้ที่จะตกใจอยู่ดี ในตอนแรกเธอเองก็ไม่คิดว่าเป็นเขาด้วยซ้ำจนกระทั่งเห็นคลิปในอินเทอร์เน็ต หลี่ฉิงจึงมั่นใจ 8-9 ใน 10 ส่วนว่าจะต้องเป็นเขาแน่ๆ
ฉิงเทียนจึงได้พูดแบบเย้ยหยัน “สำหรับเรื่องนี้นะครับสหายนักข่าว ผมสามารถบอกได้แค่ว่าตัวผมนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างแน่นอนและน้องชายของผมก็ด้วย และผมเชื่อด้วยว่าทางกรมตำรวจนั้นจะให้ความยุติธรรมกับพวกเราได้”
ด้วยความไม่พอใจในคำตอบของฉิงเทียน ผู้สื่อข่าวอ้วนจึงได้คิดที่จะถามต่อ แต่ฉิงเทียนไม่ปล่อยโอกาสให้เขาแล้วชี้ไปที่หลี่ฉิงแล้วพูดขึ้น “นักข่าวสาวสวยคนนี้ถามได้ครับ!”
เมื่อถูกชี้โดยฉิงเทียน หลี่ฉิงก็ลุกขึ้นยืนและถาม “คุณฉิงเทียนคะ คุณเป็นนักศึกษาในสาขาเศรษฐศาสตร์และการค้าใช่ไหมคะ ดิฉันเชื่อว่าทุกคนเองก็คงสงสัยเช่นกันว่าทำไมคุณถึงได้เก่งวิชาแพทย์แผนจีนได้คะ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย