บทที่ 91 แผนการร้ายของปีศาจน้อย
“หึหึ คุณเฉียนผมไม่ได้กังวลเรื่องของเงินหรอก ผมเชื่อว่าหากเทียบกับชีวิตของลูกชายคุณแล้ว เรื่องแค่นี้มันจิ๊บจ๊อยมากเลยครับ” เจียงชูกล่าว
เฉียนเห่าคิ้วขมวดคิดอยู่พักหนึ่ง เขาจะต้องยอมเสียที่ดินส่วนหนึ่งไปเพื่อแลกกับลูกชายของเขา
“ผมจะยอมยกที่ดินให้คุณก็ได้ แต่คุณจะรับรองให้ผมได้ไหมว่าจุนเอ๋อจะไม่เป็นอะไร?”
เมื่อได้ยินประโยคนี้แล้ว เจียงชูก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “หากคุณยอมยกที่ดินแปลงนั้นให้ผม ผมขอรับประกันเลยว่าลูกชายคุณจะไม่เป็นไร”
“แล้วคุณต้องการที่ดินแปลงไหนล่ะ?” เฉียนเห่าถาม เมื่อท่าทีประนีประนอมของเฉียนเห่า เจียงชูจึงยิ้มและหยิบเอาแผนที่จิงตูออกมา แล้วชี้ไปที่อุโมงค์อุโมงค์หนึ่ง “ตรงนี้คือที่ดินที่ผมต้องการ”
เมื่อพื้นที่ตรงนี้ ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะสงสัย ที่ดินบริเวณนี้ตั้งอยู่ชานเมืองจิงตูและมีผู้คนอาศัยอยู่ไม่มากนัก จึงเป็นที่ดินที่ไม่น่าจะมีค่าอะไร แต่เจ้าชาวญี่ปุ่นนี้กลับพยายามอย่างมากเพื่อให้ได้พื้นที่ตรงนี้มา และฉิงเทียนยังรู้ด้วยว่าเจียงชูนั้นเป็นสายลับของพวกชาวญี่ปุ่น และคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ สถานที่ตรงนี้จะต้องมีค่าอะไรบางอย่างที่เขาไม่รู้แน่ๆ
และสิ่งที่ทำให้ฉิงเทียนนั้นสงสัยมากที่สุดคือในตอนที่เฉียนเห่าเห็นที่ดินตรงที่เจียงชูอยากได้แล้ว สีหน้าของเขาก็ไม่ดีขึ้นมาทันที!
จากสายตาของคนนอกแล้ว พื้นที่ตรงนี้ไม่มีค่าอะไรเลย แต่เฉียนเห่านั้นรู้ถึงค่าของพื้นที่ตรงนี้ดี ค่าของพื้นที่ตรงนี้คงไม่ใช่พื้นที่ธุรกิจธรรมดาๆแน่ มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น! ในตอนนั้นเขาได้พยายามอย่างมากและดึงเอาชื่อเสียงของพ่อมาใช้เพื่อให้ได้ที่ดินผืนนั้นมา แต่หลายปีผ่านไปก็ยังไม่ได้สร้างอะไรบนที่ดินผืนนี้! ในเวลานั้นตอนที่เขาได้ที่ดินผืนนี้มา เขาได้ยินมาว่าที่ดินตรงนี้นั้นมีความลับใหญ่อย่างหนึ่งอยู่ในที่ดินผืนนี้ แต่เขาก็ยังไม่พบมันเลยตลอดหลายปีมานี้
และเขาเองก็ไม่ต้องการทำอะไรกับที่ดินผืนนี้มากนัก และเขาเองก็ไม่สามารถเปลี่ยนมือได้ด้วย ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นการยั่วโมโหพ่อของเขา
เมื่อเห็นเจียงชูถามหาที่ดินผืนนี้ เฉียงเห่าจึงได้จ้องมองไปที่เขาแล้วพูดขึ้น “ตระกูลไหนส่งแกมาเจียงชู? บอกมาซะ!”
และเจียงชูที่ยังคงยิ้มได้ก็ตอบกลับมา “ผมไม่ได้ถูกส่งมาจากตระกูลไหนทั้งนั้น ดูเหมือนว่าคุณจะเข้าใจผมผิดไปหน่อย?”
จากนั้นเขาก็พูดต่อ “ผมรู้นะว่าคุณน่ะไม่ค่อยได้อะไรจากตระกูลเฉียน ในขณะที่พี่น้องของคุณมากมายล้วนแต่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในบริษัท มีแต่คุณที่ทำธุรกิจส่วนตัว ถึงแม้ว่าฐานะของคุณจะไม่ได้ต้อยต่ำอะไร แต่คุณก็ไม่มีบทบาทอะไรในตระกูลเฉียนอยู่ดี”
“แกเป็นใครกันแน่?” เฉียนเห่าจ้องไปที่เขาแล้วถาม ส่วนฉิงเทียนที่อยู่ใกล้ๆเขาก็สงสัยมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน เฉียนเห่านั้นเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แต่กลับไม่มีฐานะอะไรในตระกูลของตัวเอง ตระกูลเฉียนนั้นมีอิทธิพลมาขนาดไหนกันแน่เนี่ย?
ฉิงเทียนจึงได้อดไม่ได้ที่จะคิด: ฟังจากที่คุยกัน แสดงว่ามีคนมากมายอยู่ในตระกูลเฉียน แต่เฉียนเห่านั้นกลับไม่ได้ใช้ข้อได้เปรียบตรงนั้นในการทำธุรกิจ ช่างฟังดูเหมือนเป็นตระกูลใหญ่ในอดีตเสียนี่กระไร
จริงๆแล้ว ฉิงเทียนนั้นเดาถูกเลยทีเดียว ตระกูลเฉียนนั้นเป็นตระกูลที่ใหญ่มาก! เฉียนเห่านั้นเป็นแค่ตัวตนเล็กๆในนั้นเท่านั้น
ขณะที่ฉิงเทียนกำลังคิดอยู่นั้น เจียงชูที่อยู่ข้างๆเฉียนเห่าที่เริ่มจะหลงในคำพูดเขาแล้วก็ได้แสดงรอยยิ้มบนใบหน้าแล้วกล่าวต่อ “ผมเป็นใครงั้นเหรอ? ผมก็คือคนที่จะมาช่วยคุณให้ได้มีจุดยืนในตระกูลเฉียนยังไงล่ะ หากแต่คุณยอมขายที่ดินผืนนี้ให้กับผม ผมจะทำให้ธุรกิจของคุณจะไม่ได้มีชื่อเสียงแค่ตอนเหนืออีกต่อไป แต่ยังสามารถทำให้คุณร่วมมือกับบริษัทต่างชาติได้ด้วย แล้วทีนี้ชื่อเสียงของคุณก็จะพุ่งทะยานทันที เมื่อถึงตอนนั้นอย่าว่าแต่คุณจะมีที่ยืนในตระกูลเฉียนเลย คุณอาจจะได้เป็นถึงผู้นำตระกูลเฉียนเลยด้วยซ้ำ”
เมื่อเขาได้ยินว่าเป็นผู้นำตระกูลเฉียน สายตาของเฉียนเห่าก็แสดงถึงสิ่งที่เขาเฝ้ารอมาทันที เจียงชูนั้นเมื่อเห็นท่าทีของเฉียนเห่าเขาก็แสยะยิ้มออกมาเมื่อรู้ว่าเฉียนเห่าคล้อยตามเขาแล้ว หากว่าเฉียนเห่าคล้อยตามเขาแล้ว จะทำอะไรก็เป็นเรื่องง่ายแล้ว
ในเวลานี้ หัวใจของเฉียนเห่ากำลังถูกครอบงำ สำหรับเขาแล้ว ถึงเขานั้นจะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในสายตาของใครต่อใคร แต่กับคนอื่นๆในตระกูลแล้วกลับไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาอยู่ในตระกูลด้วย ตัวเขานั้นไม่เคยอยู่ในสายตาของพ่อเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าเขานั้นจะเป็นถึงลูกชายของผู้นำตระกูลก็จริง แต่ความสำเร็จของเขานั้นยังห่างไกลกับคนอื่นๆ ดังนั้นสิ่งที่เขาปรารถนามากที่สุดในชีวิตของเขาคือการได้รับการยอมรับจากพ่อของเขาเอง
“ฉันจัดการเรื่องของลูกชายของผมเองได้โดยไม่จำเป็นต้องให้แกมากังวลหรอก” เฉียนเห่าพูดอย่างเย็นชา
เมื่อเห็นท่าทีที่เย็นชาอย่างกะทันหันของเฉียนเห่า เจียงชูก็ได้หยิบเอากระดาษและสิ่งของบนโต๊ะขึ้นมาแล้ววางไว้ในมือของเขาแล้วพูดขึ้น “คุณเฉียน สิ่งของในกล่องใบนี้ถือเป็นการแสดงความจริงใจจากพวกเราให้แก่คุณ ผมหวังว่าพวกเราคงจะสามารถร่วมมือกันได้ตอนที่พวกเราพบกันครั้งหน้า” จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนและเดินออกไป แต่ในขณะที่เขากำลังเดินไปนั้น จู่ๆเขาก็หยุดเดินเหมือนคิดอะไรบางอย่างอยู่ จากนั้นก็หันมาเตือนเฉียนเห่า “จะว่าไปนะคุณเฉียน ผมจะขอบอกอะไรคุณไว้อย่างหนึ่ง ระวังฉิงเทียนพี่ชายของฉิงหยูไว้ให้ดี เขาอาจจะเป็นตัวปัญหาได้”
เมื่อได้ยินชื่อของตัวเอง ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ ชายคนนี้ยังจำเขาได้อยู่
ส่วนเฉียนเห่าที่ได้ฟังแต่ก็ไม่ได้สนใจแล้วตอบกลับไป “ฉิงเทียนมันก็แค่คนธรรมดา ฉันจะจัดการกับหมอนั่น….”
เมื่อเห็นท่าทีที่มั่นใจของเฉียนเห่า เจียงชูก็ได้ยิ้มตอบกลับมา
ส่วนฉิงเทียนก็ได้เก็บเอาโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋า ในวันนี้เขาได้รวบรวมหลักฐานมาได้ทั้งหมดแล้ว ซึ่งไม่เพียงแต่จะใช้ยืนยันความบริสุทธิ์ของน้องชายเขาได้ แต่ยังพบสายลับของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ฉิงเทียนเชื่อว่าถ้าเขาเอาภาพวิดีโอในโทรศัพท์มือถือของเขาออกมา คงจะทำให้ทั้งแผ่นดินจีนต้องสะเทือนแน่ๆ
เมื่อได้หลักฐานที่เขาต้องการแล้ว ฉิงเทียนจึงได้รีบออกมาจากคฤหาสน์ เวลาของยันต์ล่องหนนั้นมีไม่มากนัก ถึงแม้ว่าฉิงเทียนนั้นอยากที่จะสะกดรอยตามเจียงชูต่อก็ตามที
แต่ในท้ายที่สุดเขาก็ล้มเลิกไป ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการช่วยเหลือน้องชายของเขาก่อน เอาไว้ค่อยมาคิดเรื่องนี้อีกทีหลังจากที่ช่วยเสี่ยวหยูได้แล้ว
กลับไปที่โรงแรมและดูวิดีโอในโทรศัพท์มือถือ ฉิงเทียนจึงตัดสินใจที่จะโทรศัพท์หาหยูชูซินตอนพรุ่งนี้เช้า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย