บทที่ 90 เข้าบ้านตระกูลเฉียน
“โฮ่งๆ” เสียงเห่าดังขึ้นมา
“ทำไมถึงมีเสียงหมาดังขึ้นมาได้นะ?” ฉิงเทียนหันหัวไปก็พบว่ามีทั้งรปภ.และสุนัขกำลังเดินมาตามหาตัวเขา
“ซื้อเลยละกัน!” ฉิงเทียนจึงได้กัดฟันกดซื้อ หลังจากที่สั่งซื้อเสร็จเรียบร้อบ ก็มียันต์ใบหนึ่งปรากฏขึ้นมาในมือของฉิงเทียน ยันต์อันนี้ไม่ได้มีสีเหลืองเหมือนที่เขาเห็นในทีวี
มันเป็นกระดาษสีขาวขนาดเท้าฝ่ามือ รู้สึกได้ถึงพลังวิญญาณที่แผ่ออกมาจากกระดาษ และบนกระดาษก็มีรูปมังกรและหงส์ไฟกำลังเริงระบำอยู่ และมีตัวหนังสือที่อ่านแล้วไม่เข้าใจเขียนอยู่ด้วย
แล้วฉิงเทียนก็รู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่สบายจากในมือของเขา
ทำไมจู่ๆยันต์ล่องหนนี้ถึงได้มีพลังมากกว่าพลังวิญญาณเพิ่มขึ้นมา?
แล้วฉิงเทียนก็รู้สึกได้ทันที ทันทีที่พลังของยันต์ล่องหนได้ไหลผ่านเข้ามาในมือของเขาแล้ว ในหัวของฉิงเทียนก็ได้แสดงให้เห็นถึงวิธีการใช้งานยันต์ล่องหนอันนี้
ฉิงเทียนจึงได้ท่องคาถาเงียบๆในใจ แล้วฉีกยันต์ล่องหนออกด้วยนิ้วทั้งสองข้างเพื่อดึงเอาพลังลึกลับจากในอากาศเข้ามา
แล้วเขาก็เห็นม่านแสงสีขาวห้อมล้อมตัวของฉิงเทียนเอาไว้ แล้วในเวลานี้เองที่รปภ.และสุนัขก็ได้เดินมาถึงตรงที่ฉิงเทียนอยู่พอดี
“ไม่มีแสงตรงนี้แล้ว แสงเมื่อกี้มันหายไปได้ยังไงนะ?” รปภ.พูดบ่นพึมพำกับตัวเอง “หรือว่าเราจะตาฝาดไปนะ?”
ส่วนสุนัขตัวใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆเขายังคงดมกลิ่นฟุดฟิดอยู่ที่พื้นแต่ก็ไม่พบอะไร เขาจึงได้เงยหน้าขึ้นมา
“ไปกันเถอะเสี่ยวเฮย ไม่มีใครอยู่ที่นี่หรอก” แล้วรปภ.ก็เดินจูงสุนัขตัวใหญ่สีดำไปยังคฤหาสน์หลังถัดไปต่อ
มองไปที่รปภ.ที่เดินไกลจากเขาไปมากขึ้นเรื่อยๆ ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะลูบอกตัวเอง
“ฟู่ หัวใจแทบวายแน่ะ!” ฉิงเทียนพูดขึ้นมาด้วยความกลัว เมื่อสักครู่นี้ถึงแม้ว่าเขาจะเชื่อในคุณภาพของยันต์ล่องหนในถาวเป่าสวรรค์ก็ตามที แต่การที่มีสายตาคนมายืนเบิกตากว้างตรงหน้าเขาเช่นนี้ มันทำให้ฉิงเทียนรู้สึกตกใจอยู่ดี
“ว้าว ถึงจะราคาแพงไปสักหน่อย แต่ประสิทธิภาพของมันก็สุดยอดจริงๆ!” ฉิงเทียนพูดขึ้นมา
“เอาล่ะ เริ่มออกตามหาบ้านของเฉียนจุนต่อดีกว่า” ฉิงเทียนเก็บเอาโทรศัพท์ของเขาใส่ในกระเป๋า แล้วออกเดินตามหาคฤหาสน์ต่อ
เขาเดินต่อไปโดยไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงรปภ.อีก หลังจากนั้นสักพักฉิงเทียนก็พบคฤหาสน์ของเฉียนจุน
ที่ตรงหน้าคฤหาสน์นั้น ฉิงเทียนยืนอยู่ที่หน้าประตู ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลาดึกแล้ว แต่คฤหาสน์นี้ก็ยังเปิดไฟสว่างอยู่ดี
“ตระกูลเฉียน พวกแกลงมือกับน้องของฉันก่อนเองนะ” แล้วฉิงเทียนก็กลายร่างเป็นยุงโลหิตแล้วบินเข้าไปในหน้าต่าง
แล้วก็กลับคืนร่างเป็นร่างเดิม ฉิงเทียนมองดูการตกแต่งในคฤหาสน์แห่งนี้แล้ว “ตระกูลเฉียนนี่มันร่ำรวยกันจริงๆแฮะ” ฉิงเทียนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา
มีรูปภาพรูปหนึ่งติดอยู่ที่กำแพงในห้องโถง ในรูปภาพนั้นมีรูปของคนสามคนอยู่ ซึ่งคนที่ดูอายุน้อยที่สุดนั้นฉิงเทียนรู้ได้ทันทีเลยว่าคือเฉียนจุน ส่วนชายและหญิงวัยกลางคนที่อยู่ใกล้ๆก็คิดว่าน่าจะเป็นพ่อกับแม่ของเขา
ขณะที่ฉิงเทียนถอนหายใจให้กับการตกแต่งในคฤหาสน์เฉียนนั้น เขาก็พบหญิงสาวที่อยู่ในรูปเดินมาที่ห้องโถงพร้อมด้วยแก้วในมือและสวมชุดนอน แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงที่ไม่เบา “ตาเฒ่าเฉียนช่างไม่รู้อะไรเสียเลย ที่ไล่ฉันออกมาจากห้องแบบนี้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ สายตาของฉิงเทียนก็เป็นประกายขึ้นมา และมุ่งไปตามทางที่เธอเดินออกมาเมื่อสักครู่
เมื่อเห็นว่าเฉียนเห่านั้นยังไม่ยอมเชื่อ เจียงชูก็ได้หยิบกระดาษบางอย่างออกมาจากมือของเขาแล้วส่งให้เฉียนเห่า แล้วพูดขึ้น “คุณเฉียนลองมองดูที่กระดาษแผ่นนี้ แล้วดูซิว่าลูกชายของคุณเป็นฆาตกรจริงๆหรือไม่”
หยิบกระดาษแผ่นนั้นมาจากมือของเจียงชู ฉิงเทียนเองก็เดินไปดูข้อความในกระดาษแผ่นนั้นด้วย
สิ่งที่เขียนในกระดาษนั้นคือปริมาณของยากี่กรัมที่เฉียนจุนใช้ ฉิงเทียนจึงได้ถ่ายรูปแผ่นกระดาษนั้นด้วยโทรศัพท์มือถือ “ตอนนี้คงไม่สามารถดิ้นหลุดแล้วใช่ไหมครับ?”
เฉียนเห่ามีสีหน้าที่ไม่ดีขึ้นมาเมื่อเขาเห็นกระดาษแผ่นนี้ เขาจึงเงยหน้าขึ้นมาและวางกระดาษแผ่นนั้นไว้บนโต๊ะ มองดูเจียงชูที่กำลังยิ้ม ก่อนจะเก็บความโกรธของเขาเอาไว้ในใจ แล้วเฉียนเห่าก็พูดขึ้นมา “อธิการบดีเจียงคุณต้องการอะไร?”
มองไปที่หน้าของเฉียนเห่าที่ยอมแพ้แล้ว เจียงชูจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาแล้วพูดขึ้น “เถ้าแก่เฉียนช่างรู้ใจคนจริงๆ จริงๆแล้วผมก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย ผมแค่ต้องพื้นที่นิดหน่อยในจิงตูเท่านั้นเอง ถ้าเป็นเถ้าแก่เฉียนก็คงไม่ใช่เรื่องยากอยู่แล้ว”
ที่ไหน?” เฉียนเห่าพูดด้วยสีหน้าที่ดำมืด ด้วยความสามารถของเขาได้ทำให้เขานั้นสามารถกลับมาเป็นผู้ที่ข่มขู่ผู้อื่นได้เสมอ เมื่อเขาถูกคนอื่นข่มขู่
ครั้งนี้ก็เช่นกัน เฉียนเห่าได้คิดหาวิธีที่จะเอาคืนเจียงชูและหาคนที่จะไปฆ่าเขา!
เป็นแค่อธิการบดีมหาวิทยาลัยจิงตูแต่กลับกล้ามาขู่เขาเช่นนี้
เมื่อเจียงชูเห็นสีหน้าของเฉียนเห่าแล้ว เขารู้ได้ทันทีว่าเขานั้นกำลังคิดอะไรอยู่ เขาจึงได้ยิ้มขู่แบบเสือแล้วพูดขึ้น “ตอนนี้คุณอยากที่จะฆ่าผมแล้วงั้นสินะ?”
ถึงแม้ว่าเจียงชูจะล่วงรู้ความคิดของเขา แต่เฉียนเห่าก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมา กลับกันเขากลับยิ้มออกมาแล้วพูดขึ้น “จะเป็นแบบนั้นไปได้อย่างไรอธิการบดีเจียง คุณและผมต่างก็เหมือนกัน และผมเองก็ต้องการให้เขาสืบทอดกิจการต่อด้วย ดังนั้นผมจะฆ่าคุณได้อย่างไร?”
“เยี่ยมไปเลยครับ” เจียงชูก็ยิ้มและตอบกลับมาเช่นกัน
มองไปที่ท่าทีของเจียงชูแล้ว เฉียนเห่าจึงได้คิดว่าเจียงชูนั้นคงไม่ได้เป็นแค่อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมดาๆแน่ ถ้าเป็นแค่อธิการบดีโลภทั่วๆไปก็คงจะแค่อยากได้เงินเท่านั้น แต่เขากลับต้องการที่ดิน และคนอย่างอธิการบดีมหาวิทยาลัยนั้นคงไม่ได้เอาไปทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แน่ๆ! ดังนั้นเฉียนเห่าจึงได้ถามเขาอย่างสงสัย “ไม่ทราบว่าอธิการบดีเจียงนั้นอยากได้ที่ดินผืนนั้นไปทำอะไรครับ? ถ้าคุณแค่อยากได้เงิน ก็บอกผมมาตรงๆก็ได้”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย