เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม นิยาย บท 156

ต้าไป๋ทำหน้าอมทุกข์มาตลอดทาง

“ข้าไม่ได้ชนยายแก่คนนั้น” มันพูดอยย่างไม่สบอารมณ์

“ข้ารู้” อันหลินพยักหน้า

ต้าไป๋ได้ฟังก็ชะงัก “แล้วทำไมเจ้าต้องชดใช้ห้าร้อยหินวิญญาณให้พวกเขาด้วยเล่า”

อันหลินกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เพราะพวกเขาต้องการเงินจำนวนนี้จริงๆ ยายแก่คนนั้นป่วยหนักแล้ว หากไม่ดูดำดูดีละก็ นางอาจจะอยู่ได้ไม่ถึงปีด้วยซ้ำ”

“เจ้าลองคิดดูสิ ทำไมคนแก่อายุปูนนี้ต้องแสดงละครกับเด็กที่เยาว์วัยแบบนี้ด้วยล่ะ หากไม่ใช่เพราะชีวิตถูกบีบคั้นจนอับจนหนทาง พวกนางคงไม่ทำเรื่องที่ต้องละทิ้งเกียรติทิ้งศักดิ์ศรีแบบนี้หรอก”

“ข้าว่าในครอบครัวคงไม่มีใครที่พึ่งพาได้แล้ว หากข้าไม่ให้หินวิญญาณหญิงแก่คนนั้นนำไปรักษา หนึ่งปีให้หลัง เกิดนางตายขึ้นมา เด็กหญิงคนนั้นจะทำอย่างไร เด็กอย่างนางจะใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้อย่างไร”

เมื่อได้ยินคำพูดของอันหลิน ต้าไป๋ก็ทำท่าครุ่นคิด ครู่ใหญ่กว่าจะพูดว่า “ฉะนั้น พี่อันจึงตัดสินใจเป็นคนดีงั้นหรือ”

อันหลินพยักหน้า “แม้ข้อสันนิษฐานของข้าอาจจะผิดพลาด แต่หากเดาถูกจริงๆ ละก็ เช่นนั้นข้าก็ได้ช่วยพวกนางแล้ว ตอนนี้ข้าเป็นถึงเศรษฐีอัน แค่ไม่กี่ร้อยหินวิญญาณไม่เป็นไรหรอก”

ต้าไป๋ทำหน้าชื่นชม เจ้าอัปลักษณ์ก็ตบบ่าอันหลินปุๆ พูดอย่างเลื่อมใสว่า “พี่อัน เยี่ยมมาก!”

พวกเขาจึงเข้าสู่การเดินทางที่มุ่งหน้าสู่สำนักเซียนหมื่นชีวิตต่อไปด้วยประการฉะนี้

……

สำนักเซียนหมื่นชีวิตตั้งอยู่ทางใต้ของแคว้นเฟิงเหยวน พวกอันหลินจึงเดินทางลงใต้ไปเรื่อยๆ ได้เห็นสัตว์หิมะน่าเอ็นดูไม่น้อย และได้กินสัตว์หิมะน่ารักรสอร่อยไม่น้อยด้วยเช่นกัน

รสชาติของแคว้นเฟิงหยวนมักจะค่อนไปทางเผ็ด ถูกปากอันหลินเป็นอย่างมาก สองสามวันนี้เข้าร้านอาหารช่างเบิกบานใจนัก หากเป็นไปได้ เขาสามารถเที่ยวเล่นในแคว้นเฟิงหยวนได้ถึงสิบกว่าปี ถุย กินสิบกว่าปีต่างหาก!

พวกเขาตระเวนกินมาตลอดทาง จนถึงประตูสำนักเซียนหมื่นชีวิตโดยไม่รู้ตัว

นี่เป็นสุดยอดสำนักที่สามที่อันหลินมาเยือน

อดพูดไม่ได้ว่า สำนักแห่งนี้ให้ความรู้สึกยอดเยี่ยมที่สุด!

เมื่อมองผ่านประตูเข้าไป จะเห็นยอดเขาตั้งตระหง่าน โอบล้อมด้วยเมฆาขาว บ้านเรือนที่สร้างติดขุนเขาเปล่งประกายระยิบระยับภายใต้แสงอาทิตย์ และมีถ้ำเทวาสถิตมากมายซ่อนตัวอยู่ภายใน มีเซียนขี่กระบี่เหาะออกมาอยู่บ่อยครั้ง

“สวัสดี ไม่ทราบว่าสหายมาที่นี่ด้วยธุระอันใด”

เมื่อเห็นพวกอันหลิน ทหารยามเฝ้าประตูสำนักนายหนึ่งจึงยกมือขึ้นคารวะพลางเอ่ยถาม

อืม…รู้สึกว่าทัศนคติในการบริการขององครักษ์แห่งสำนักเซียนหมื่นชีวิต ก็ยอดเยี่ยมที่สุดที่เขาเคยพบเจอมาเช่นกัน!

“สวัสดี ข้าชื่ออันหลิน เป็นสหายของเซวียนหยวนเฉิง ครานี้ตั้งใจมาเยี่ยมเยียน โปรดช่วยแจ้งให้ที” อันหลินก็ตอบไปอย่างสุภาพเช่นกัน

ทหารยามได้ฟังคำอันหลิน สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที เคารพนอบน้อมกว่าเดิม “ที่แท้ก็สหายของนายน้อยเซวียนหยวนนี่เอง ข้าจะไปรายงานเดี๋ยวนี้!”

ไม่นานเซวียนหยวนเฉิงก็ขี่กระบี่มา

เขายังคงสวมชุดขาวพลิ้วไหว ดวงตาคม ใบหน้างดงาม แค่ออกโรงก็หล่อเหลาเกินต้านทาน

“สหายอันหลิน ไม่คิดจริงๆ ว่าเจ้ามาหาข้า” เซวียนหยวนเฉิงยิ้มละมุน ใบหน้าแสดงความดีใจ

“ฮ่าๆ อย่างไรเสียปิดเทอมก็น่าเบื่อ จึงเที่ยวชมให้ทั่วสักหน่อย” อันหลินตอบยิ้มๆ

เซวียนหยวนเฉิงพยักหน้า “เช่นนี้ก็ดีนัก ข้าพาเจ้าเยี่ยมชมสำนักเซียนหมื่นชีวิตสักหน่อยก็แล้วกัน”

ด้วยเหตุนี้ อันหลินจึงขี่ต้าไป๋เหาะเข้าสำนักไปพร้อมกับเซวียนหยวนเฉิง

สำนักเซียนหมื่นชีวิตมีพื้นที่กว้างขวาง อาณาเขตติดภูเขา มียอดเขาที่สูงที่สุดทั้งสิ้นห้าแห่ง รวมถึงยอดเขาที่สูงรองลงมาอีกเก้าสิบหกแห่ง

ลูกศิษย์ภายในสำนักบำเพ็ญเพียรบนยอดเขาสูง ส่วนลูกศิษย์นอกสำนักบำเพ็ญเพียรในยอดเขารอง

อันหลินอยู่บนยอดเขาแสงสวรรค์ ได้เห็นธารน้ำตกสูงนับพันจั้ง

เสียงของมันดุจสายฟ้ากัมปนาท ประหนึ่งดาราจักรสีขาวหลั่งไหลลงมา ก่อให้เกิดคลื่นจำนวนมหาศาลตรงตีนเขา ทำให้อาณาบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยไอหมอกอบอวล

ภายใต้การสาดส่องของแสงแดด ไอน้ำแปรเปลี่ยนเป็นหยดน้ำหลากสีสัน

มิหนำซ้ำยังมีสายรุ้งเด่นชัดพาดผ่านสันเขา ดุจดั่งเข็มขัดสีรุ้งที่เป็นของยอดเขาแสงสวรรค์โดยเฉพาะ มองดูทั้งงดงามและน่าตะลึง

ทิวทัศน์สวยงามเช่นนี้ อันหลินย่อมไม่ลืมหยิบมือถือออกมาเซลฟี เพื่อบ่งบอกว่าเคยมาเยือนแล้ว

จากนั้นพวกเขาก็มาถึงยอดเขาจิตวิญญาณแห่งพสุธา

“วันนี้พวกเรากำลังจัดการประลองระหว่างนักพรตหนุ่มสาวที่มีสี่ปีครั้งของสำนักที่นี่ สหายอันหลินสนใจอยากร่วมชมหรือไม่” เซวียนหยวนเฉิงที่กำลังนำทางอยู่ข้างหน้าเอ่ยถาม

อันหลินได้ฟังนัยน์ตาก็ลุกวาว

การประลองครั้งใหญ่ของสำนักเหรอ

ช่างเป็นคำนามที่คุ้นเคยเสียนี่กระไร

‘1. ทังซือหยวน 2. จางเหยียน 3.หลูเหริน 4. ข่วงเร่อ’

‘หากภารกิจสำเร็จ จะได้รับสามสิบหินปราณเป็นการตอบแทน’

‘หากภารกิจล้มเหลว หักสิบหินปราณออกจากแหวนมิติ’

‘ภารกิจนี้เป็นภารกิจด่วน เมื่อเวลาผ่านไป ภารกิจจะยกเลิกอัตโนมัติ มีเวลา 60 วินาที’

ขณะที่อันหลินกำลังงุนงงอยู่นั้น เวลาก็เริ่มนับถอยหลังแล้ว 59 58…

ถ้าภารกิจสำเร็จจะได้สามสิบหินปราณ…

มันเท่ากับสามแสนหินวิญญาณเชียวนะ! เรื่องดีแบบนี้อันหลินจะพลาดได้อย่างไร

แต่ว่าเขาไม่เคยรู้จักนักพรตทั้งสี่คนที่ระบบกล่าวมาเลย วิธีที่จะทำภารกิจให้สำเร็จมีเพียงวิธีเดียว…

อันหลินคว้าแขนเซวียนหยวนเฉิงแล้วพูดเสียงร้อนรนว่า “พี่เฉิง เจ้าคิดว่าทังซือหยวน จางเหยียน หลูเหรินกับข่วงเร่อ ในบรรดานักพรตทั้งสี่คนนี้ คนไหนมีสิทธิ์จะคว้าชัยชนะมากที่สุด!”

“เอ๊ะ สหายอันหลินรู้ชื่อของลูกศิษย์สำนักเราได้อย่างไร” เซวียนหยวนเฉิงทำหน้าประหลาดใจ

“โธ่พี่เฉิง ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องนี้ รีบบอกข้าเร็วว่านักพรตคนไหนเก่งที่สุด! เวลากระชั้นชิด!” อันหลินออกอาการร้อนใจ

เวลาในการตัดสินใจเหลือเพียงสิบกว่าวินาทีแล้ว!

“พวกเขาล้วนเป็นอัจฉริยะของรุ่นหนุ่มสาวแห่งสำนักเซียนหมื่นชีวิต ต่างก็อยู่ในระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นต้น ข้าคิดว่าทังซือหยวนมีโอกาสชนะสูงมาก เพลงกระบี่เมฆาขาวของนาง…” เซวียนหยวนเฉิงวิเคราะห์อย่างจริงจัง

อ๊ะ! ทังซือหยวนงั้นเหรอ

ในขณะที่เหลือเวลาเพียงสามวินาที อันหลินก็เลือกทังซือหยวนในระบบทันที!

‘ติ้งต่อง ยอมรับภารกิจแล้ว โฮสต์เดาว่าทังซือหยวนเป็นผู้ชนะคนสุดท้ายในการประลองครั้งนี้’

ยอมรับภารกิจแล้ว ในที่สุดอันหลินก็โล่งอก

เซวียนหยวนเฉิงยังคงวิเคราะห์อย่างตั้งอกตั้งใจ “…การจู่โจมของนางเรียกได้ว่าสุดยอดที่สุดในบรรดาทั้งสี่คนแล้ว แต่แม้ทังซือหยวนจะมีโอกาสชนะสูง แต่คนที่มีโอกาสชนะมากที่สุด ข้าคิดว่าไม่พ้นข่วงเร่อเป็นแน่ เพราะอะไรล่ะ เพราะว่า…”

อันหลิน “…”

…………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม