“ระวัง!”
อันหลินตะโกนลั่น แหวนมิติบนมือกะพริบ ก้อนอิฐสีดำลอยไปหาทังซือหยวน
ตูม!
ลูกไฟสีน้ำเงินระเบิด พลังงานอุณหภูมิสูงแผ่กระจายไปทั่วทุกทิศ หลอมผืนดินในรัศมีสามจั้งให้ละลาย กลายเป็นหลุมดำสนิท
คลื่นพลังร้อนระอุทำให้ทังซือหยวนเบิกตากว้าง เปลวไฟแยกออกจากตัวนางเป็นสองทาง ความรู้สึกของการประจันหน้ากับความตายช่างรุนแรงเหลือเกิน
นางหันหลังช้าๆ เห็นอิฐสีดำก้อนมหึมาบังอยู่ข้างหลัง กำบังเปลวไฟอันน่ากลัวไว้
อันหลินช่วยนางเป็นครั้งที่สองแล้ว นางกัดฟันแน่น ถอยหลังอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าอย่างไร นางจะเป็นภาระให้อันหลินอีกครั้งไม่ได้
อันหลินจ้องเบื้องหน้าด้วยความเคร่งขรึม ตรงนั้นมีหญิงผมงามรูปโฉมงามสะคราญกำลังเยื้องย่างมา รอบตัวนางเต็มไปด้วยทะเลเพลิงสีน้ำเงิน มือถือไข่มุกวิญญาณสีขาวที่เย็นเยียบน่าครั่นคร้าม
“นี่เป็นศัตรูระดับแปลงจิต ข้าจะถ่วงเวลานางเอง เจ้ารีบหาโอกาสหนีไปเสีย!” อันหลินบอกทังซือหยวนอย่างร้อนรน
ถูกยอดฝีมือระดับแปลงจิตหมายหัว เขาไม่มีวิธีอื่น นอกจากใช้พลังปราณอนธการอีกครั้ง เช่นนี้จึงจะเอาตัวรอดได้
ทังซือหยวนได้ฟังก็นัยน์ตาแดงก่ำ คิดว่าอันหลินจะเสี่ยงชีวิตเพื่อนาง กัดริมฝีปากแน่น ค้านหัวชนฝาทันทีว่า “ไม่ ข้าไม่ไป จะตายก็ตายด้วยกัน!”
อันหลิน “…”
ตายด้วยกันอะไร ความคิดของผู้หญิงคนนั้นเตลิดไปถึงไหนอีกแล้ว…
เขาเผลอตวาดออกไปอีกครั้งว่า “ใครจะไปพร้อมเจ้า ข้าหมายความว่าให้เจ้ารีบหนีไป ข้าค่อยหาโอกาสหนีต่างหากเล่า!”
“เอ่อ” ดวงตาสุกใสของทังซือหยวนกะพริบปริบๆ
ขณะที่กำลังพูดอยู่นั้น ลูกไฟสีน้ำเงินก็พัดหวีดหวิวมา โอบล้อมพวกเขาไว้ ปิดกั้นหนทางหนีของทั้งคู่
สวย…คราวนี้แม้แต่การหลบหนีก็มีปัญหาแล้ว
อันหลินแค่นยิ้ม ขณะที่กำลังจะใช้พลังปราณอนธการนั้น
ก็มีเสียงตะโกนคุ้นเคยดังมาจากท้องฟ้า
“ร้อยกระบี่ท่องเวหา!”
ชายชุดขาวถือกระบี่หนักไร้คม ระเบิดอานุภาพยิ่งใหญ่มหาศาล ภาพของมัจฉาคู่หยินหยางก็ปรากฏขึ้นด้านหลัง พลังธาตุแท้แห่งสรรพสิ่งผสานเป็นหนึ่งกับฟ้าดิน
กระบี่บินสีขาวร่วมร้อยเล่มปราดเปรียวยิ่งนัก ผุดขึ้นด้านหลังเขาอย่างเนืองแน่น จากนั้นก็พุ่งไปหาสาวหิมะบนพสุธาพร้อมกับคมกระบี่ที่ไร้เทียมทาน
เปลวไฟสีน้ำเงินภายในขอบเขตของสาวหิมะรับรู้ได้ถึงภัยคุกคามอันน่ากลัว จึงรีบเปลี่ยนเป้าหมาย มุ่งหน้าไปหากระบี่บินร้อยเล่มที่พุ่งเข้ามาในทันใด
การปะทะของพลังงานอันน่าคร้ามเกรงไม่เกิดขึ้น กระบี่บินถูกเปลวไฟแผดเผาจนบิดเบี้ยวเล็กน้อย แต่พลังทะลวงกลับแข็งแรงอย่างยิ่ง ทลายการโจมตีของเปลวไฟไปฟันร่างของสาวหิมะ
“เป็นไปได้อย่างไร” สาวหิมะแสดงอาการตื่นตระหนกออกมาเป็นครั้งแรก นี่เป็นบทพูดประโยคแรกหลังนางออกโรง เพิ่งพูดจบก็ถูกแสงกระบี่อันล้นหลามปกคลุม
แทบจะเพียงอึดใจเดียว กระบี่บินร้อยเล่มก็ทิ่มแทงร่างของสาวหิมะนางนี้อย่างไม่ปรานี
สังหารทันทีในกระบวนท่าเดียว
อันหลินจ้องชายบนท้องฟ้าอึ้งๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ไม่ใช่เพราะความสามารถของเขาน่ากลัว แต่เป็นเพราะ…
“สหายอันหลิน เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม”
ชายสวมชุดขาวคนนั้นเหาะลงมา พูดอย่างอ่อนโยน
ใช่แล้ว ชายหนุ่มที่สังหารสาวหิมะระดับแปลงจิตในเสี้ยววินาทีคือเซวียนหยวนเฉิง!
อันหลินส่ายหน้าหวือ โพล่งออกไปว่า “ไม่…ไม่เป็นไร พี่เฉิง ไยเจ้าถึงสุดยอดขนาดนี้แล้วล่ะ ใช้โปรแกรมโกงยี่ห้ออะไรหรือ”
ตูม!
พลังงานมหาศาลที่แฝงด้วยอานุภาพทำลายล้างม้วนตัวไปทั่วทุกสารทิศ
แผ่นดินสั่นสะเทือน ขุนเขาพังถล่ม
ณ บริเวณศูนย์กลางการระเบิด ลูกศิษย์มากเหลือคณานับของสำนักและสาวหิมะถูกพลังงานที่น่าสะพรึงทำลายล้าง แม้แต่ผู้คนที่ต่อสู้อยู่ไกลๆ ก็ถูกแรงกระแทกที่กระจายออกมาไกลนับหมื่นเมตรโจมตี บาดเจ็บกันเป็นทิวแถว
เซวียนหยวนเฉิงใช้ค่ายกลกระบี่ปกป้องอันหลินกับทังซือหยวน แต่ตัวเขากลับบาดเจ็บสาหัสเพราะค่ายกลกระบี่ กระอักเลือดเพราะถูกแว้งกัด
“พี่เฉิง!” อันหลินรับร่างของเซวียนหยวนเฉิงที่ล้มลงไว้ ในใจเริ่มกระวนกระวายไม่เป็นสุข
ฝุ่นธุลีค่อยๆ สลายหายไป
ยอดเขาแสงสวรรค์ราบเป็นหน้ากลอง เหลือเพียงความพินาศย่อยยับ
ภายในหลุมดำทะมึนขนาดใหญ่ หอสยบปีศาจขาวราวหิมะหมดสิ้นแสงสีรุ้ง รอยแตกกระจายไปทั่วทั้งหลังประหนึ่งใยแมงมุม กลิ่นอายเก่าแก่ไกลโพ้นกระจายออกจากหอคอย…
ผู้อาวุโสบางส่วนในสำนักต่างก็ตกตะลึงเมื่อเห็นหอสยบปีศาจแตกร้าว
ความเจ็บปวดและความโกรธแค้นในคราแรกของเหล่าสาวหิมะที่เห็นพี่น้องมากมายล้มตายเพราะระเบิด แปรเปลี่ยนเป็นความตกใจหลังหอสยบปีศาจแตกร้าว สุดท้ายกลายเป็นความปีติยินดี
เมื่ออันหลินได้เห็นฉากนี้ ก็รู้แล้วว่าบอสใหญ่จะออกโรงแล้ว
สถานการณ์ของเขาเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
ตูม!
หอสยบปีศาจแหลกละเอียดอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นผลึกน้ำแข็ง ส่องแสงสีรุ้งระยิบระยับภายใต้แสงอาทิตย์ยามพลบค่ำ
อันหลินหายใจดังเฮือก มันจะออกมาแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม