นี่เป็นแดนรกร้างที่ไม่มีต้นไม้ใบหญ้า สุดน่านฟ้าเป็นม่านแบ่งแดน ตัดขาดน้ำและผืนฟ้า ส่องแสงสลัวประหนึ่งพลบค่ำ
ภายในมิติที่แตกระแหง มีสายลมทำลายล้างทุกสรรพสิ่งพัดออกมาเป็นระลอกๆ
ไอมรณะกับกลิ่นอายความชั่วร้ายผุดขึ้นจากพื้นบ่อยครั้ง มิหนำซ้ำยังมีภูตผีบรรพกาลที่อาฆาตแค้นไม่ได้ไปผุดไปเกิดวนเวียนอยู่ในแดนนี้
ที่นี่เป็นสนามรบบรรพกาลของวังมังกร เป็นดินแดนที่ถูกหลงลืม
ภายใต้เสาหินสีขาวที่หักพัง บุรุษที่แต่งกายไม่ธรรมดาห้าคนกำลังยืนอยู่ด้วยกันอย่างกลัดกลุ้ม
“องค์ชายชื่ออู พวกเราจะไม่ไปช่วยองค์หญิงหยินอวี่จริงๆ หรือ” ชายวัยกลางคนหนึ่งกล่าวด้วยความหวั่นวิตก
ชายผมสีชาดที่อยู่ตรงกลางทำหน้าถมึงทึง สุดท้ายสะบัดแขนเสื้อกล่าวว่า “หึ เจ้าคิดว่าข้าไม่อยากช่วยน้องสิบสามหรือ แต่นางพลาดหลุดเข้าไปในแดนหมื่นผี! คนที่เข้าไปเคยออกมาไหม เราหาทางหนีไปจากที่นี่แล้วค่อยทูลเสด็จพ่อให้จัดการเถอะ!”
เห็นได้ชัดว่าชายที่มีนามว่าชื่ออูเป็นคนที่มีศักดิ์สูงที่สุดในนี้ เมื่อเขาตัดสินใจ คนที่เหลือก็ไม่กล้าปริปาก สีหน้าเพียงฉายความเสียใจ
รายงานให้เจ้ามังกรจัดการงั้นหรือ รอให้พวกเขาหนีออกไปแล้วค่อยส่งคนเข้ามา เกรงว่าองค์หญิงสิบสามคงจะสิ้นชีพ กลายเป็นหนึ่งในหมื่นภูตผีไปแล้ว…
มือของชื่ออูกำประคำโบราณสีดำ นี่เป็นโบราณวัตถุที่เขาได้จากการมาที่นี่โดยอาศัยความมั่นคงของอุโมงค์ ก็ใช่ว่าจะไม่ได้อะไร
“ไป พวกเรากลับกันเถอะ”
“เฉินหยวน หวงอวี้เจ๋อ พวกเจ้าไปล่อฝูงโครงกระดูกด้านหน้า”
เมื่อได้ยินคำสั่งของชื่ออู เฉินหยวนกับหวงอวี้เจ๋อก็พยักหน้ายิ้มๆ ในใจลอบด่าเวรตะไลนับหมื่นครั้ง
ฝูงโครงกระดูกน่ากลัวยิ่งนัก หนึ่งในนั้นมีโครงกระดูกมังกรหมอกดำระดับแปลงจิตสองตัว ให้มังกรที่มีระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นปลายอย่างพวกเขามาเป็นเหยื่อล่อ มีแค่องค์ชายชื่ออูที่ทำได้ลงคอ
เฉินหยวนกับหวงอวี้เจ๋อลุกขึ้น เสกมีดบินออกมา สบตากันแวบหนึ่ง ต่างก็เห็นความขมขื่นและระอาใจของอีกฝ่าย เมื่อใช้เคล็ดวิชา แม้หนนี้จะไม่ตาย ก็คงจะปางตายกระมัง…
“ไปเลยวีรบุรุษแห่งวังมังกร!” ชื่ออูคำนับอย่างสง่างาม
มุมปากของเฉินหยวนกับหวงอวี้เจ๋อกระตุก อยากจะพ่นสามคำนั้นออกมาอีกแล้ว แต่สุดท้ายก็อดทนอดกลั้น
นี่คงจะเป็นชะตากรรมขององครักษ์กระมัง เพื่อความปลอดภัยของเชื้อพระวงศ์ ต่อให้ต้องสละชีวิตก็ปฏิเสธไม่ได้
ทั้งคู่กระโดดพุ่งตัวแล้วเหาะไปข้างหน้า
ฝูงโครงกระดูกเนืองแน่นเบื้องหน้าได้กลิ่นของสิ่งมีชีวิต ก็แตกฮือขึ้นมาทันที
“ฮือ…”
เสียงโหยหวนและครวญครางดังไปทั่วแดนดิน โครงกระดูกเริ่มถาโถมใส่เฉินหยวนกับหวงอวี้เจ๋อ มีอีกมากมายถึงขั้นลอยกลางอากาศ รวดเร็วกว่าเฉินหยวนกับหวงอวี้เจ๋อเสียอีก
ครืน!
โครงกระดูกมังกรใหญ่โตมโหฬาร เบ้าตาแดงฉานกลวงโบ๋ก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว พุ่งใส่ทั้งสองคนที่อยู่กลางอากาศด้วยพลังมหาศาล
เฉินหยวนกับหวงอวี้เจ๋อใช้เคล็ดวิชา แผดเผาศักยภาพทันที ทำหน้าที่เหยื่อล่อต่อไป
“เราก็ควรเคลื่อนไหวแล้ว”
ชื่ออูเห็นฝูงโครงกระดูกถูกเฉินหยวนกับหวงอวี้เจ๋อล่อไปอีกทางแล้ว จึงเริ่มขี่กระบี่เหินเวหา
อีกสองคนที่เหลือพยักหน้า ขี่กระบี่ตามหลังชื่ออู ทิ้งลำแสงสองเส้นเป็นทางยาวกลางอากาศ
…
อันหลิน ต้าไป๋และเจ้าอัปลักษณ์เดินผ่านอุโมงค์ของม่านแบ่งแดน พวกเขาตั้งใจให้ต๋าอีกับต๋าเอ้อร์เดินนำเป็นการสำรวจทาง
คาดไม่ถึงว่าต๋าอีกับต๋าเอ้อร์เพิ่งเหยียบอุโมงค์ ม่านแบ่งแดนก็เหมือนกับถูกอะไรบางอย่างกระตุ้น เริ่มหดตัว
เหตุการณ์นี้ทำให้พวกเขาตกใจ รีบเหาะข้ามอุโมงค์ยาวเหยียดสุดชีวิต สุดท้ายก็เข้ามาภายในม่านแบ่งแดนได้อย่างหวุดหวิด
“ฟู่…เกือบไปแล้ว ม่านแบ่งแดนหดตัวได้ด้วยหรือ เกือบไม่ได้เข้ามาแล้ว” อันหลินมองอุโมงค์ที่ขาวที่หดตัวเป็นรอยแยก พูดด้วยความพรั่นพรึง
“หรือจะเป็นเพราะต๋าอีกับต๋าเอ่อร์เป็นสิ่งประดิษฐ์จากจื่อซิง ม่านแบ่งแดนของเผ่าพันธุ์มังกรจึงต่อต้าน” ต้าไป๋คาดเดา
อันหลินพยักหน้า คิดว่าข้อสันนิษฐานนี้มีเหตุผล
เจ้าอัปลักษณ์พูดอย่างกังวลใจว่า “อุโมงค์ปิดแล้ว แล้วพวกเราจะออกไปอย่างไร”
“ใจเย็นๆ ทุกปัญหาย่อมมีทางออก พวกเราไปหาของให้เจอก่อนค่อยว่ากัน!” อันหลินไม่ใช่คนมองโลกในแง่ลบ จึงพูดอย่างฮึกเหิมทันที
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ พลังที่ยิ่งใหญ่สามลูกก็พุ่งเข้ามาใกล้พวกเขา
“ระวัง! มีศัตรูมา ท่าทางพลังจะไม่อ่อนแอ!” เจ้าอัปลักษณ์จ้องมองเบื้องหน้าอย่างตึงเครียด
อันหลินกับต้าไป๋ก็เกร็งไปทั้งตัว ไม่คิดว่าเพิ่งเข้ามาในม่านแบ่งแดนก็มีศัตรูโผล่มาแล้ว เกิดความแค้นเร็วไปหรือเปล่า
“คนของวังมังกรหรือ” อันหลินเห็นชายหนุ่มที่มีรูปโฉมหล่อเหลาคนหนึ่งก่อน จึงอดพูดอย่างสงสัยไม่ได้ ผมสีแดงของชายคนนี้ปลิวว่อน บนหัวมีเขามังกรอันเป็นลักษณะพิเศษของเผ่าพันธุ์มังกร
เมื่อชายผมสีชาดเห็นพวกอันหลินก็ชะงักไปเช่นกัน
“สหาย โครงกระดูกเหล่านี้ระรานแดนพิศวง บัดนี้ทางออกถูกปิด หากพวกเราออกไปไม่ได้จะถูกพวกมันก่อกวน เรามารวมพลังจัดการมันด้วยกันเถอะ!” ชื่ออูพูดเสียงดังลั่น
“ได้!” อันหลินพยักหน้า
“กระบี่เพลิงสี่แฉก!” ชื่ออูวาดกระบี่ปล่อยลำแสงเปลวไฟสองเส้น ฟันโครงกระดูกมังกรที่อยู่ด้านหน้าสุดด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่
“หมัดสะเทือนขุนเขาอัสนี!”
“หัตถ์วายุหมาป่าสวรรค์!”
“หมัดเพลิงนิล!”
พวกอันหลินโจมตีอย่างพร้อมเพรียงกัน
สองคนข้างชื่ออูกระโจนใส่โครงกระดูกมังกรหมอกดำ
“พายุหมุนเย็นเยือก!”
“กระบี่อัสนีเมฆขาว!”
ครืน! พลังเซียนที่มีอานุภาพร้ายแรงนับไม่ถ้วนโจมตีโครงกระดูกมังกรและฝูงโครงกระดูก สังหารไปหลายสิบตัวในพริบตา แม้แต่โครงกระดูกมังกรระดับแปลงจิตสองตัวก็ล่าถอย
“ลุย!”
ชายหนุ่มสองคนข้างกายชื่ออูพุ่งใส่โครงกระดูกมังกรพร้อมกัน
เพียงไม่กี่อึดใจ ชายหนุ่มสองคนก็บาดเจ็บสาหัสกระเด็นออกมา
ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลผุดขึ้นมาในใจพวกเขา ทำไมข้างหลังเงียบไปล่ะ
พวกเขาหันหลังมองไป เจ้านายชื่ออูของพวกเขาเหาะออกไปไกลสามลี้แล้ว
ชายหนุ่มขี่สุนัขกับวานรเผ่นแน่บไปอีกทิศทางหนึ่ง เรียกได้ว่าไกลจนกลายเป็นจุดดำไปแล้ว…
ชายหนุ่มสองคนเพิ่งตระหนักรู้ ความเย็นเยียบผุดขึ้นในใจ
“ไม่…”
สิ้นเสียงตะโกนอย่างสิ้นหวัง สิ่งที่ถาโถมเข้ามาคือปากกว้างคาวเลือดของโครงกระดูกมังกรหมอกดำ…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม