ฉากสุดท้ายที่อันหลินเห็นคือ กระแสไฟที่สว่างไสวและร้อนระอุกลืนกินทุกบริเวณ
หลังแสงทองของโล่แห่งชัยชนะรับแรงกระแทกบางส่วนไว้แล้ว ก็แหลกสลายอย่างสิ้นเชิง แรงกระแทกที่เหลือกระทบร่างกายอันหลิน ฉีกร่างของเขา สะเทือนอวัยวะภายในจนป่นปี้
‘ติ้ง ตรวจสอบพบว่าหัวใจของจอมปีศาจถูกทำลายอย่างสมบูรณ์แล้ว…’
‘ภารกิจเสร็จสิ้น บัดนี้เริ่มทำการถ่ายทอดอัสนีมรรควิถีขั้นที่สอง…’
นี่เป็นเสียงสุดท้ายที่อันหลินได้ยิน
จากนั้นเขาก็ตกอยู่ในภวังค์ความมืดมนโดยสิ้นเชิง
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน
ครืน…ครืน…
เสียงคลื่นซัดกระทบโสตประสาทเป็นระลอกๆ อันหลินลืมตาที่พร่าเลือนขึ้น
ปุยเมฆขาวลอยล่องบนผืนฟ้าสีคราม
เขากะพริบตาปริบๆ หวนคิดถึงเรื่องราวก่อนหมดสติ
หึ…ในที่สุดจอมปีศาจก็ถูกเราฆ่าตายแล้ว!
เป็นเพราะเรามีพลังที่แก่กล้า ตัดสินใจเด็ดขาด สู้อย่างห้าวหาญ ถึงได้มีชัยชนะที่ยิ่งใหญ่!
อืม ลุกขึ้นก่อนดีกว่า
อันหลินยกคอ อยากลุกขึ้นนั่ง
คอขยับ แต่ร่างกายไม่มีปฏิกิริยา
จากนั้นเขาก็ค้นพบเรื่องที่น่าพรั่นพรึงอย่างมาก
บัดซบ! ทำไมเอวเราขยับไม่ได้แล้วล่ะ มือก็ขยับไม่ได้เหมือนกัน ขาก็ขยับไม่ได้ด้วย!
ไม่สิ…นอกจากตำแหน่งเหนือคอขึ้นมา ที่เหลือไม่มีความรู้สึกเลย!
จู่ๆ เขาก็นึกถึงคำศัพท์ตัวหนึ่งขึ้นมา อัมพาตนั่นเอง
อันหลิน “…”
“ต้าไป๋…เจ้าอัปลักษณ์!”
เขาตะโกนเรียกเสียงดัง
ทันใดนั้นก็มีเสียงแว่วมาจากไม่ไกล
“พี่อัน ในที่สุดก็ฟื้นสักที โฮ่ง!”
เสียงฝีเท้าที่รีบร้อนดังขึ้น ใบหน้าที่น่ารักแกมน่าเกรงขามของต้าไป๋ก็โผล่มาตรงหน้าอันหลิน
“ข้า…ข้าเป็นอะไรไป” อันหลินถามหน้ามุ่ย
ต้าไป๋แลบลิ้น “พี่อัน เจ้าปล่อยปรมาณู ระเบิดจอมปีศาจจนไม่เหลือแม้แต่ธุลี อหังการนัก! โฮ่ง!”
“ข้าถามว่า ข้าเป็นอะไรไป” อันหลินน้ำตาคลอ พูดต่อว่า “ยังมีทางรอดอยู่ไหม”
เขายกคอขึ้น สายตาเหลือบมองร่างกาย พบว่าถูกผ้าขาวพลันทั่วร่าง และมีค่ายกลรักษาสีขาวกำลังรักษาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
“ใจเย็นๆ ใจเย็นก่อน…ตอนที่เจ้าเพิ่งระเบิดต่างหากที่น่ากลัว เนื้อตัวดำเกรียม ขาหายไปข้างหนึ่งด้วยซ้ำ ทำข้ากับน้องสามตกใจจนคิดว่าเจ้าจบเห่แล้วเสียอีก!”
ต้าไป๋โคลงหัวทอดถอนใจ “แต่ถึงตอนนั้นเจ้าจะไม่ตาย แต่ก็ไม่ได้ดีเด่อะไร เหลือแค่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายแล้ว หากไม่ใช่เพราะเจ้าอัปลักษณ์ตัดสินใจฉับไว ฝืนกล่อมเกลาแหวนมิติของเจ้า จนเจอยาตะวันคราม ยาเซียนขั้นเก้าที่ชุบชีวิตคนได้ จึงให้เจ้ากินทันทีแล้วละก็…เจ้าอาจจะจบเห่ไปแล้วจริงๆ ก็ได้! โฮ่ง!”
อันหลินฟังเรื่องราวที่มีแต่ความพลิกผัน เมื่อเห็นว่าสองขาของตนยังอยู่ คงจะเป็นประสิทธิภาพของยาตะวันคราม
เขายังคงกังวลใจ “งั้นตอนนี้ข้าอยู่ในสภาวะไหนกันแน่”
ต้าไป๋เกาหัวแล้วกล่าวว่า “เจ้าถามข้า ข้าจะไปถามใครเล่า…อ้อ จริงสิ ตอนนี้เจ้าอัปลักษณ์ไปฝังเสี่ยวหลงแล้ว อย่างไรเสียก็ผ่านศึกมาด้วยกัน มันจากไปอย่างสงบมาก”
อันหลิน “…เสี่ยวหลงตายได้อย่างไร”
ต้าไป๋ถอนหายใจ “หมัดเมื่อคืนของจอมปีศาจ ลมหายใจของมันก็แผ่วมากแล้ว ตอนหลังจู่ๆ เจ้าก็ใช้หมัดปรมาณูอีก พวกเราไม่ทันได้เคลื่อนย้ายมัน มันจึงโดนลูกหลงด้วย…”
อันหลินปากกระตุกยิกๆ นี่เรียกว่าจากไปอย่างสบายงั้นเหรอ
แต่เขากับมังกรหกปีกทำพันธะสัญญาทาสกันตั้งแต่แรก ไม่มีความผูกพันปะปนมากนักอยู่แล้ว
เขาเพียงแค่อยากใช้ประโยชน์จากมังกรตัวนี้ในการตามหารังของพวกมัน เพื่อป้องกันไม่ให้มังกรปีศาจหักหลัง จึงทำพันธะสัญญาทาส แต่เมื่อได้ยินข่าวร้ายของมังกรปีศาจ ในใจก็รู้สึกเศร้าสลดอยู่ดี
อันหลินรู้สึกเกะกะตา จึงเบือนหน้าหนีแล้วพูดว่า “เจ้าอัปลักษณ์ อาการของข้าต้องใช้เวลานานแค่ไหนจึงจะเดินเหินได้”
ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ เกรงว่าจะมีเพียงเจ้าอัปลักษณ์ที่รู้อาการของตนดีที่สุด ค่ายกลรักษาก็เป็นฝีมือของมัน
เจ้าอัปลักษณ์ลูบคางคล้ายก้นของมัน พูดอย่างไม่ค่อยแน่ใจว่า “เมื่อครู่ได้ตรวจอาการของเจ้าแล้ว ตอนนี้กระดูกและเลือดเนื้อทั้งร่างกายได้รับการฟื้นฟูเบื้องต้นแล้ว เส้นเลือดกำลังเชื่อมกันอยู่ พลังปราณแห้งเหือดอย่างยิ่ง คาดว่าต้องเป็นอัมพาตแบบนี้อีกสิบกว่าวันกระมัง…”
อันหลินได้ฟังก็โล่งใจ ยังดีที่ไม่ได้พิการจริงๆ แค่นอนเป็นผักสิบกว่าวันเฉยๆ…
แต่ทันใดนั้น เขาก็ตระหนักถึงปัญหาข้อหนึ่ง ตนเป็นอัมพาตแล้วเรื่องของธิดามังกรน้อยจะทำอย่างไร อีกสิบกว่าวันก็จะเปิดเทอมแล้วนะ!
อันหลินสูดหายใจเข้าลึกแล้วโพล่งขึ้นมาว่า “เจ้าอัปลักษณ์! ในแหวนมิติข้ายังมียาวิเศษฟื้นฟูอาการบาดเจ็บเหลืออีกไหม”
ตอนนี้แม้แต่นิ้วเขาก็กระดิกไม่ได้ ย่อมใช้แหวนมิติไม่ได้อยู่แล้ว
เจ้าอัปลักษณ์ชะงัก ไม่รู้ว่าอันหลินถามทำไม จึงพยักหน้าอย่างงุนงง “มีอีกสิบกว่าเม็ดแน่ะ”
อันหลิน “ป้อนข้าให้หมดเลย!”
“พี่อัน เช่นนี้ไม่ได้นะ ฤทธิ์ของยาเซียนยังไม่หมด เจ้าใช้ยาวิเศษตอนนี้ไม่มีประโยชน์ไม่พอ อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายของเจ้าด้วย!” เจ้าอัปลักษณ์ได้ยินก็รีบห้ามปรามอย่างหวั่นวิตกทันที
“ไม่เป็นไร วิชาพฤกษธาตุอมตะของข้าผสานฤทธิ์ยาพวกนั้นให้สมบูรณ์แบบได้”
“เลิกเซ้าซี้ได้แล้ว รีบเอามาให้ข้า!”
ด้วยถูกอันหลินใช้อำนาจด้วยมิชอบ เจ้าอัปลักษณ์จึงต้องนำยาวิเศษสิบกว่าเม็ดออกจากแหวนมิติ
จากนั้นมันก็เห็นอันหลินกลืนยาวิเศษสิบกว่าเม็ดลงท้องไปรวดเดียว ไม่หยุดพักเลยสักนิด
ทำเอาเจ้าอัปลักษณ์ตกใจแทบแย่ หากมันกินวิธีเดียวกับอันหลิน คงจะร่างกายระเบิดตายในพริบตาแน่นอน!
วงแหวนสีเขียวปรากฏเหนือศีรษะของอันหลิน
พลังงานโหมกระหน่ำที่อัดแน่นอยู่ในยาวิเศษสิบกว่าเม็ด เริ่มโจมตีทุกอณูรูขุมขนในร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง
วิชาพฤษธาตุอมตะถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด แปรเปลี่ยนฤทธิ์ของยาวิเศษอย่างรวดเร็ว
อันหลินนอนอยู่ในค่ายกลรักษาด้วยใบหน้าที่หนักแน่น
วังมังกร ฉันมาแล้ว!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม