เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม นิยาย บท 303

ต่อให้อันหลินจะโอดครวญอย่างไร ในฐานะที่เป็นกัปตันในภารกิจของสรวงสวรรค์ ปัญหาของถังซีเหมิน เขาก็ต้องรับแทนอยู่ดี

“เฮ้อ…เวรกรรมแท้ๆ”

อันหลินส่ายหน้าถอนหายใจ ขี่ต้าไป๋ออกจากมณฑลอวี้มุ่งหน้าสู่มณฑลส่าน

ในศูนย์กักกันของหน่วยรบพิเศษแห่งหนึ่งของมณฑลส่าน เขาเจอตัวปัญหาที่ประกระบี่เขาหัวซานทั้งสองคน

แขนเสื้อของถังซีเหมินขาดรุ่งริ่ง ท่อนแขนและหน้าอกที่กำยำมีบาดแผลเป็นทาง

อู๋เฟิง ประมุขพรรคเขาหัวซานมีรอยแผลที่น่องและท่อนแขน เสื้อผ้าขาดกะรุ่งกะริ่ง หากเดินตามท้องถนนก็เป็นขอทานมืออาชีพดีๆ นี่เอง

ตามที่เจ้าหน้าที่คำนวณ วัฒนธรรมทางวัตถุและมรดกทางธรรมชาติที่ได้รับความเสียหายในการประกระบี่ครั้งนี้รวมทั้งสิ้นห้าหมื่นหินวิญญาณ ทั้งคู่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน จึงต้องชดใช้คนละสองหมื่นห้าพันหินวิญญาณ

ถังซีเหมินไม่ได้พกเงินมากมายปานนั้น ในแหวนมิติมีเพียงสองหมื่นหินวิญญาณ อันหลินจึงต้องจ่ายเพิ่มห้าพันหินวิญญาณ จากนั้นพวกเขายังต้องถูกอบรมต่างๆ นานาอีกด้วย

ผู้ที่ทำหน้าที่อบรมทางความคิดอันแสนขมขื่นนี้ เป็นคนในหน่วยรบพิเศษของประเทศ

ไม่ใช่แค่ถังซีเหมินกับอู๋เฟิงที่ต้องฟัง แม้แต่อันหลินก็พลอยถูกอบรมไปด้วย

หลังวุ่นวายอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็ประกันตัวถังซีเหมินออกมาได้

ส่วนอู๋เฟิงน่ะเหรอ เขาไม่มีเงินมากขนาดนั้น ทำได้แค่นั่งสำนึกผิดที่ศูนย์กักกัน

เหล่าผู้อาวุโสในลัทธิเขาหัวซานโมโหไม่น้อยเลย ตัดสินใจจะให้ประมุขพรรคสำนึกผิดที่ศูนย์กักกันสักระยะหนึ่ง ค่อยเจรจาเรื่องประกันตัว

เวลาล่วงเลยมาถึงเย็นย่ำโดยไม่รู้ตัว

ชั่ววินาทีที่อันหลินออกจากศูนย์กักกัน ได้เห็นแสงอาทิตย์อีกครั้ง น้ำตาก็อาบหน้า ราวกับได้เกิดใหม่ อดป่าวกางแขนตะโกนก้องไม่ได้ว่า

“กัปตันบัดซบอะไรกัน!”

ถังซีเหมิน “…”

วันนี้อันหลินใช้ชีวิตได้หลากหลายยิ่งนัก ถูกหวงซานซานต่อว่าสามครั้ง เข้าศูนย์กักกันสองครั้ง ถูกอบรมอย่างละเอียดลึกซึ้งหนึ่งครั้ง เดินไปข้ามครึ่งประเทศจีน…

อืม หนึ่งวันที่เต็มอิ่มขนาดนี้ มันช่างซาบซึ้งใจจริงๆ!

“กัปตันอันหลิน เรื่องในวันนี้ข้าต้องขอโทษจริงๆ” ถังซีเมินโค้งตัวแสดงความขอโทษ

แม้เสื้อผ้าจะขาดรุ่งริ่งสิ้นดี แต่ยังเปี่ยมด้วยกิริยามารยาท ประหนึ่งคุณชายผู้งามสง่าในยุคโบราณ

อันหลินโบกมือปัดๆ “เป็นสิ่งที่ข้าควรทำ เพียงแต่ข้าสงสัยนิดหน่อยว่า ทำไมศิษย์พี่ไปเยี่ยมเพื่อนถึงได้กลายเป็นทะเลาะวิวาทเช่นนี้ล่ะ”

ถังซีเหมินขำอย่างกระอักกระอ่วน “ตอนแรกข้าอยากแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบำเพ็ญเพียรกับสหายอู๋เฟิง ประลองกันง่ายๆ อืม…ตอนหลังสู้จนเกิดโทสะ หยุดไม่ลงแล้ว…”

อันหลินชะงักไปครู่หนึ่งแล้วนวดหว่างคิ้ว ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี

คุณชายที่ดูสง่าผ่าเผยอย่างถังซีเหมินเมื่อสู้แล้วจะหยุดไม่ลง มันชวนให้อิดหนาระอาใจ เสียดายที่ก่อนหน้านี้อันหลินคิดว่าศิษย์พี่คนนี้น่าเชื่อถือ หมดความกังวลใจ ท่าทางเขาจะตัดสินคนที่รูปลักษณ์เสียแล้ว

หลังถังซีเหมินคุยสัพเพเหระกับอันหลินครู่หนึ่ง ก็ขอตัวไปหาเพื่อนเก่าอีกคนของเขา

ทำเอาอันหลินตกใจจนต้องรีบกำชับศิษย์พี่ หวังว่าเขาจะยอมเป็นชายรูปหล่อคนหนึ่ง สืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของสัตบุรุษตกลงกันด้วยวาจาหาใช่กำลังต่อไป

เมื่อเห็นศิษย์พี่จากไปแล้ว ในใจอันหลินยังคงวิตกกังวล ไม่รู้ว่าศิษย์พี่จะจำคำพูดของเขาได้ไหม

เถียนหลิงหลิงนั่งเล่นมือถือบนหลังต้าไป๋ น่องขาวสม่ำเสมอแกว่งไกวแผ่วเบาภายใต้แสงอาทิตย์ยามสายัณห์ แลดูผ่อนคลายสบายอกสบายใจ

“นักพรตจอมปลอม พี่ตงฟางได้ยินว่านายกลับมาแล้ว เลยถามนายว่าจะไปกินข้าวที่บ้านเธอไหม” นิ้วของเธอไถมือถือ จู่ๆ ก็โพล่งขึ้นมา

เมื่ออันหลินได้ยินคำพูดของเถียนหลิงหลิงก็สะดุ้งทันที ความสุขของแฟนคลับตัวยงแผ่ซ่านไปทั่วทั้งใจในพริบตา

จวบจนวันนี้ เสียงร้องอันไพเราะน่าฟังของตงฟางเสวี่ยยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาทไม่เสื่อมคลาย

อืม ตงฟางเสวี่ยเป็นแม่ครัวที่ถูกการร้องเพลงตัดอนาคต

ตงฟางเสวี่ยเห็นท่าทางเอาจริงเอาจังของอันหลินก็อดหัวเราะไม่ได้

ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ แต่ถูกคนชมแบบนี้ ในใจเธอก็รู้สึกดีใจอยู่เหมือนกัน ชักชวนเถียนหลิงหลิงกับอันหลิงเข้าบ้าน โดยมีสุนัขตัวใหญ่ที่มีดวงตากลมกลึงตัวหนึ่งตามหลังมา

กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารอบอวลทั่วห้อง ทำเอาอันหลินท้องร้องจ๊อกๆ ต้าไป๋ถึงกับน้ำลายไหล ท่าทางเหมือนหมาป่าหิวโซ

อาหารหลากหลายชนิดเต็มโต๊ะ แค่ภาพลักษณ์ของอาหารก็ทำให้ความอยากอาหารเพิ่มทวีแล้ว บางเมนูยังแผ่คลื่นพลังงานเบาบางอีกด้วย ดูแล้วน่าจะใช้วัตถุดิบที่เลอค่าไม่น้อยเลย

มองออกว่าตงฟางเสวี่ยทุ่มเทแรงใจกับอาหารมื้อนี้มากทีเดียว เมื่อคิดได้ดังนั้น อันหลินก็ล้วงยาสีเขียวเม็ดหนึ่งออกมายื่นให้เธอ

“สหายอันหลิน นี่นาย…” ตงฟางเสวี่ยพูดอย่างแปลกใจ

“ไม่พบกันนาน ย่อมต้องมอบของขวัญให้เพื่อนเก่ากันหน่อย นี่เป็นยาชิงเสิ่นคงความอ่อนเยาว์ มีสรรพคุณช่วยให้ขาวกระจ่างใสและคืนความเปล่งปลั่งให้ผิว หวังว่าคุณจะรับมันไว้” อันหลินพูดอย่างจริงใจ

“โธ่ ได้ยังไงกัน ไม่ต้องเกรงใจกันขนาดนี้หรอก!”

“ยาเม็ดนี้คุณต้องรับไว้ เป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กันแล้ว อย่าปฏิเสธเลย!”

ด้วยเหตุนี้ ตงฟางเสวี่ยจึง ‘จำใจ’ รับยาเม็ดนี้ไว้ ใบหน้ามีรอยยิ้มบางๆ เห็นได้ชัดว่าพอใจกับยาเม็ดนี้อย่างยิ่ง

เถียนหลิงหลิงมองดูพร้อมกับมุมปากที่กระตุกยิกๆ แน่นอนว่าเธอนึกถึงเหตุการณ์ของพี่ซานซาน

ยาชนิดเดียวกันเปี๊ยบ คำพูดที่เหมือนกันเปี๊ยบ…

หน้าอันหลินด้านกว่านี้ได้อีกหรือเปล่า!

สามคนหนึ่งสุนัขจึงทานข้าวกันอย่างสบายอุราท่ามกลางบรรยากาศที่สุขสงบ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม