มาแล้วๆ…
หูก้วนกับถังซีเหมินดวงตาเป็นประกาย ในใจคาดหวังเหลือเกิน
จวบจนตอนนี้ ชายฉกรรจ์ทั้งสองมีโอกาสได้อาวุธเทวะมาครองแล้ว จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร
กระบี่สมุทรลอยขึ้น ลอยผ่านอันหลินที่เบิกตากว้าง เลยผ่านหูก้วนกับถังซีเหมิน สุดท้ายหยุดลงตรงหน้าเลือดหยดหนึ่งแล้วแผดเสียงอย่างสุขใจ
ทุกคนต่างก็จับจ้องไปที่ผู้โชคดีคนนั้น กลับเห็นผู้โชคดีทำหน้าเหนื่อยหน่าย
“เฮ้อ…ไยเป็นข้าเล่า ข้าเป็นสาวน้อยนักเวทนะ จะเอากระบี่เหล็กไปทำไม”
ดวงตาสีม่วงของหลิวเชียนฮ่วนจ้องกระบี่ที่เริงร่า ใบหน้าปราศจากความดีใจ
“เฮ้อ ช่างเถอะ อย่างไรเสียก็มีกระบี่มหาเหมันต์แล้ว มีกระบี่สมุทรเพิ่มมาอีกเล่ม ต่อไปมีโอกาสลองเล่นกระบี่หน่อยดีกว่า…” สุดท้ายนางก็ยอมรับกระบี่เล่มนี้ ส่ายศีรษะแล้วเก็บมันใส่แหวนมิติ
หูก้วนกับถังซีเหมิงจวนจะกระอักเลือดแล้ว คำรามในใจว่า ‘ศิษย์พี่ไม่ชอบก็ยกมันให้พวกเรา! ทำท่าทางรังเกียจมันอะไรกัน แบบนี้จะทำให้เจ็บปวดซ้ำสองได้นะเข้าใจไหม!’
แม้แต่จักรพรรดิจื่อหยางเองก็นิ่งอึ้ง เพราะกระบี่นั่นหาใช่สิ่งที่ไม่มีมูลค่า มันเป็นอาวุธเทวะที่มีมูลค่ายิ่งกว่ากางเกงในของเขาเสียอีก! สาวน้อยคนนี้รังเกียจมันงั้นหรือ เปิดประสบการณ์ใหม่จริงๆ!
กระบี่สมุทรมีเจ้าของแล้ว ทุกคนสงบสติอารมณ์แล้วออกเดินทางต่อ
วงในของแดนโบราณรกร้างมักจะมีอันตรายแอบแฝงในความสงบ พวกอันหลินไม่กล้าเดินไวมากนัก หนึ่งเพื่อความปลอดภัย สองเพื่อการค้นหาให้ละเอียด เกิดภูเขาหิมะที่พวกเขาเหาะผ่านเป็นสุสานของเซียนสวรรค์โส่วหยางล่ะ เรื่องนี้พวกเขาจะประมาทไม่ได้แม้แต่นิด
ผ่านไปอีกสองวันโดยไม่รู้ตัว
ทุกคนเจอกับภัยอันตรายจากมิติ อันตรายจากอากาศ ล้วนคลี่คลายได้อย่างหวุดหวิด
เหล่าสมาชิกที่ตั้งใจจะค้นหาที่นี่ครึ่งค่อนปีในคราแรก บัดนี้ต่างก็มีสีหน้าเคร่งขรึม เพียงแค่สองวัน พวกเขาก็พบเจอกับภัยอันตรายไม่ขาดสาย หากใช้เวลาอยู่ในนี้นานนับปีจริง ปางตายแน่ๆ!
อากัปกิริยาของอันหลินขึงขังยิ่งกว่าใคร หากเขายังหาเพลิงอนัตตาไม่พบ บทลงโทษที่ถูกเผาสามวันติดต่อกันจะมาเยือนเขาแล้ว
“เอ๊ะ มิติทางตะวันออกเฉียงเหนือดูแปลกๆ นะ” ใบหน้าของจักรพรรดิจื่อหยางเฉยชา ดวงตาจดจ้องริ้วคลื่นมิติที่อยู่ไกลไม่วางตา ริ้วคลื่นนั่นโปร่งใส เป็นเหมือนกระจกใสที่กระเพื่อม จากนั้นทัศนียภาพด้านหลังก็เริ่มบิดเบี้ยว
“คล้ายว่าปรากฏการณ์นี้จะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับมิตินะ” เสี่ยวชิงหรี่ตาลงเล็กน้อย จ้องทัศนียภาพที่บิดเบี้ยวทางตะวันออกเฉียงเหนือด้วยใบหน้าที่เจือความฉงนเช่นกัน
ข้อสันนิษฐานบางอย่างผุดขึ้นในใจอันหลินทันทีที่ได้ยินประโยคนี้ พูดอย่างตื่นเต้นว่า “พวกเจ้าว่า มันจะใช่เพลิงอนัตตาหรือไม่ เพราะอุณหภูมิของมันสูงยิ่งนัก จึงทำให้เห็นภาพบิดเบี้ยว”
ทุกคนตกใจเมื่อได้ยินดังนั้น ไร้รูปร่างไร้สี ลอยอยู่กลางอากาศ อาจเป็นไปได้
จักรพรรดินีปี้ฉงอ้าปากพ่นบางอย่าง งูสีเขียวตัวหนึ่งก็กางปีกแล้วพุ่งไปทางริ้วคลื่นที่อยู่ไกลโพ้นทันที
ทันทีที่งูสีเขียวสัมผัสริ้วคลื่นที่บิดเบี้ยวนั่น มันก็ไหม้เกรียมอย่างรวดเร็ว สุดท้ายกลายเป็นเถ้าธุลีสลายไปในอากาศ
“หึ เป็นลูกไฟจริงๆ ด้วย”
จักรพรรดินีปี้ฉงไม่ปฏิเสธ หันมองอันหลินด้วยแววตาที่เจือความคาดหวัง
จักรพรรดิจื่อหยางก็ตบไหล่อันหลินพลางหัวเราะร่า พูดอย่างชอบใจว่า “ยินดีด้วยสหายอันหลิน ต่อไปก็ขึ้นอยู่กับการแสดงของเจ้าแล้ว!”
อันหลินมองอากาศที่อยู่ไกลออกไป ยังไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหน เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่กินอากาศ
เขายังไม่ทันได้แสดงปฏิกิริยา คล้ายว่าลูกไฟรูปร่างบิดเบี้ยวโปร่งใสที่อยู่ห่างไกลจะสัมผัสได้ จึงกลายเป็นกระแสน้ำเป็นฝ่ายจู่โจมทุกคน
พวกมันพิลึกอย่างยิ่ง ไร้ซึ่งความรุนแรงอย่างที่ลูกไฟพึงมี หลั่งไหลเงียบเชียบ ปลิดชีพอย่างไร้ร่องรอย
“มันมาแล้ว ทุกคนระวัง!”
จักรพรรดิจื่อหยางตะโกนลั่น ทุกคนรีบหลบหลังอันหลินทันทีอย่างรู้ใจกัน
“อา…” อันหลินกระตุ้นพลังปีกแห่งอัคคีแล้วอ้าปากกว้าง
“อึกๆ ๆ…”
ทันใดนั้น วัตถุที่ไร้รสชาติก็ไหลหลั่งลงท้องอย่างต่อเนื่อง
อันหลินรู้สึกเหมือนตนกำลังกินอากาศที่ไม่มีรสชาติแต่สัมผัสได้ รสสัมผัสเลวร้ายยิ่งนัก
ลูกไฟตกใจ หยุดชะงักโดยพลัน เปลี่ยนเป้าหมายโจมตีทันที
“มันเลี้ยวแล้ว ทุกคนระวัง!” จักรพรรดิจื่อหยางตะเบ็งเสียงดัง
จู่ๆ กระแสเพลิงไร้สีก็หักเลี้ยว พุ่งไปหาเหล่าลูกทีมด้านหลังอันหลิน
ร่างของเขาพุ่งชนกระแสเพลิงที่โปร่งใสบิดเบี้ยว เพลิงอนัตตากลิ้งหลุนๆ ลงท้องไม่หยุด ความรู้สึกแบบนั้นเหมือนกับการเติมลมใส่ท้องอย่างต่อเนื่อง
ท้ายที่สุดปากของเขาก็สัมผัสได้ถึงความร้อนอันน้อยนิด สุดท้ายความร้อนก็แล่นริ้วไปทั่วร่าง!
คำว่า ‘อนัตตา’ ปรากฏบนแถบปีกแห่งอัคคี รวมกันเป็น ‘ตะวัน จันทร์ ดารา อนัตตา’
อันหลินเห็นเช่นนั้น ในที่สุดความตึงเครียดก็ผ่อนคลาย ไม่คิดเลยว่าเพลิงอนัตตาที่ยากแท้หยั่งถึงจะถูกเขากินจนหมดโดยไม่รู้ตัวเช่นนี้ มาคิดดูตอนนี้ก็ยังรู้สึกเหมือนฝันไป
‘ติ้ง! ภารกิจสำเร็จ ลำดับต่อไปเริ่มถ่ายโอนพลังปีกแห่งอัคคีขั้นที่สอง’
ทันใดนั้น อันหลินก็เห็นภาพที่เปลวเพลิงกว้างไกลไร้ที่สิ้นสุดแผดเผาทุกสรรพสิ่งในจักรวาลจนวอดวาย
แก่นแท้ของเพลิงตะวัน ดวงจันทร์ ดาราและอนัตตาเริ่มผสานแทรกซึมสู่ร่างกายของเขา
อักขระสีชาดตัวหนึ่งปรากฏบนหลังมือ ทำให้กลิ่นอายของเขาแปรเปลี่ยนเป็นทรงพลังและเร่าร้อน
จักรพรรดิจื่อหยางมองอันหลินที่พลังเพิ่มพูนไม่มีหยุด พูดด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้นว่า “นี่น่ะหรือผลสำเร็จของเคล็ดวิชาเผาไหม้ ช่างเป็นพลังเพลิงที่บริสุทธิ์ เป็นแก่นแท้ที่น่ากลัวเสียจริง!”
แม้อันหลินจะไม่ได้ปล่อยเวทมนตร์ที่สะเทือนปฐพี แต่พลังเพลิงที่มีพลังแก่กล้าซึ่งไหลเวียนภายในร่างกาย กลับทำให้จักรพรรดิจื่อหยางชื่นชมเหลือเกิน
แม้แต่สวีเสี่ยวหลานที่ครอบครองพลังแห่งพญาหงส์ แววตาก็ฉายความตะลึงเช่นกัน
ทุกคนต่างก็อุทานไม่หยุดเมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ ไม่คิดเลยว่า สี่เพลิงเทวะแห่งแผ่นดินปราณสงครามจะถูกอันหลินกินจนเกลี้ยง แถมอันหลินยังอาศัยแหล่งเพลิงได้พลังมาครองเสียด้วย…
อันหลินเพลิดเพลินกับพลังเพลิงที่โหมซัดภายในร่างกายอย่างพึงพอใจ อยากลองเผาอะไรสักหน่อย
เวทมนตร์ประกอบของปีกแห่งอัคคีขั้นที่สองคือ ทะเลเพลิงสี่มงคล ไม่รู้ว่าอานุภาพเป็นอย่างไร
“เอาละ เพลิงอนัตตาก็ได้มาแล้ว เราเดินทางกันต่อเถอะ”
เสี่ยวชิงมองอันหลินแวบหนึ่งแล้วชิงพูดขึ้นมา
ไม่รู้ว่าแสงสว่างเหนือท้องนภาสลัวลงตั้งแต่เมื่อใด
ทุกคนมุ่งหน้าทางเหนือต่อไป บนพื้นหิมะขาวโพลนอันไกลโพ้น จู่ๆ ก็มีเงาดำเคลื่อนไหว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม