“ยินดีต้อนรับสู่การทดสอบจักรกล เอาชนะจักรกลรูปสัตว์สามตัว ก็จะผ่านการทดสอบ”
“จากสถิติของผู้ทดสอบที่ผ่านมา อัตราการรอดของการทดสอบครั้งนี้อยู่ที่ห้าเปอร์เซ็นต์ หากผ่านด่านจะได้รับการสืบทอดวิชาวิศวกรรมเครื่องกล จะเริ่มทำการทดสอบเลยหรือไม่”
เสียงของไป๋หลิงดังขึ้นในห้องอีกครั้ง เย็นเยียบอย่างยิ่ง
อันหลินกลอกตาทันที่ได้ยินคำว่าวิศวกรรมเครื่องกล การสืบทอดแบบนี้จะให้เราเป็นวิศวกรหรืออย่างไร
“เริ่มการทดสอบ!”
ไม่ว่าการสืบทอดจะเป็นอะไร อย่างไรเสียเป้าหมายที่อันหลินมาที่นี่ก็เพื่อกวาดล้างทุกอย่าง สู้ก็พอแล้ว!
มีรูแหวกออกบนผนัง จากนั้นก็มีสัตว์ป่าจักรกลที่มีพลังท่วมท้นสามตัวเดินออกมา
มีสิงโตที่ส่องแสงทองพร่างพราย หมาป่าสีชาด และม้าป่าที่มีกระแสไฟกะพริบแปลบปลาบ
“ฮ่าๆ สัตว์จักรกลหรือ”
ดวงตาของอันหลินวาวโรจน์
ไม่มีใครตอบคำถามเขา สิงโตคำรามลั่น พ่นลูกไฟอุณหภูมิสูงออกจากปากทันที กลายเป็นรูปพัดลอยไปหาอันหลิน
อันหลินกระโดดขึ้นสูง แหวนมิติสว่างวาบ
“อย่างพวกเจ้ายังกล้าแข่งเครื่องจักรกลกับข้า หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง!”
“ออกมาเลยต๋าอี ต๋าเอ้อร์!”
หลังแหวนมิติสว่างวาบแล้ว ร่างสีขาวสองร่างก็ปรากฏกายกลางนภา
ขณะเดียวกัน หมาป่าสีแดงก็ระเบิดพลัง ร่างกายกลายเป็นลำแสงสีแดงพุ่งใส่อันหลินด้วยความเร็วยิ่งยวด
กรงเล็บเหล็กที่ทนทานแหวกอากาศ ยื่นไปตะปบชายที่อยู่ตรงหน้า
ในตอนนั้นเอง ร่างสีเงินก็เข้าขวางหน้าอันหลิน ตวัดดาบเลเซอร์ฟันทันที!
การปะทะทำให้เกิดเสียงดังบาดหู กรงเล็บหมาป่าที่ดูทนทานทำลายได้ยากถูกดาบเลเซอร์ฟันจนขาดสะบั้น กันดั้มอีกตัวก็ยกปากกระบอกปืนใหญ่เล็งหมาป่าสีชาด
ตูม
ระเบิดพลังงานถูกยิงทันที พลังงานที่ทรงอานุภาพกระจายตัว กลายเป็นคลื่นโจมตีความร้อน ระเบิดจนหมาป่าสีชาดจมลงพื้น ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร
“ฮ่าๆ ๆ สวะ ต๋าอีกับต๋าเอ้อร์ของข้าต่างหากที่เรียกว่าหุ่นยนต์!”
เมื่ออันหลินเห็นภาพนี้ก็เท้าเอวหัวเราะอย่างลำพองใจ
ในตอนนั้นเอง เสียงโกรธขึ้งของไป๋หลิงก็ดังก้องในห้อง
“อันหลิน! นี่เจ้ากำลังโกงอยู่นะ! รีบเก็บสิ่งประดิษฐ์จักรกลของเจ้าเสีย ไม่อย่างนั้นก็ไสหัวออกไป!”
อันหลินที่ได้ยินเสียงชะงักงัน “เจ้าไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย ต๋าอีกับต๋าเอ้อร์เป็นของของข้าอยู่แล้ว เป็นส่วนหนึ่งของความสามารถข้า”
“สาม”
“สอง”
…
อันหลินได้ยินไป๋หลิงนับถอยหลังก็สะดุ้งโหยง รีบเรียกต๋าอีกับต๋าเอ้อร์กลับมา
เวลานับถอยหลังที่น่ากลัวนั่นถึงได้หายไป
“ก็ได้ๆ นมเจ้าใหญ่ เจ้าชี้ขาด” อันหลินเบะปากอย่างไม่พอใจ “ใช่ว่าข้าจะสู้สัตว์จักรกลพวกนี้ไม่ได้เสียหน่อย ก็แค่ไม่ใช้งานต๋าอีกับต๋าเอ้อร์นานแล้ว กลัวขึ้นสนิม ก็เลยเอาออกมาเดินเล่นเฉยๆ”
ม้าป่าเหล็กแผ่กระแสไฟเจิดจ้าทั้งตัว ยามวิ่งห้อเหมือนย่ำสายฟ้า กระโจนใส่อันหลิน
ใบหน้าของอันหลินเรียบเฉย ชักกระบี่พิชิตมารออกมา ขณะเดียวกันดวงตาก็กลายเป็นสีขาวโพลนด้วย
ม้าเหล็กสายฟ้าที่รวดเร็วปานสายฟ้าฟาด มองไม่เห็นด้วยตาเนื้อ กลับเห็นช่องโหว่ทันทีในสายตาเขา
ดวงตาของอันหลินเย็นเยือก ปีกวายุสีขาวบนแผ่นหลังกางออก
“สุนัขเทวะสะบัดหาง โฮ่ง!”
ต้าไป๋บิดตัวในช่วงเวลาคับขัน กรงเล็บปราณทลายฟ้ารายล้อมด้วยใบมีดลมหมาป่าสวรรค์ วาดลำแสงสีเงินรูปจันทร์เสี้ยวตัดศีรษะของสิงโต
เสียงแผดร้องของโลหะดังก้องทั้งห้อง ชั่ววินาทีที่เกิดประกายไฟ สิงโตยังค้างอยู่ในท่ากระโจน ศีรษะลอยขึ้นฟ้าพร้อมกับกระแสไฟแปลบปลาบ
“สวย!” อันหลินเห็นท่าตอบโต้ท่านี้ของต้าไป๋ ก็อดปรบมือชื่นชมไม่ได้
ต้าไป๋เช็ดเลือดที่มุมปากทิ้งแล้วยิ้มบางๆ “เป็นราชสีห์แล้วอย่างไร สุดท้ายก็สยบใต้กรงเล็บของสุนัขอย่างข้าอยู่ดี โฮ่ง!”
“วางมาดเท่ได้เยี่ยมเลย!” อันหลินปรบมือต่อ
“ยินดีด้วย ผ่านการทดสอบจักรกลแล้ว ขอให้พวกเจ้ารีบไสหัวไปด่านต่อไปให้ไว เลิกเก๊กได้แล้ว”
เสียงเย็นชาของไป๋หลิงดังขึ้นในห้อง คล้ายว่าจะเจือความขุ่นเคืองอยู่ด้วย
อันหลินคิดว่าเป็นเพราะตนปล่อยต๋าอีกับต๋าเอ้อร์ออกมา ยั่วโมโหร่างจำแลงศูนย์กลางคนนี้ จึงคร้านจะใส่ใจนาง หลังให้ต้าไป๋กินยาบำรุงเลือดลม พักผ่อนครู่หนึ่งแล้วจึงออกเดินทางต่อ
ลอดผ่านประตู พวกเขามาถึงมิติที่มืดมนแห่งหนึ่ง
มันเป็นความมืดมิดที่ยื่นมือไปมองไม่เห็นนิ้ว ปราศจากแสงสว่าง ราวกับติดอยู่ในก้นของหุบเหวลึก ความมืดกับความเงียบสงัดกลายเป็นนิจนิรันดร์
“ยินดีต้อนรับการทดสอบอนธการ ที่นี่มีปีศาจเงาโคลนนิ่ง หามันให้เจอแล้วทำลายเสีย จึงจะผ่านการทดสอบนี้ จากสถิติของผู้ทดสอบที่ผ่านมา อัตราการรอดของการทดสอบนี้อยู่ที่ศูนย์เปอร์เซ็นต์ หากผ่านการทดสอบจะได้รับการสืบทอดปีศาจเงา จะเริ่มการทดสอบบัดนี้เลยหรือไม่” เสียงของไป๋หลิงดังขึ้น
หลังได้ยินว่าอัตราการรอดเป็นศูนย์ ในที่สุดอันหลินก็เริ่มระแวดระวังขึ้นมา
เขาสามารถผ่านการทดสอบที่มีอัตราการรอดพวกนั้นได้อย่างมั่นใจยิ่ง เพราะคนอื่นก็รอดชีวิต เขาคิดว่าตัวเองไม่ด้อยกว่าใคร ย่อมผ่านไปได้อยู่แล้ว
แต่เขาไม่ดูถูกด่านทดสอบที่สามารถทำให้คนกลุ่มหนึ่งตายยกทีมพวกนั้น เพราะเท่ากับว่าไม่รู้ถึงความอันตรายของการทดสอบ เช่นเดียวกับด่านทำลายล้างเมื่อก่อนหน้านี้ ไม่อาจคลี่คลายได้
อันหลินสูดหายใจเข้าลึกแล้วพูดว่า “เริ่มทดสอบได้!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม