อันหลินกระตุ้นกำลังภายในตามที่เสี่ยวเสี่ยกล่าว พลังงานมหาศาลเริ่มพรั่งพรูไปหาตะปูข้ามมิติ
ติ้ง เสียงกังวานดุจหินหยกชนกันดังขึ้น ตะปูข้ามมิติสาดแสงสีแดงโชติช่วง
ประกายสูงส่งเริ่มก่อตัว ปลายตะปูส่องแสงสีแดงที่เจิดจ้าชอบกล ปานดวงดาวกระหายเลือดที่พร่างพราย
“ไปเลย!”
อันหลินดีดนิ้ว ตะปูข้ามมิติก็หายไปจากที่เดิมในพริบตา
วินาทีต่อมา มันก็ปรากฏตรงหน้าปีศาจร้อยอสูร ทิ่มทะลวงอย่างบ้าคลั่ง
เสียงที่บาดหูอย่างยิ่งเริ่มดังกึกก้องทั่วห้อง ลมพัดกรรโชก พลังปราณโหมซัด
ลำแสงสีแดงห่างจากขมับของปีศาจร้อยอสูรเพียงเยื่อบางกั้น ความหนานี้กลับเป็นเหมือนระยะห่างที่ไกลแสนไกล แม้เป็นตะปูข้ามมิติที่แหลมคมอย่างยิ่ง ก็ถูกขัดขวางอย่างแรงกล้าเช่นกัน
มิติสั่นสะเทือน รอยร้าวเส้นเล็กๆ เริ่มปรากฏให้เห็น…
การสมานแผลเข้าสู่ช่วงบั้นปลายแล้ว ปีศาจร้อยอสูรลืมตาขึ้นช้าๆ ตัดสินใจจะฉีกทึ้งอันหลินด้วยตัวเอง ทำการเอาคืนครั้งที่บ้าบิ่นที่สุด แต่แวบแรกของมัน กลับเห็นตะปูที่ส่องแสงสีแดงอยู่ตรงหน้า
ชั่ววินาทีนั้น มันสัมผัสได้ถึงความอันตรายที่รุนแรงยิ่งยวด
แกรก…
ราวกับมีอะไรบางอย่างแตกสลาย จากนั้นความเจ็บปวดที่น่าสะพรึงก็แล่นริ้วเข้ามา
ลำแสงสีแดงกลายเป็นเส้นใยคร่าชีวิต ทะลวงศีรษะของปีศาจร้อยอสูร ทุกมิติที่มันผ่านจะสั่นไหวและบิดเบี้ยว ซ้ำยังทำลายศีรษะของปีศาจร้อยอสูรเป็นครั้งที่สองอีกด้วย เกิดบาดแผลที่รุนแรงยิ่งกว่าถูกสายฟ้าฟาดเสียอีก
ปีศาจร้อยอสูรได้สติกลับมาไม่ถึงสามวินาที ก็ถูกโจมตีอย่างสาหัส สลบไสลไปอีกครา
ตะปูข้ามมิติวาดเส้นโค้งกลางอากาศภายใต้การกระตุ้นของอันหลิน ย้อนกลับมาจู่โจมหัวใจของปีศาจร้อยอสูร
หลังสิ้นเสียงแผดร้องของมิติแล้ว ก็มีเสียง ‘ปุ้ง’ ดังขึ้น หมอกสีเลือดแตกกระจาย มีรูเพิ่มขึ้นที่หัวใจ
อันหลินรู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลานิ่งเฉย เป็นช่วงเวลาสำคัญในการจัดการหมาตกน้ำให้สะใจ
ตะปูข้ามมิติกลายเป็นเส้นสีเลือดมากมายหลายเส้นที่ลายตา ทำลายร่างกายของปีศาจร้อยอสูรไม่หยุด ถึงขั้นว่าแม้แต่ปีกของมันก็ไม่ปล่อยผ่าน
ปุ้งๆ ๆ…
เลือดสีแดงฉานสาดกระจายครั้งแล้วครั้งเล่า รวดเร็วขึ้นทุกที
อันหลินสัมผัสได้ว่า ชั้นมิติของปีศาจร้อยอสูรอ่อนแรงลงเรื่อยๆ แล้ว แรงและเวลาในการทะลวงมิติของตะปูข้ามมิติน้อยลงแล้ว
ไม่นานปีศาจร้อยอสูรก็เต็มไปด้วยรูพรุนนับร้อยพัน
แต่เขายังคงไม่ยั้งมือ เพราะยังไม่มีเสียงแจ้งเตือนว่าสิ้นสุดการทดสอบจากห้องลับ
ท้ายที่สุดในช่วงเวลาหนึ่ง เขาไม่รู้สึกถึงชั้นมิติอีกต่อไปแล้ว
“ต้าไป๋!”
อันหลินตะโกนลั่น จากนั้นดวงตาก็มืดมน ทรุดตัวคุกเข่ากับพื้น พลังปราณอนธการก็พลอยเก็บงำไปด้วย
“ให้เป็นหน้าที่ข้าเอง โฮ่ง!” ต้าไป๋รู้ใจ แผดเสียงดังลั่น กระโจนใส่ปีศาจร้อยอสูรทับร่างที่ถูกตะปูข้ามมิติทิ่มแทงจนพรุนเหมือนรังผึ้ง
กรงเล็บปราณทลายฟ้าวาดวงโคจร ปล่อยลำแสงสีน้ำเงินออกมาเส้นแล้วเส้นเล่าเหมือนตาข่าย ฉีกร่างที่ไม่เป็นชิ้นดีเป็นพันๆ ชิ้นในพริบตา!
ไม่เพียงเท่านี้ ต้าไป๋ยังใช้คาถาเปลวเพลิง พ่นไฟใส่ร่างที่แหลกสิ้นดีนั่น ค่อยๆ แผดเผาให้ดำเกรียมสุดท้ายยังไม่ลืมใช้กรงเล็บพลิกชิ้นส่วนเหล่านั้น จากนั้นแผดเผาต่อไป
อันหลินไม่พูดไม่จา คล้ายว่าจะย้ายข้อมูลจำนวนมหาศาลอยู่
ครู่ต่อมา เขาถึงมองไป๋หลิงที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาแปลกๆ “ที่แท้เจ้าก็เป็นชาวจื่อซิงที่เปลี่ยนแปลงรูปร่างเองหรือ”
ไป๋หลิงรู้ว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่อันหลินได้รับ จึงพยักหน้าเบาๆ ยอมรับตัวตนของตัวเอง
อันหลินขมวดคิ้วมุ่นถามว่า “เกิดอะไรขึ้นกับ…อารยธรรมจื่อซิงกันแน่”
“บอกไม่ได้ บอกแล้วข้าจะต้องตาย” แพขนตาของไป๋หลิงสั่นระริก ใบหน้ามีความเศร้าหมองอย่างปิดไม่มิด
“ต่อไปข้าจะมอบพลังหยุดเวลา ศาสตร์วิศวกรรมเครื่องกล เงาปีศาจให้เจ้าทั้งหมดแล้วกัน พลังทั้งสามเป็นสุดยอดพลังของสถาบันวิจัย เจ้าผ่านการทดสอบพวกนั้น นี่เป็นสิ่งที่เจ้าควรได้รับ” ไป๋หลิงไม่พูดถึงเรื่องนั้นมากนัก ใช้นิ้วแตะหน้าผากอันหลินต่อ
“ต้าไป๋กับเสี่ยวหงของข้าร่วมรบเคียงบ้าเคียงไหล่ พวกมันก็น่าจะมีรางวัลด้วยใช่ไหม!” อันหลินเอ่ย
ไป๋หลิงยิ้ม “ใจเย็นๆ ย่อมมีเช่นกัน ซ้ำยังเป็นพลังที่เหมาะสมกับพวกมันที่สุดด้วย”
ด้วยเหตุนี้ อันหลินจึงรับการสืบทอดมาอีกสามชนิด
ประโยชน์ใช้สอยของพลังสามอย่างนี้ทำให้เขาเปิดโลกทัศน์อย่างมาก ถึงขั้นว่าฮึกเหิมขึ้นมาด้วยสาเหตุนี้ การหยุดเวลาเกี่ยวข้องกับการใช้พลังน้ำแข็ง ปีศาจเงาเกี่ยวข้องกับการใช้ประสาทสัมผัสและมิติ สามารถใช้ร่วมกันเงาพยัคฆ์ในหกกระบี่เทพสงครามของเขาได้ด้วย ส่วนศาสตร์วิศวกรรมเครื่องกลนั้น อืม นับจากนี้ไปเขาลองเติมน้ำมันเครื่องให้ต๋าอีกับต๋าเอ้อร์ได้แล้ว!
เขย่าตัวปลุกเสี่ยวหง มันได้รับการสืบทอดพลังชีวิตจากไป๋หลิง ไป๋หลิงบอกว่าพลังนี้เหมาะกับการสังเคราะห์แสง และหากใช้พร้อมกับพลังอีกาทองของเสี่ยวหง ประสิทธิภาพจะดียิ่งกว่า
ส่วนต้าไป๋ได้รับพลังผลิตอาหารสุนัข ใช่แล้ว เป็นการสืบทอดที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอาหารสุนัขจริงๆ
หลังต้าไป๋ได้รับการสืบทอดพลัง ใบหน้าสุนัขมีแต่ความงุนงง
อันหลินที่ได้รู้ความจริง แสดงสีหน้าประหนึ่งโลกถล่ม
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ระบบก็ส่งเสียงดัง ‘ติ้ง’

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม