อันหลินเห็นม่านหมอกบนช่องที่เข็มทิศชี้ไปค่อยๆ คลี่คลาย เผยให้เห็นชื่อของวรยุทธ์
เขาอ้าปากกว้างมองวรยุทธ์ด้านบนนั้น ด้วยใบหน้าอึ้งงัน
ฟิ้ว
วรยุทธ์ของระบบกลายเป็นลำแสงเส้นหนึ่ง แทรกซึมในกายของอันหลิน
‘คาถาร้องไห้เสีย เป็นวรยุทธ์โจมตีอารมณ์ฝ่ายเดียว ผู้ที่ถูกโจมตีจะจมดิ่งอยู่ในความเศร้าอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ผู้ถูกโจมตีที่มีพลังยุทธ์แก่กล้าเกินไปจะมีพลังต่อต้านในระดับหนึ่ง’
‘ป.ล. ใช้ได้แค่วันละครั้ง ไม่ได้ผลกับเป้าหมายระดับรวมมรรคา’
“นี่มัน…” อันหลินตะลึงงัน ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี
ในโลกใบนี้มีวิชายุทธ์ที่ชื่อประหลาดแบบนี้ด้วยเหรอ
การทำให้คนอื่นร้องไห้มันง่ายไม่ใช่เหรอ จัดการจนร้องไห้ก็สิ้นเรื่องแล้วนี่นา!
“พี่อันเป็นอะไรไป โฮ่ง!” ต้าไป๋เห็นท่าทางอันหลินไม่ปกติ จึงเอ่ยปากถาม
อันหลินมองสุนัขสีขาวตัวเขื่องข้างกายแวบหนึ่ง รอยยิ้มพิลึกปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ต้าไป๋สั่นสะท้านไปทั้งตัว ถอยหลังสองก้าว “พี่อัน มองอะไรน่ะ”
“ต้าไป๋ เจ้าไม่ร้องไห้มานานแค่ไหนแล้ว” อันหลินถามอย่างสนเท่ห์
“สุนัขเทวะอย่างข้าย่อมไม่หลั่งน้ำตาง่ายๆ ตั้งแต่เกิดมาจากท้องแม่ ไม่เคยร้องไห้เลยสักครั้ง!” ต้าไป๋เชิดหน้าขึ้นแล้วยิ้มอย่างทะนงตน สง่างามขึ้นมาทันที
จากนั้นไม่รู้เพราะเหตุใด จู่ๆ มันก็นึกถึงภาพที่พ่อถูกแม่กระหน่ำทุบตีเพราะไปท่องซ่องคณิกา หวนคิดถึงคำพูดยามลาจากชิงหัว นึกถึงความสิ้นหวังที่ได้รับพลังการสืบทอดอาหารสุนัข นึกถึงความเศร้าที่ใบไม้หลุดร่วงลงจากต้นไม้ฝังกายในพสุธา…
อารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดปนเปกันปะทุทันใด น้ำตาไหลไม่ขาดสายปานเขื่อนทะลัก
ต้าไป๋เห่าโฮ่งก่อนจะร้องไห้โหยหวน
แววตาอันหลินเป็นประกาย รู้สึกเหมือนค้นพบแผ่นดินใหม่
ขั้นตอนการใช้วิชาร้องไห้เสียเป็นอะไรที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย ไม่มีแม้แต่คลื่นพลังปราณด้วยซ้ำ ก็เกิดผลกับอารมณ์ของต้าไป๋ทันที
มิหนำซ้ำระยะเวลาตั้งแต่ใช้งานจนถึงเกิดผลมันสั้นมาก แทบจะเป็นชั่วพริบตา!
วิเศษจริงๆ!
“พี่อัน ฮือๆ ๆ…เจ้าทำอะไรกับข้า ฮือๆ ๆ…”
ต้าไป๋เช็ดน้ำตาพลางจ้องอันหลินด้วยดวงตาที่มีหยาดน้ำคลอหน่วย ไหนเลยจะมีท่าทีที่น่ายำเกรงเหลืออยู่
“อืม ก็แค่พรากครั้งแรกของเจ้าไป ถึงกับต้องร้องไห้ขนาดนี้เลยหรือ” อันหลินลูบหัวต้าไป๋อย่างอ่อนโยน
“พี่อัน เจ้า…เจ้าทำเกินไปแล้ว ข้าทำอะไรผิด ฮือๆ ๆ…เจ้าคนชั่ว! โฮ่ง!” ต้าไป๋รู้สึกเสียใจเหลือเกิน อยากร้องไห้ยิ่งนัก เมื่อได้ยินถ้อยคำของอันหลิน มันก็หวนคิดถึงการกระทำหยาบคายต่างๆ นานาที่อันหลินเคยปฏิบัติกับมัน จึงอดเศร้าโศกไม่ได้ ร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ…
กระเป๋าของอันหลินสั่นเบาๆ ครั้งหนึ่งแล้วนิ่งไป
เสี่ยวหงที่อยู่ข้างในเพิ่งตื่นก็ได้ยินบทสนทนาที่ไม่น่าดูชมของหนึ่งคนหนึ่งสุนัข ตกใจจนรีบหลับตาปี๋ แม้แต่ความเคยชินในการร้องเพลงทุกครั้งที่ตื่นนอนก็หายไปแล้ว ด้วยกลัวว่าจะรบกวนผู้เป็นนาย
อันหลินพรากครั้งแรกของต้าไป๋งั้นหรือ
มัน…มันช่างน่ากลัวเหลือเกิน แม้แต่หมาก็ยังไม่เว้นหรือ!
อันหลินจะลงมือจัดการสัตว์เลี้ยงของตัวเองแล้วหรือ
ตั้งแต่คนไปถึงสัตว์ จากสัตว์เป็นพืชหรือ
ยิ่งจินตนาการมากเท่าใด เสี่ยวหงก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัว ตัวสั่นงันงกในกระเป๋า อดรู้สึกกังวลกับอนาคตของตัวเองไม่ได้…
ต้าไป๋ร่ำไห้อยู่สิบกว่านาที ถึงได้หยุดความคิดจะร้องไห้ต่อไป
อันหลินเองก็เกิดความรู้สึกผิดที่พรากการร้องไห้ครั้งแรกมาจากต้าไป๋ เขาไม่คิดว่าอานุภาพของวิชาร้องไห้เสียจะยิ่งใหญ่ปานนี้ ทั้งๆ ที่พลังยุทธ์ของต้าไป๋เหมือนกับเขา กลับถูกวรยุทธ์ของเขาเล่นงานจนร้องไห้มาร่วมสิบกว่านาทีแล้ว
อันหลินจึงบอกเล่าสถานการณ์ตอนผจญภัยในโบราณสถานให้พวกเขาฟังคร่าวๆ ไม่ได้บอกเรื่องที่สถาบันวิจัยดาวม่วงย้ายที่แล้ว เพราะเขาสังหรณ์ใจว่าเรื่องนั้นคนยิ่งรู้น้อยจะยิ่งดี
ตอนหลังก็เป็นช่วงเวลาพักรักษาตัวสุขสงบ และอีกอย่างก็คือพยายามควบคุมการสืบทอดที่เพิ่งได้รับ
วรยุทธ์เหินแปลงหมอก เคล็ดวิชามังกรโส่วหยาง พลังหยุดเวลา พลังวิศวกรรมเครื่องกล พลังปีศาจเงา วิชาร้องไห้เสีย มีวรยุทธ์ที่ต้องลองเพิ่มมามากมายปานนี้ พูดออกไปเกรงว่าคงไม่มีใครเชื่อ
อรุณรุ่ง อันหลินกลายเป็นเมฆหมอกสีขาว ลอยไปยังเขาชมจันทร์ นั่งสมาธิท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเช้า
กลางวัน อันหลินที่ใช้เคล็ดวิชามังกรโส่วหยางโจมตีผาหินสูงใหญ่จนเกิดเสียงดังไม่ขาดสาย สะเทือนเลือนลั่นไปทั่วเทือกเขา
ย่ำค่ำ อันหลินใช้พลังหยุดเวลา ทำให้เมฆสีทองก้อนใหญ่นอกรั้วสำนักแข็งตัวเป็นวัตถุที่อ่อนนุ่ม จากนั้นนอนแผ่บนปุยเมฆกับสวีเสี่ยวหลานอย่างสบายอารมณ์ พูดคุยเรื่องสนุกของสำนัก ไม่ก็ความสงสัยที่มีต่อการบำเพ็ญเพียร
ราตรีกาล อันหลินกลืนหายไปกับความมืด ค่อยๆ กระโดดออกจากมิติอีกแห่งหนึ่งช้าๆ ประหนึ่งภูตผี
ยามว่างเว้นก็จะเติมน้ำมันเครื่องให้ต๋าอีกับต๋าเอ้อร์ เพื่อรับประกันว่าความรู้เฉพาะด้านของตนจะไม่หย่อนคลาย
แม้แต่วิชาร้องไห้เสีย เขาก็พยายามเพิ่มความคล่องแคล่วชำนาญ ทำให้แมลง จิ้งจอก นกน้อยร้องไห้ แม้แต่เสี่ยวหงก็พลอยโดนแผนชั่วไปด้วย
วันนั้น เสี่ยวหงที่อยู่ในร่างดอกไม้ร้องไห้จนขอบหน้าต่างเปียกชุ่ม
ปรากฏว่าเช้าวันต่อมา อันหลินก็พบว่าผมของตัวเองถูกเผาจนโกร๋น สุดท้ายจำต้องวิ่งโร่ไปขอร้องให้หยินสี่ช่วยปรุงยาปลุกผมถึงราชวังดุสิต
กาลเวลาผันผ่าน ครึ่งเดือนต่อมา อันหลินก็ศึกษาทักษะที่ได้มาใหม่จนทะลุปรุโปร่งแล้ว
รุ่งอรุณ อันหลินตื่นแต่เช้าตรู่ ดวงตาเปล่งประกายกระจ่างใส
เขาซึมซับพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยมของตน ทั้งตื่นเต้นและประหม่า
ต้าไป๋ เสี่ยวหงและเจ้าอัปลักษณ์ก็ยืนคอยอันหลินอยู่ที่บ้านอย่างเงียบเชียบ
สวีเสี่ยวหลาน เซวียนหยวนเฉิง และซูเฉี่ยนอวิ๋นปีนขึ้นเขาชมจันทร์ นัยน์ตาเปี่ยมด้วยความคาดหวัง
อันหลินเปิดประตูห้อง พูดด้วยรอยยิ้มว่า “เราออกเดินทางกันเถอะ วันนี้เป็นวันแปลงจิตของข้า!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม