หลังอันหลินกับสวีเสี่ยวหลานคืนดีกันแล้ว ก็อารมณ์ดีอย่างยิ่ง เดินฮัมเพลงกลับบ้านพักของตน
สัตว์เลี้ยงทั้งสามอย่างเสี่ยวหง ต้าไป๋และเจ้าอัปลักษณ์พากันจับจ้องอันหลินอย่างพร้อมเพรียงกัน ใบหน้าฉายความหวั่นวิตก
“พี่อัน เรียบร้อยหรือยัง” แม้ต้าไป๋จะเห็นอันหลินฮัมเพลงกลับมา ท่าทางดูอารมณ์ดีใช้ได้ แต่ใครจะรู้ว่าเขาอาจเป็นคนน่าสงสารที่ถูกกระทบกระเทือนจนเสียสติไปแล้วหรือไม่ จึงตัดสินใจไถ่ถามสักหน่อย
อันหลินชูกำปั้นขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “ข้าออกโรงด้วยตัวเอง ย่อมต้องจัดการได้อย่างง่ายดาย!”
เมื่อสิ้นคำนี้ เสียงโห่ร้องอย่างดีใจก็ดังระงมบ้านพักทันใด
สัตว์เลี้ยงทั้งสามตื่นเต้นจนน้ำตาไหล พวกมันรู้ว่า พรุ่งนี้จะได้กินอาหารจากกระทะก้นแบนแสนอร่อยแล้ว!
วันต่อมา อันหลินก็ใช้กระทะก้นแบนทำข้าวผัดไข่ต่อ เพียงแต่ว่าครั้งนี้เขาฉลาด ใส่ไข่กับข้าวลงไปเต็มกระทะ ใช้พื้นที่ของกระทะอย่างเต็มขีดจำกัด
อาหารมื้อนี้ทำเอาเจ้าอัปลักษณ์ ต้าไป๋และเสี่ยวหงกินจนร้องไห้
อร่อยสุดๆ ไปเลย! สะใจจริงๆ เลย!
อันหลินก็ตั้งใจกินมากเช่นกัน รู้สึกว่ารสชาติด้อยกว่าครั้งแรกนิดหน่อย แต่ก็ถือเป็นสุดยอดของรสชาติอาหารแล้ว
วันที่สาม อันหลินใช้กระทะก้นแบบนึ่งซาลาเปา
หนึ่งร้อยเข่งในครั้งเดียว!
ยามเขาวางกระทะนึ่งซาลาเปาที่หน้าประตู ซาลาเปาเข่งแล้วเข่งเล่าซ้อนกันสูงกว่าบ้านพักเสียอีก ทำเอานักเรียนที่เดินผ่านตกใจกันมาก
สวีเสี่ยวหลานหัวเราะจนตัวโยน เพิ่งเคยเห็นคนนึ่งซาลาเปาเช่นนี้เป็นครั้งแรก ช่างพิลึกเหลือเกิน
เซวียนหยวนเฉิงก็ออกอาการฉงน พูดเพียงว่าสหายอันหลินเจริญอาหารดีจริงๆ
ซูเฉี่ยนอวิ๋นกลับมองซาลาเปาหนึ่งร้อยเข่งอึ้งๆ เดาะปากจิ้มลิ้ม พูดกับอันหลินว่าของอร่อยอยู่ที่ความประณีตหาใช่ปริมาณ
กับความสนเท่ห์และหัวเราะเยาะของผู้คน อันหลินแค่มองพวกเขาด้วยสายตา ‘เจ้าจะไปรู้อะไร’ เท่านั้น
วันที่ซาลาเปาออกจากเข่ง จะเป็นเวลาที่ชื่อเสียงการปรุงอาหารของเขาสะเทือนรั้วสำนัก!
หนึ่งชั่วยามต่อมา ซาลาเปาสุกได้ที่แล้ว
เขาชิมลูกหนึ่งอย่างอดรนทนไม่ไหว รสชาติใกล้เคียงกับข้าวผัดไข่ แต่ก็เป็นซาลาเปาที่รสชาติเลิศล้ำแน่นอน ทำเอาเขาหยุดกินไม่ได้!
อันหลินเริ่มเข้าใจคุณสมบัติของกระทะก้นแบนแล้ว มีสรรพคุณเพิ่มรสชาติวันละแค่ครั้งเดียว และปริมาณของรสชาติที่เพิ่มจะเป็นค่าตัวเลขที่คงที่ ซึ่งก็หมายความว่าหากนึ่งซาลาเปาสิบเข่ง รสชาติก็จะอร่อยเป็นสิบเท่าของหนึ่งร้อยเข่ง!
แต่ไม่ได้หมายความว่า ซาลาเปาสิบเข่งจะอร่อยกว่าหนึ่งร้อยเข่งสิบเท่า เพราะมันมีค่าตัวเลขพื้นฐานของรสชาติ เช่น 10 + 10 กับ 10 + 100 ค่าความอร่อยของทั้งสองก็จะต่างกันห้าเท่ากว่า
และอีกตัวอย่างคือ ถ้าคุณต้มอึ รสชาติพื้นฐานย่ำแย่เหลือทน จะเพิ่มอย่างไรก็ไม่อร่อย ไม่มีความเป็นไปได้ว่าอึจะอร่อย แต่ถ้าเป็นวัตถุดิบที่รสชาติเลิศล้ำ จะผสานกับกระทะก้นแบนได้อย่างเต็มที่ สรรสร้างรสโอชาสะท้านโลกา!
อันหลินมองกระทะก้นแบน รอยยิ้มบนใบหน้าไม่ว่าอย่างไรก็ควบคุมไม่ได้ ภาพตระการตาของอนาคตที่กว้างไกลกำลังก่อตัว
ราชาอาหารเลิศรส ฉันเป็นแน่!
หลังนึ่งซาลาเปาได้ที่ อันหลินก็ส่งให้สวีเสี่ยวหลานก่อนหนึ่งเข่ง
สวีเสี่ยวหลานกินซาลาเปาเงียบๆ จากนั้นก็พูดว่า “เจ้านึ่งร้อยเข่งไม่ใช่หรือ ข้าขออีกสี่เข่ง!”
อันหลินย่อมเต็มใจอย่างมาก ส่งให้สวีเสี่ยวหลานอีกสี่เข่งอย่างว่าง่าย ยิ้มร่าพูดว่า “ก่อนหน้านี้ใครขำว่าข้าเป็นตัวประหลาดนึ่งซาลาเปา ตอนนี้เห็นความยวดยงของข้าแล้วสินะ”
สวีเสี่ยวหลานไม่สนอันหลิน กินซาลาเปาต่อไป…
จากนั้นก็ส่งซาลาเปาเข่งหนึ่งให้เซวียนหยวนเฉิง
หลังเซวียนหยวนเฉิงกินหมดแล้วก็เข้าใจว่าทำไมอันหลินต้องนึ่งซาลาเปาร้อยเข่ง นี่ไม่เกี่ยวกับความเจริญอาหารหรือไม่ ซาลาเปาที่อร่อยขนาดนี้ ให้เขากินร้อยเข่งเขาก็ยอม!
ต่อมาอันหลินก็ส่งซาลาเปาหนึ่งเข่งให้ซูเฉี่ยนอวิ๋น
ซูเฉี่ยนอวิ๋นไม่เคยกินซาลาเปาที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน กินจนแทบจะสำลัก จากนั้นก็เอ่ยขอซาลาเปาอีกสองเข่งอย่างเขินอาย พร้อมทั้งชมว่าอันหลินเป็นอัจฉริยะ ขอเรียนทำซาลาเปากับเขา
แน่นอนว่าอันหลินปฏิเสธอย่างฉะฉาน เคล็ดลับเฉพาะตัว เผยแพร่ไม่ได้
ให้ซาลาเปาซูเฉี่ยนอวิ๋นสองเข่งแล้วสะบัดตูดจากไปทันที
เขาชอบดูท่าทางที่คนพวกนี้ถูกซาลาเปาพิชิตนี่แหละ สะใจจริงๆ!
อันหลินยังไม่หนำใจ จึงแบกซาลาเปามองหาคนเพื่อมอบให้
“จงหย่งเหยียน ข้าเอาซาลาเปามาให้”
“พี่อัน เจ้ามาถึงบ้านข้าเพื่อให้ซาลาเปาเนี่ยนะ”
“เหอะๆ ดูถูกซาลาเปาหรือ เจ้าลองชิมก่อนสิ!”
“อืม…รสชาติมัน…กลิ่นหอมแผ่ซ่าน มันแต่ไม่เลี่ยน หอมกรอบอร่อย ที่สุดในปฐพี…คุณพระ! สำนวนไม่อาจบรรยายความรู้สึกของข้าได้แล้ว อร่อยฉิบหายเลย!”
“อะไรนะ ขายซาลาเปาหรือ เจ้าไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม เขาจะทำอะไรกันแน่”
“ขายซาลาเปาจริงๆ ข้าได้ยินศิษย์พี่หญิงคนหนึ่งบอกว่า ซาลาเปาของเขาอร่อยมาก!”
“จริงหรือ งั้นข้าต้องไปลองแล้ว อย่างไรเสียช่วงนี้ก็ว่างเว้น รู้ที่ขายหรือไม่”
“ได้ยินว่าอยู่ที่หน้าประตูของเขตบ้านพักชั้นปีที่สาม”
…
“รู้เรื่องหรือยัง ศิษย์น้องอันหลินจะขายซาลาเปา!”
“คุณพระ! พฤติกรรมของศิษย์พี่อันหลินส่อแววประหลาดตั้งแต่ศึกแห่งอิสรภาพ ตอนนี้มาขายซาลาเปา! เจ้าว่าเขาถูกสายฟ้าสวรรค์ฟาดจนบ้าไปแล้วใช่ไหม”
“พรุ่งนี้ลองไปดูสิ ถือโอกาสอุดหนุนสักหน่อย ศิษย์น้องอันหลินน่าสงสารมาก”
…
“กรี๊ด ศิษย์พี่อันหลินจะขายซาลาเปา แถมเขาทำด้วยตัวเองด้วย ข้าต้องไปชิมให้ได้!”
“ไปด้วยๆ ไอดอลของข้าเลยนะ ต้องไปอุดหนุน!”
…
ด้วยเหตุนี้ ซาลาเปาฝีมืออันหลินอาศัยความมีชื่อเสียงและคำเยินยออันน่าตะลึง เริ่มกระฉ่อนไปทั่วรั้วสำนักปานพายุหมุน สร้างความฮือฮาอย่างใหญ่หลวง นักเรียนส่วนใหญ่ต่างก็วิจารณ์เรื่องนี้กันให้แซ่ด
อันหลินวุ่นมาทั้งวันถึงจะได้หอบซาลาเปากลับบ้านพักอย่างเหนื่อยหอบ
สัตว์เลี้ยงทั้งสามอย่างต้าไป๋ เจ้าอัปลักษณ์และเสี่ยวหงชะเง้อคอมองแล้ว แต่ละตัวต่างก็แอ๊บแบ๊วออดอ้อนสุดฤทธิ์
อันหลินไม่เคยเจอเสี่ยวหงที่กระตือรือร้นขนาดนี้ ไม่เคยเห็นต้าไป๋ที่ว่าง่ายเช่นนี้ ไม่เคยพบเจ้าอัปลักษณ์ที่แอ๊บแบ๊วแบบนี้มาก่อนเลย…และทุกอย่างล้วนต้องยกความดีความชอบให้สุดยอดอาวุธอย่างกระทะก้นแบน!
ซาลาเปาสามสิบกว่าเข่งที่ยังไม่ได้แจกจ่ายปรากฏกลางบ้านพัก
สัตว์เลี้ยงทั้งสามกับอันหลินต่างก็จมอยู่ในช่วงเวลาอาหารที่สนุกสนานสุดเหวี่ยง เสียงโห่ร้องทำให้บ้านพักสั่นสะเทือน
วันใหม่เริ่มมาเยือน ซาลาเปาต้าไป๋เมินของอันหลิน[1]เริ่มขายอย่างเป็นทางการแล้ว!
[1] แปลงคำมาจาก ซาลาเปาหมาเมิน อาหารขึ้นชื่อของเทียนจิน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม