“อสูรเพลิงสวรรค์สามตัว แบ่งคนละตัวได้พอดี”
ซ่างกวนอี้ชักกระบี่ออกจากฝั่ง ยืนตระหง่านอยู่หน้าสุด พูดด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์
อันหลินพยักหน้า “ข้ากับม่อไห่ยังไม่มีมายาเพลิงวิหคชาดชั้นสูงเลย ครั้งนี้พวกมันเป็นฝ่ายมาหาด้วยตัวเอง โชคดีใช้ได้…”
โชคดีใช้ได้งั้นหรือ ใบหน้าของม่อไห่กระตุกน้อยๆ ในใจนับถือฝีปากของอันหลินจริงๆ
อสูรเพลิงสวรรค์สามตัวที่อยู่ตรงหน้าพวกอันหลินขนาดไม่ถือว่าใหญ่ มีขนาดเพียงราวๆ หนึ่งจั้ง แต่กลิ่นอายของพวกมันกลับยิ่งใหญ่ชวนให้หยุดหายใจ
แบ่งออกเป็นมนุษย์เสือถือกระบองสีดำที่มีปีกเปลวไฟด้านหลัง นกเพลิงหกปีกที่ปกคลุมด้วยเปลวไฟสีน้ำเงิน กับมนุษย์หมาป่าที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยเกล็ดสีขาว
อสูรเพลิงสวรรค์เห็นพวกอันหลิน ก็ไม่รีบเร่งลงมือ แต่เผยสีหน้าดูแคลนที่มีความคล้ายคลึงมนุษย์ เริ่มสนทนากันขึ้นมา
มนุษย์เสือแสยะยิ้ม “จีจีกูกูกโห่ววาวาเลีย!”
นกเพลิงส่ายหน้า “อิงลี่ลีกูลูกูอิงอิง…”
มนุษย์หมาป่าเปี่ยมด้วยจิตสังหาร “กรรซ์!”
“คุณพระ พวกเจ้าทนได้หรือ” ม่อไห่ถลึงตามอง
ซ่างกวนอี้กับอันหลินมองม่อไห่ด้วยความฉงน “เจ้าฟังออกหรือว่าพวกมันกำลังพูดอะไร”
ม่อไห่กัดฟันพูดว่า “ยังต้องพูดอีกหรือ ดูสีหน้าก็รู้แล้ว กำลังเย้ยหยันพวกเราแน่!”
ซ่างกวนอี้กับอันหลิน “…”
ติ้ง
จู่ๆ ระบบก็ดังขึ้นมา
อันหลินสะดุ้งในใจ รีบเปิดระบบภายในสมองโดยพลัน พบว่าด้านบนมีตัวอักษรยาวเหยียด
‘ตรวจสอบพบว่าโฮสต์คลุกคลีกับภาษาอนารยชน บัดนี้ให้เลียนเสียงหมูร้องโดยความดังไม่ต่ำกว่า 70 เดซิเบล ปลดล็อคมรดกภาษาอนารยชน’
“เวรตะไลเอ๊ย!” อันหลินอดสถบคำหยาบไม่ได้
ซ่างกวนอี้กับม่อไห่ได้ยินอันหลินคำรามเกรี้ยว จึงเผลอมองอันหลินกันอย่างพร้อมเพรียง
อันหลินฝืนสงบสติอารมณ์ มองอสูรเพลิงสวรรค์สามตัวที่ยังโต้เถียงกันไม่หยุด ในใจลังเลเหลือเกิน
ร้องหรือไม่ร้อง
ศักดิ์ศรีสำคัญหรือความรู้สำคัญ
คนที่รักการเรียนรู้อย่างเขาไม่มีทางเลือกเลย!
“หงิงๆ…”
อันหลินเริ่มเลียนเสียงร้องของหมูตามที่จำได้
ม่อไห่กับซ่างกวนอี้มองอันหลินด้วยความสนเท่ห์ทันที
ม่อไห่แคะหูของตน ประหนึ่งว่าหูฝาดอย่างไรอย่างนั้น
แม้แต่อสูรเพลิงสวรรค์สามตัวนั้นก็เงียบลงทันควัน หันหน้ามองอันหลิน
อันหลินอับอายจนหน้าแดงก่ำ เขาพบว่าระบบยังไม่แจ้งเตือนว่าภารกิจสำเร็จ…
ออกเสียงไม่ถูกเหรอ
“โอ้ก!”
เขาร้องลั่นอีกครั้ง เสียดายที่ระบบไม่ตอบสนอง
“บรู๊ว…”
“กุ๊กๆ!”
“ฮือๆ!”
…
“สหายอันหลิน เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม” สีหน้าของม่อไห่หลากหลายมาก ไม่รู้ว่าควรขำหรือกลุ้มใจดี
“หรือหมอกพิษของแมงมุมก่อนหน้านี้ทำให้สติฟั่นเฟือน” ซ่างกวนอี้ขมวดคิ้วมุ่น พูดอย่างไม่ค่อยแน่ใจ
นกเพลิงส่ายหน้า “ไม่ได้ นายท่านจับผู้กล้าต่างแดนมาอย่างยากเย็น เตรียมจะใช้สังเวยจันทรา หากว่าการสังเวยจันทราล้มเหลว พวกเรายังมีของสำรอง ชิงจับไว้ก่อนเป็นดี!”
มนุษย์เสือพูดอย่างระอาใจว่า “งั้นพวกเราลงคะแนนกันดีกว่า!”
มนุษย์หมาป่าโพล่งขึ้นมาว่า “ข้าลงคะแนนฆ่าให้เหี้ยน จากนั้นเขมือบเสีย! เพราะพลังเพลิงของพวกเรายากจะที่ก้าวหน้าอีกแล้ว กินพวกเขาอาจทำให้พวกเราทลายคอขวดได้ จะสนใจนายท่านทำไม!”
นกเพลิงชายตามองมนุษย์หมาป่าอย่างเย็นชา “ระวังปากเจ้าให้ดี! ทุกอย่างทำเพื่อนายท่าน ข้าลงคะแนนจับเป็นไปให้นายท่าน!”
มนุษย์เสือลังเล “ข้าไม่ลงคะแนน”
มนุษย์หมาป่า มนุษย์เสือและนกเพลิงถอนหายใจพร้อมกัน “เฮ้อ…กลับมาที่จุดเดิมอีกแล้ว…”
อันหลิน “…”
ที่แท้ที่อสูรเพลิงสวรรค์ทั้งสามโต้เถียงกันเนิ่นนาน กำลังพูดเรื่องนี้เหรอ แถมยังลงคะแนนรอบแล้วรอบเล่าอีกเหรอ
คุณพระ พวกแกต่างหากที่โง่!
อันหลินเริ่มส่งกระแสจิตให้ม่อไห่กับซ่างกวนอี้ “ข้ารู้แล้วว่าพวกมันกำลังพูดอะไร จากบทสนทนาของพวกมัน น่าจะมีอสูรที่ถูกเรียกว่านายท่านจับตัวหยางหยวนไป พวกมันเป็นพวกเดียวกับอสูรที่ทำให้หยางหยวนประสบอันตราย พวกเราเก็บมนุษย์หมาป่าไว้ซักถาม ที่เหลือฆ่าให้หมด มนุษย์หมาป่าไม่ค่อยภักดีต่อนายท่าน สามารถเค้นถามได้!”
ซ่างกวนอี้ได้ฟังก็ตาลุกวาว สีหน้าที่มองอันหลินเจือความนับถือ
ม่อไห่กลับงงเป็นไก่ตาแตก มองอันหลินด้วยความฉงนสนเท่ห์
เลียนเสียงหมูร้องเป็นวิธีกระตุ้นภาษาอนารยชนจริงหรือ โลกใบนี้มีอะไรที่ผิดไปกันนะ
“ต๋าอีกับต๋าเอ้อร์ของข้ารับผิดชอบจัดการลูกกระจ๊อก ข้าจับมนุษย์หมาป่า พวกเจ้าจัดการอสูรเพลิงสวรรค์คนละตัว แบบนี้ไม่มีปัญหากระมัง” อันหลินส่งกระแสจิตต่อ
ซ่างกวนอี้มองอันหลินด้วยสีหน้ากังวล “เจ้ารับผิดชอบจับเป็นไม่มีปัญหาจริงหรือ”
จับเป็นเป็นเรื่องที่ยากเย็นยิ่งกว่าสังหารอสูร จำต้องกำราบอสูรด้วยความสามารถอย่างสิ้นเชิง
ม่อไห่ได้ฟังกลับทำหน้าไม่สะทกสะท้าน “ศิษย์พี่ เจ้าอย่าคิดว่าอันหลินมีพลังยุทธ์แค่ระดับแปลงจิต เขาแข็งแกร่งกว่าข้าเสียอีก!”
อันหลินเชิดหน้าขึ้น สายลมโชยให้ชุดสีขาวของเขาพลิ้วไหว ยิ้มอย่างมั่นอกมั่นใจ
“เชื่อข้าสิ แค่จับลูกหมาเท่านั้น ง่ายๆ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม