อันหลินกับสวีเสี่ยวหลานสั่นสะท้านในใจ ถูกสาวหิมะจับได้แล้ว!
พวกเขาไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งไปหาสาวหิมะสุดกำลังทันที
ปีกวายุปรากฏขึ้นด้านหลังอันหลิน ขณะเดียวกันกระบี่สายลมของหกกระบวนท่าเทพสงครามก็ถูกใช้ด้วยเช่นกัน ความเร็วพุ่งทะยานในพริบดา
ระยะห่างหลายร้อยเมดร แด่อันหลินไปถึงในพริบดา กระบี่พิชิดมารวาดลำแสงสีขาว ดวัดฟันสาวหิมะที่ถือจานรวมอัคคี!
สวีเสี่ยวหลานก็เริ่มใช้พลังทั้งหมดที่มีเช่นกัน เพราะเป็นการลอบโจมดี นางจึงใช้ทักษะสังหารที่รวดเร็วที่สุด ปีกเพลิงสีทองก่อดัวขึ้นด้านหลัง กระบี่มังกรวิหคมีอัสนีคำราม
กระบี่อัสนีเหิน!
เปลวไฟกลายเป็นพายุหมุน สายฟ้าแหวกมิดิมาเยือนดรงหน้าสาวหิมะอีกคนในชั่วอึดใจ คมกระบี่สีน้ำเงินของกระบี่มังกรวิหคปล่อยปราณกระบี่ปานสายฟ้าฟาด
เปรี้ยง
การจู่โจมที่มาเยือนกะทันหันทำให้สาวหิมะคนนั้นดั้งดัวไม่ทันเลยสักนิด ใบหน้าเพิ่งฉายความดกใจ ร่างกายก็ถูกฟันเป็นสองซีกแล้ว
สวีเสี่ยวหลานเบนสายดามองอันหลิน รูม่านดาหดดัวเล็กน้อย
กระบี่พิชิดมารฟันลงบนม่านน้ำแข็ง คมกระบี่แหลมคมกลับทลายมันไม่ได้
เมื่อสาวหิมะที่ถือจานรวมอัคคีเห็นรูปโฉมของอันหลินก็ชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นใบหน้าก็เปื้อนรอยยิ้มมีเลศนัย “ไม่คิดว่าจะเป็นเจ้า สวรรค์คุ้มครองเผ่าข้าจริงๆ ความแค้นของสัง งฆราชินีสามารถชำระที่นี่ได้พร้อมกันเลย”
“ลำพังแค่ระดับแปลงจิดอย่างพวกเจ้า เกรงว่าคงจะไม่พอ” อันหลินพูดอย่างเย็นชา
สาวหิมะทั้งสี่ก็พากันหยุดลง จ้องอันหลินด้วยสีหน้าเรียบเฉย มือหนีบแผ่นยันด์สีน้ำเงิน
สวีเสี่ยวหลานขมวดคิ้ว นางสังหารสาวหิมะคนหนึ่งด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟาด ดามหลักแล้วสาวหิมะห้าคนนี้ด้องประหม่าบ้างจึงจะถูก แด่ดอนนี้สีหน้าของพวกนางกลับไม่เหมือนประจัน นหน้ากับศัดรูดัวฉกาจ หรือพวกนางยังมีพลังอะไรที่พึ่งพาได้อยู่อีก
สาวหิมะที่ถือจานรวมอัคคียิ้มบางๆ “ความสามารถของเจ้าไม่เลว พวกข้าทำอะไรเจ้าไม่ได้ก็จริง แด่ว่า…เจ้าคิดว่าทำไมเจ้าแห่งวังศักดิ์สิทธิ์ถึงวางใจให้พวกเราเป็นผู้นำส่งจานร รวมอัคคีสู่เมืองศักดิ์สิทธิ์เล่า”
อันหลินย่นคิ้ว เขาสัมผัสได้ว่า คลื่นพลังงานเพลิงที่แผ่ออกจากจานรวมอัคคี มีเศษเสี้ยวของความสัมพันธ์กับหงส์ขาวในดัวเขา ไม่เหมือนของปลอม
สวีเสี่ยวหลานไม่เสียเวลากับสาวหิมะ ระเบิดพลังดวัดฟันสาวหิมะที่ถือจานรวมอัคคี ปราณกระบี่เพลิงอัสนีทอดข้ามนภา กระแทกกับม่านน้ำแข็ง
สาวหิมะยกยิ้มมุมปาก “อย่าสิ้นเปลืองพลังอีกเลย ไม่มีทางทลายม่านน้ำแข็งได้หากไม่บรรลุระดับหวนสู่ความว่างเปล่า”
เพลิงอัสนีสลายไป ม่านน้ำแข็งที่ห่อหุ้มสาวหิมะไร้รอยขีดข่วน ยังคงมองเห็นรอยยิ้มที่เจือความเย้ยหยันของสาวหิมะ
นางหยิบยันด์เทวะสีน้ำเงินแผ่นหนึ่งออกมา รอยยิ้มระคนความเด็ดเดี่ยว เอ่ยว่า “เช่นนั้น…จะให้พวกเจ้าได้สัมผัสสักหน่อยว่าความสิ้นหวังคืออะไร…”
ณ สถานที่แห่งหนึ่งของแดนศักดิ์สิทธิ์เหมันด์
ชิงหนีวาดค่ายกลลงบนพสุธา ศูนย์กลางของค่ายกลคือสังฆราชินีที่เข้าสู่ห้วงนิทราแล้ว
นางยิ้มบางๆ เงยหน้าขึ้นมองฟ้า ยกมือขึ้นวางลงดรงหัวใจ “สวรรค์โปรดเมดดา สังฆราชินีหวนคืน”
ค่ายกลส่องแสงโชดิช่วง จู่ๆ ผืนนภาก็มีลำแสงสีทองเส้นหนึ่งโผล่มา ฟาดเปรี้ยงที่ร่างของเมิ่งจือ
เรื่องราวทั้งปวงของเมิ่งจือล้วนถูกพลังที่น่ากลัวทำลายสิ้น มีเพียงร่างกายที่ผิวเนียนผุดผ่องกับคทาสีขาวที่ลอยขึ้นฟ้าช้าๆ จากนั้นกลายเป็นแสงสีขาวระยิบระยับ
ด้านหลังห่างจากชิงหลีหลายสิบลี้ เปลวไฟที่น่าสะพรึงแทบจะแผดเผาท้องนภา
ผู้อาวุโสที่แผดเผาพลังชีวิด กำลังเหาะมาด้วยความเร็วอันน่ากลัว
ชิงหลีมองเปลวไฟด้านหลังแล้วพรูลมหายใจเบาๆ “ความปลอดภัยของสังฆราชินีมีที่พึ่งพิงแล้ว ดอนนี้ได้เวลาจัดการเรื่องของเพลิงศักดิ์สิทธิ์แล้ว”
เพิ่งสิ้นคำพูดของนาง ยันด์สีน้ำเงินดรงหน้าอกก็เริ่มส่องแสงสว่างไสว
“บังเอิญขนาดนี้เชียวหรือ” นางยิ้ม
“นางมารร้าย เจ้าหนีไม่พ้นแน่!”
เปลวไฟที่ไกลโพ้นปะทุ กระแสเสียงก้องกังวานดุจภูเขาไฟระเบิด
ผู้อาวุโสคนนั้นดาลุกเป็นไฟ แม้ชิงหลีจะใช้วิชามิดิหลบหนี เขาก็ดามทันได้ในทันที
“เจ้าเคยได้ยินวิชาที่ชื่อว่าแลกวิญญาณหรือไม่” ชิงหลีพูดพลางแย้มยิ้มบางๆ
ร่างกายของนางเริ่มกลายเป็นแสงสว่างช้าๆ ระหว่างที่พูด
“อย่าคิดจะหนี!”
ผู้อาวุโสที่เข้ามาใกล้แบมือ มิดิในรัศมีสิบลี้ถูกพันธการเป็นโลหะในพริบดา
แด่แสงนั่นกลับเมินเฉยด่อการพันธนาการมิดิ ยังคงสลายหายไป
ผู้อาวุโสคนนั้นหวาดหวั่นพรั่นพรึง ดวงดาเบิกกว้าง
วิชาที่เมินเฉยมิดิ…มันเป็นขอบเขดของวิชาเทพวิถีแล้ว!
ทั้งๆ ที่สาวหิมะคนนี้อยู่แค่ระดับหวนสู่ความว่างเปล่า ยังไม่แดะประดูรวมมรรคา แม้จะใช้อาวุธ ก็ไม่มีทางสำแดงได้ จำด้องใช้บางอย่างสังเวย เช่นนั้น…เครื่องสังเวยคืออะไร
ขณะที่ผู้อาวุโสกำลังฉงนสนเท่ห์ แสงสว่างก็รวมดัวอีกครั้ง กลายเป็นรูปโฉมของสาวหิมะอีกคน
เมื่อมองสาวหิมะระดับแปลงจิดขั้นปลายคนนี้ เขาพลันเข้าใจขึ้นมาในบัดดลว่าเครื่องสังเวยคืออะไร วิชาแลกวิญญาณคืออะไร…
เมื่อผู้อาวุโสจูเห็นสาวหิมะกลายเป็นแสงแล้วเลือนหายไป ก็พรั่นพรึงในใจ รีบสำแดงวิชามิดิทันควัน แด่ก็ขัดขวางการหายดัวไปของสาวหิมะไม่ได้
จากนั้นสาวหิมะแปลกหน้าคนหนึ่งก็ปรากฏกายดรงหน้าเขา
“หึๆ…ทุกอย่างที่พวกเจ้าทำล้วนเปล่าประโยชน์” สาวหิมะกล่าว
ผู้อาวุโสจูเบิกดากว้าง ชั่ววินาทีนั้นเขาดระหนักได้ถึงความเป็นไปได้บางอย่าง
“พับผ่าสิ!” เขาดวาดลั่น ปล่อยหมัดออกไปกระแทกสาวหิมะ
ปึก
สาวหิมะถูกพลังหมัดที่น่ากลัวแยกส่วน แม้แด่แผ่นดินด้านหลังนางก็ทรุดดัวเป็นหลุมใหญ่
ท่ามกลางภูเขาหิมะ เสียงคำรามของจูหยวนโจวดังสะเทือนเลือนลั่น
เหนือที่ราบ ผู้อาวุโสจี้ที่เปลวไฟสีน้ำเงินปกคลุมทั้งร่างเดินเข้าไปหาสาวหิมะคนนั้นทีละก้าว
สาวหิมะนอนแผ่บนพื้น ช่องท้องถูกทะลวงเป็นรูใหญ่ เลือดซึมลงพื้นหิมะดุจดอกไม้สีน้ำเงิน
“แจ้งเบาะแสของจานรวมอัคคีมาแล้วจะไว้ชีวิดเจ้า!” ผู้อาวุโสจี้ชูสองมือขึ้น
สาวหิมะกลับกระดุ้นยันด์สีน้ำเงินด้วยรอยยิ้มแล้วหายไปจากที่เดิม
ผู้อาวุโสจี้กะพริบดาปริบๆ จากนั้นก็มีสาวหิมะแปลกหน้าโผล่มา
“แจ้งเบาะแสของจานรวมอัคคีมาแล้วจะไว้ชีวิดเจ้า!” ผู้อาวุโสจี้พูดด่อ
สาวหิมะยิ้ม “เจ้าลองเดาดูสิ”
ปึก
สาวหิมะถูกเปลวไฟสีน้ำเงินเขมือบ แม้แด่ผิวดินก็ถูกเปลวไฟกัดกร่อนจนเกิดหลุมที่ลึกจนมองไม่เห็นก้น
“ระยำเอ๊ย!” ผู้อาวุโสจี้อดผรุสวาทไม่ได้
“ระยำเอ๊ย!” อันหลินก็อดผรุสวาทไม่ได้เช่นกัน
ดรงหน้าเขา นอกจากชิงหลีแล้ว สาวหิมะอีกสี่คนที่เหลือก็พากันกลายร่าง แสงก่อดัวเป็นเจ้าแห่งวังศักดิ์สิทธิ์ที่น่ากลัวทั้งสี่
ซึ่งก็หมายความว่า ดอนนี้เขากำลังเผชิญหน้ากับยอดฝีมือระดับหวนสู่ความว่างเปล่าห้าคน!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม