ห้าวันต่อมา อันหลินก็บอกลาต้าไป๋ด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้ง “ต้าไป๋ ข้าจะรอเจ้ากลับมานะ”
สมาชิกหน่วยบังคับใช้กฎหมายส่งอันหลินจากไปด้วยน้ำตาที่ไหลพราก พวกเขาถูกกลิ่นหอมที่น่ากลัวนั่นทรมานทุกวัน เหลืออดนานแล้ว หวังเพียงว่าคุณชายท่านนี้จะปฏิบัติตามกฎ อย่าเข้ามาอีกเลย!
อันหลินเดินออกจากห้องกักตัว เมื่อพบว่าสวีเสี่ยวหลานไม่มารับเขาก็อดผิดหวังไม่ได้
หมาน้อยที่น่ารักตัวหนึ่ง ถุย! หมาป่าน้อยต่างหาก
หมาป่าน้อยสีขาวราวหิมะตัวนั้นแลบลิ้น เบิกตากว้าง กระดิกหาง ยืนรออันหลินหน้าประตูอย่างน่ารักน่าชัง
“นายท่าน ยินดีต้อนรับกลับมา! แม้การปฏิวัติอันยิ่งใหญ่จะทำไม่สำเร็จ แต่หมาป่าน้อยก็ยังยอมบุกน้ำลุยไฟตามฝีเท้าของท่าน!” หมาป่าดาบขาวพูดอย่างประจบสอพลอ
อันหลิน “…”
ช่วงนี้หมาป่าตัวนี้ฝึกการเลียแข้งเลียขาหรือ
อันหลินกลับมายังบ้านพัก ไม่คิดว่าจะมีแขกที่เหนือความคาดหมายคนหนึ่งรอตนอยู่ในบ้านพัก
“หึ! อันหลิน ข้าว่าแล้วเชียวว่าต้องมาวันนี้ถึงจะได้พบเจ้า” บุรุษที่ท่าทางสง่างามเจือความเหนือโลกีย์คนหนึ่งกำลังกวักมือให้ตนอย่างยิ้มแย้ม
“อาจารย์มิ่งหยวน!” เมื่ออันหลินเห็นบุรุษตรงหน้าแล้วก็อดอุทานไม่ได้ จากนั้นก็พูดอย่างประหลาดใจว่า “ท่านบรรลุระดับหวนสู่ความว่างเปล่าแล้วหรือ”
“ฮ่าๆ พึ่งใบบุญของอันหลิน ข้าถึงโชคดีบรรลุระดับหวนสู่ความว่างเปล่า” เซียนสวรรค์มิ่งหยวนยิ้มบางๆ ใบหน้าไม่มีความตื่นเต้นมากนัก แต่เป็นท่าทางที่เรียบเฉย
“ความชอบนี้ข้าไม่กล้ารับ เป็นเพราะท่านมีพรสวรรค์เลิศล้ำทั้งนั้นถึงมีโอกาสบรรลุได้” อันหลินโบกมือปัดๆ
จากนั้นเขาก็นั่งลงตรงหน้าเซียนสวรรค์มิ่งหยวน หยิบของกินแนะนำที่เขาใช้ต้อนรับแขกออกจากแหวนมิติ ซาลาเปาหมาเมินนั่นเอง!
“ไม่…นี่เป็นความชอบของเจ้าทั้งนั้น…ถ้าพูดให้ลึกซึ้งกว่านี้ มันเป็นเพราะโชคชะตาทั้งนั้น!” เซียนสวรรค์มิ่งหยวนฉวยซาลาเปากินไปลูกหนึ่ง จากนั้นก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว ใบหน้าฉายความตกตะลึง “ซาลาเปานี่มีวาสนากับข้า…”
อันหลิน “… ถ้ามีวาสนาท่านก็กินเยอะๆ เลย!”
เซียนสวรรค์มิ่งหยวนก็ไม่เกรงใจ ไม่นานซาลาเปาเข่งหนึ่งบนโต๊ะก็ถูกกินจนเกลี้ยง ก่อนจะเข้าสู่ประเด็นสำคัญ
“ข้าลั่นวาจาก่อนทะลวงขั้นว่า หากข้าทะลวงขั้นสำเร็จจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้เจ้า เซียนสวรรค์มิ่งหยวนคนนี้ไม่ใช่คนที่ไร้สัจจะ ฉะนั้นขอให้เจ้ารับประคำเม็ดนี้ไว้ด้วย” เซียนสวรรค์มิ่งหยวนหยิบประคำสีขาวเม็ดหนึ่งออกมา
“นี่มัน…” อันหลินสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานที่ไม่ค่อยชัดเจนมากนักจากประคำเม็ดนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่วัตถุจำพวกอาวุธวิเศษหรืออาวุเซียน คงจะเป็นวัตถุพิเศษบางอย่าง
“นี่เป็นประคำมิ่งหยวน เป็นวัตถุแห่งความสำเร็จที่รวบรวมคำทำนายของข้าไว้ ขอเพียงถ่ายเทพลังปราณใส่ประคำเม็ดนี้จะสามารถรวบรวมข้อมูลและชะตาแห่งฟ้าดินได้ วินิจฉัยสถานการณ์ทั้งดีและร้ายภายในสิบวันของผู้ใช้” เซียนสวรรค์มิ่งหยวนอธิบาย
พออันหลินได้ฟังว่าเป็นของดี ก็พลันสนอกสนใจขึ้นมาทันที
“ประคำเม็ดนี้ใช้ได้แค่วันละหนึ่งครั้ง แถมยังผลาญพลังปราณอย่างยิ่งอีกด้วย เวลาใช้เจ้าต้องระวังตัวนะ!” เซียนสวรรค์มิ่งหยวนถ่ายเทพลังปราณใส่ลูกประคำ
จากนั้นพื้นผิวของประคำมิ่งหยวนก็ส่องแสงสีเหลือง
“สีของประคำมิ่งหยวนเป็นสัญลักษณ์ของโชคดีและโชคร้าย สีเหลืองหมายความว่าไร้โชคไร้เคราะห์ สีเขียวหมายความว่าโชคดีอย่างต่อเนื่อง สีแดงหมายความว่ามีภัยมาถึงตัว เจ้าก็ลองดูได้เหมือนกัน” เซียนสวรรค์มิ่งหยวนว่าแล้วก็ยื่นประคำให้อันหลิน
อันหลินรับประคำมาแล้วพูดยิ้มๆ ว่า “แบ่งแดงเหลืองเขียวด้วยหรือ รู้สึกเหมือนไฟจราจรบนถนนเลย”
เซียนสวรรค์มิ่งหยวนหัวเราะร่า “อย่าเอ็ดไปเชียว ความคิดสร้างสรรค์ของสีก็มาจากไฟจราจรของแดนมนุษย์จริงๆ นั่นแหละ!”
อันหลิน “…”
อันหลินลองถ่ายเทพลังปราณใส่ประคำมิ่งหยวน จู่ๆ แรงดึงดูดมหาศาลยวดยิ่งก็ระเบิดออกจากประคำ กำลังดูดพลังของตนไม่หยุด ขณะเดียวกันก็มีคลื่นแผ่กระจาย ผสานกับฟ้าดินเช่นกัน
ประคำมิ่งหยวนสว่างวาบขึ้นมัน มันเป็นสีม่วง!
มีแค่แดงเหลืองเขียวสามสีไม่ใช่เหรอ
อันหลินกะพริบปริบๆ อย่างงุนงง “อาจารย์ สีม่วงหมายความว่าอย่างไรหรือ”
“อันหลินสู้เขา! เจ้าเป็นคนที่โชคชะตาคาดเดาได้ยากที่สุดที่ข้าเคยเจอมา ข้าเชื่อว่าเจ้าจะเปลี่ยนเคราะห์ให้เป็นโชคได้!” จู่ๆ เซียนสวรรค์มิ่งหยวนก็กุมมืออันหลินแล้วพูดให้กำลังใจ
อันหลินพยักหน้า “อาจารย์วางใจเถอะ ข้าจะไปหลบซ่อนที่ตำหนักดวงจันทร์เดี๋ยวนี้เลย”
“เจ้า…เจ้าจะทำอะไร” เซียนสวรรค์มิ่งหยวนมองอันหลินด้วยความตกใจ
“เหอะๆ ฉางเอ๋อเป็นบุคคลที่ไร้เทียมทานของตำหนักดวงจันทร์ ข้าจะไปหลบที่นั่นสักสิบวัน จะมีหายนะใดทำอะไรข้าได้” อันหลินแสยะยิ้ม
เซียนสวรรค์มิ่งหยวน “…”
เซียนสวรรค์มิ่งหยวนเงียบงัน
คำพูดอันหลินฟังดูไม่มีปัญหา แต่กลับรู้สึกว่ามีอะไรสักอย่างผิดปกติ
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อันหลินก็รักษาตัวด้วยละ” เซียนสวรรค์มิ่งหยวนลุกขึ้นบอกลา
อันหลินลุกขึ้นออกไปส่งเซียนสวรรค์มิ่งหยวน จากนั้นกลับมาที่ห้อง
เขาคิดๆ แล้วก็หยิบคันฉ่องวิหคชาดออกมาถามว่า “กระจกวิเศษ…กระจกวิเศษ…ช่วยทำนายชะตาในช่วงนี้ให้ข้าที…”
“นายท่าน ข้าเป็นเพียงคันฉ่องที่มีความรู้กว้างขวาง ไม่ใช่ดูดวง” คันฉ่องวิหคชาดพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูแคลนอย่างยิ่ง
“เฮ้อ…ได้ยินว่าความสามารถจะเพิ่มขึ้นเมื่ออยู่ในตำหนักดวงจันทร์ เจ้าลองบอกข้าหน่อยสิว่าความสามารถของฉางเอ๋อเป็นอย่างไรเมื่ออยู่ในตำหนักดวงจันทร์” อันหลินพูดต่อ
“ในดวงจันทร์มีพลังจันทราสนับสนุน ไม่กลัวเกรงยอดฝีมือรวมมรรคา” คันฉ่องวิหคชาดกล่าว
อันหลินพยักหน้าอย่างพอใจ “เฮ้อ ไม่เจอพี่ฉางเอ๋อกับน้องกระต่ายดวงจันทร์นานแล้ว ได้เวลาไปเยี่ยมพวกนางแล้ว!”
คันฉ่องวิหคชาด “…”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม