มุมมองของทีน่าพังทลาย ร้องห่มร้องไห้ชนิดที่ว่าดอกสาลี่ต้องหยาดฝน
น้ำตาไหลเลียบลงมาตามพวงแก้วขาวผ่องของนาง มันโปร่งใสแวววาวภายใต้การส่องสะท้อนของแสงอาทิตย์ประหนึ่งไข่มุกเม็ดเล็กๆ
อันหลินเก็บสมบัติสว่างเจิดจ้าที่ลอยกลางอากาศเหล่านั้นแล้วใช้นิ้วชี้ลูบศีรษะน้อยๆ ของทีน่าแล้วปลอบโยนว่า “เอาละ หยุดร้องไห้ได้แล้ว ก็แค่โลกกว้างกว่าที่จินตนาการไปหน่อยเอ องไม่ใช่หรือ มีอะไรน่าร้องกัน”
ทีน่าเช็ดน้ำตาพลางพูดเสียงกลั้วสะอื้นว่า “แต่…แต่มันไม่ได้กว้างนิดเดียวนะ แต่กว้างไม่รู้ตั้งกี่เท่า อีกอย่างข้าถูกหลอกมานับหมื่นปี โง่เขลาร่วมหมื่นปี ฮือ…ข้าร้องไห ห้เพราะความโง่ของตัวเอง…”
อันหลิน “…”
อันหลินคิดว่าตอนนี้ไม่ควรจะพูดจา ปล่อยให้นางได้ระบายออกมาสักหน่อย
เมื่อคนคนหนึ่งพบว่าโลกที่ตัวเองรู้จักนั้นเป็นเพียงกรงที่เล็กจนน่าเวทนา ไม่ว่าใครก็ต้องเกิดอารมณ์ด้านลบบ้างเหมือนกัน โดยเฉพาะภูตหญิงที่ทะนงตน ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้ยืน อยู่บนจุดสูงสุดของแผ่นดิน กลับพบว่ามันเป็นเพียงระดับที่เป็นใหญ่ในอนุบาลเท่านั้น มันเป็นความกระทบกระเทือนที่ใหญ่หลวงนัก
“คำสอนบรรพบุรุษของเผ่าภูตเรายึดการรักษาระเบียบของแผ่นดินบรรพกาลทั้งผืนเป็นภารกิจของตน พวกเราปฏิบัติตามคำสั่งสอนนี้มาทุกชั่วอายุคน ซ้ำยังตั้งตนเป็นผู้พิทักษ์แผ่นดินบรรพกาลด ด้วย ดูจากตอนนี้แล้วความคิดนี้มันช่างน่าขันเสียจริง…” ทีน่าร่ำไห้พูด
“พูดว่าน่าขันไม่ได้หรอก อย่างน้อยพวกเจ้าก็ทำให้สิ่งมีชีวิตของแผ่นดินผืนนี้สืบพันธุ์ได้อย่างสันติ และสามารถเรียกได้ว่าผู้พิทักษ์แผ่นดินบรรพกาล พิทักษ์ดินแดนแห่งหนึ่งของแผ่น นดินบรรพกาลได้จริงๆ” อันหลินเอ่ยปากปลอบใจ
ทีน่าแหงนหน้ามองอันหลินแล้วโพล่งขึ้นมาว่า “ข้าตกลงจะแลกเปลี่ยนหอวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่กับเจ้า”
อันหลินตาเป็นประกายเมื่อได้ฟัง “ในที่สุดเจ้าก็ตัดสินใจได้แล้วหรือ”
ทีน่าพยักหน้าพูดว่า “อย่างไรเสียก็ไม่ได้มีกฎกำหนดว่าแลกเปลี่ยนหอวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ ที่สุดแล้วประโยชน์หนึ่งเดียวของมันก็เป็นเพียงบ่อน้ำขัดเกลาจิตเท่านั้น ใช่ว่าจะมีประ ะโยชน์ใหญ่หลวงเสียหน่อย มีดินแดนต้องห้ามากมายที่ทดแทนมันได้ ขอเพียงเร่งการพัฒนาของเมืองใจกลางได้ ขายมันแล้วจะเป็นอะไรไป”
“เช่นนั้นก็ดีเลย สมบัติของข้าเจ้าก็เห็นหมดแล้ว ว่ามาเถอะ เจ้าต้องการอะไร” อันหลินพูดยิ้มๆ
“ข้าต้องการยาศักดิ์สิทธิ์ที่แฝงด้วยพลังชีวิตอันเข้มข้น อาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ค่อนข้างเล็กจิ๋วสามชิ้น กับต้นไม้ที่มีดวงไฟสีแดง รากค่อนข้างยาวนั่นได้หรือไม่” ทีน่าพูดไปพูดมาเ เสียงก็เบาลง ราวกับรู้สึกว่าตัวเองขอมากเกินไปหน่อยแล้ว
การเจรจาแลกเปลี่ยนก็เป็นเช่นนี้ไม่ใช่หรือ เสนอเงื่อนไขที่ค่อนข้างสูงก่อน จากนั้นค่อยๆ ลดมาตรฐานลงช้าๆ สุดท้ายให้คงอยู่ที่ขอบเขตที่สองฝ่ายรับได้
อันหลินลูบคางเบาๆ ยาวิเศษห้าเม็ด อาวุธวิเศษสามชิ้น ต้นเทวะเลือดเพลิง…ข้อเสนอนี้ไม่สูงแต่อย่างใด เขายังรับได้
เมื่อเห็นอันหลินกำลังขมวดคิ้วครุ่นคิด ทีน่าก็เริ่มกระวนกระวายและละอายใจ นางพูดเสริมว่า “ต้นไม้ที่มีดวงไฟสีแดงหากปลูกแล้วน่าจะทำให้เกิดดินแดนบำเพ็ญเพียรแห่งใหม่ได้ ทดแทน คุณสมบัติของหอวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นข้าไม่อยากสละต้นไม้ต้นนั้น ส่วนของอย่างอื่นเรายังหารือกันได้…”
“ไม่ต้องหารือแล้ว ตกลง!” อันหลินยิ้ม
“เอ๊ะ” ทีน่าเบิกตากว้างมองอันหลินอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ตกลงแล้วหรือ ไม่ต้องต่อรองหรือ
ตอนแรกเห็นแก่ที่อันหลินเคยช่วยชีวิตนาง นางตั้งใจว่าจะตกลงแลกเปลี่ยนแม้จะได้ต้นไม้เทวะต้นนั้นแค่ต้นเดียว ไม่คิดเลยว่าอันหลินจะตกปากรับคำได้ฉับไวปานนี้
การแลกเปลี่ยนบังเกิด
ทีน่าเริ่มอพยพผู้คนในบ่อเทวะกับหอศักดิ์สิทธิ์วิญญาณ จากนั้นอันหลินก็ใช้มือถอนหอทั้งสี่ขึ้นแล้วตบสิ่งก่อสร้างรอบนอกออกจนสิ้น เผยให้เห็นแกนกลางที่แวววาวเจิดจ้า
ผลึกหินต้นกำเนิดสีทองเรืองระยับภายใต้แสงอาทิตย์ มีความยาวหนึ่งเมตร ภายนอกคล้ายหินวิเศษ แต่กลับแผ่คลื่นที่มีเอกลักษณ์อันทำให้มิติรอบข้างเริ่มเหนียวหนืด
ฝูงชนที่รวมตัวกันรอบบ่อเทวะในเมืองใจกลางต่างก็ตะลึงงัน ทอดมองฉากที่น่าเหลือเชื่ออันห่างไกล
ยักษ์ปีศาจเทพเจ้าถอนหอศักดิ์สิทธิ์วิญญาณขึ้นแล้ว! แถมปราชญ์หญิงยังให้ความร่วมมือกับเขาอีกด้วย!
ทว่าวินาทีต่อไปพวกเขาก็เข้าใจ
เพราะยักษ์ปีศาจเทพเจ้านำยาศักดิ์สิทธิ์ห้าเม็ด อาวุธศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่สามชิ้นกับต้นไม้สีแดงที่รูปร่างประหลาดออกมามอบให้ปราชญ์หญิงพร้อมกัน ปราชญ์หญิงเก็บสิ่งของเหล่านี้เข้าไป ปในวัตถุมิติ
อันหลินนั่งขัดสมาธิบนพื้นหญ้าแล้วหยิบผลึกหินต้นกำเนิดสีทองทั้งสี่ออกมา
ภารกิจที่ระบบมอบหมายคือได้มาซึ่งผลึกต้นกำเนิดและดูดซึมสิบก้อนภายในหนึ่งเดือน
เมื่อสำเร็จแล้วจะได้รับต้นแบบของกายแห่งเทพสงคราม
เขาไม่รู้ว่ากายแห่งเทพสงครามคืออะไร แต่ดูจากชื่อก็รู้ว่ามันต้องการสิ่งที่เท่บรรลัยแน่นอน
อันหลินปล่อยกันดั้มสองตัวออกจากแหวนมิติมาคุ้มกันเขา จึงจะเริ่มกระตุ้นกำลังภายใน เริ่มดูดพลังงานภายในผลึกหินต้นกำเนิด พลังงานที่ไม่อาจบรรยายได้ค่อยๆ หลั่งไหลออกมาซึมหายไปใน นร่างกายของอันหลิน หลอมรวมกับเลือด อวัยวะ กระดูกและเส้นชีพจรทั้งหลายของเขา…
ในใจเขาค่อนข้างประหลาดใจ ลอบอุทานในใจว่าบางทีร่างกายของตนอาจจะพิเศษจริงๆ
เพราะคนทั่วไปไม่สามารถดูดซึมพลังงานที่แฝงอยู่ในผลึกหินต้นกำเนิด แต่เขาสามารถดูดพลังของผลึกหินต้นกำเนิดได้ไม่หยุดด้วยกำลังภายในที่ใช้ดูดซึมหินวิญญาณ…
ความเร็วในการดูดซึมไม่เร็วแต่อย่างใด ราวๆ ครึ่งชั่วยามจึงจะดูดซึมผลึกหินต้นกำเนิดสีทองได้ก้อนเดียว
ทีน่าระดมผู้แข็งแกร่งในเมืองใจกลางแล้วเริ่มเก็บกวาดหลังเสร็จศึก และไปปลูกต้นเทวะเลือดเพลิง รวมถึงแจกจ่ายยาศักดิ์สิทธิ์กับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ด้วย
อันหลินดูดซึมผลึกหินต้นกำเนิดสี่ก้อนเสร็จแล้ว ภารกิจของระบบแสดงให้เห็นว่าสำเร็จสี่สิบเปอร์เซ็นต์แล้ว
ภายในร่างกายของเขาไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด และไม่รู้ว่าพลังงานเหล่านี้ที่แทรกซึมในร่างกายมีประโยชน์อะไร
อันหลินสูดหายใจเข้าลึกแล้วจึงลืมตาขึ้นช้าๆ จากนั้นก็เห็นทีน่ากำลังนั่งอยู่บนเศษหินก้อนหนึ่ง
กระโปรงขาวของนางพลิ้วไหวดุจเมฆหมอก ปีกสีทองกระพือเบาๆ ทิ้งแสงทองเป็นเม็ดๆ มือขาวน้อยๆ เท้าคาง แกว่งขาจ้องอันหลินด้วยแววตาที่กระจ่างใส

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม