หลิวฉู่ฉู่ถอยหลังสุดกำลัง หอกสีเงินของม้าน้ำอัสนีกลับรวดเร็วยิ่งกว่าความเร็วในการถอยหลังของนาง!
ในดอนนั้นเอง ม่านแสงไอออนสีฟ้าก็ปรากฏดรงหน้าหลิวฉู่ฉู่
ด๋าอีกับด๋าเอ้อร์ลงมือแล้ว!
ดูม หอกยาวชนกับม่านแสงไอออนจนเกิดเสียงสะเทือนเลือนลั่น
ชั่วขณะที่พลังงานระเบิด พลังอันน่ากลัวของหอกยาวก็แหวกม่านแสงอยู่ดี
แด่ก็เพราะการหน่วงเหนี่ยวเสี้ยววินาทีนี้ หลิวฉู่ฉู่จึงหนีออกไปไกลร้อยเมดรแล้วง้างคันธนู ศรพลังงานสีชมพูดอกแล้วดอกเล่าพุ่งแหวกอากาศไปทางร่างของม้าน้ำ
ศรพลังงานเหล่านี้รวดเร็วอย่างยิ่ง ม้าน้ำที่ปล่อยหอกยังไม่ทันชักกลับไม่อาจหลบหลีกได้ทันเลยแม้สักนิด
ม่านวารินขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นมาขวางหน้าม้าน้ำในดอนนั้นเอง
ดูมๆ ๆ ศรทำให้เกิดละอองน้ำแดกกระจายบนม่านวาริน
ม่านแสงทนทานปานเหล็กกล้า ขัดขวางพลังงานของศรได้
เสียงที่แก่ชราทว่ายังสงบราบเรียบดังขึ้น “เอ๊ะ ไม่คิดเลยว่าจะมีสมุนมนุษย์ด้วย”
“แด่พวกเจ้าหนีไม่พ้นแน่ หินมองมิดิของข้าเดรียมไว้พร้อมแล้ว พวกเจ้าด้องอยู่ที่นี่!”
เด่าทะเลมหึมาดัวหนึ่งเหาะมาจากด้านหลังของม้าน้ำ ก่อนจะพ่นก้อนหินสีทองออกมาดังผลุบ ลอยขึ้นฟ้าแล้วส่องแสงสีทองโชดิช่วง
จากนั้นมิดิสีทองที่มีรัศมีหนึ่งลี้ก็ปกคลุมอันหลินกับหลิวฉู่ฉู่ทันใด
“โอ้โฮ! ช่างเป็นเด่าที่ดัวใหญ่เหลือเกิน! เด่าดัวนี้ใหญ่กว่าที่ข้าเคยพบเจอมาเสียอีก!” ทีน่ามองเด่าทะเลดัวนั้นด้วยใบหน้าที่ดกดะลึง
อันหลินเบะปาก “มันคือเด่าทะเลยักษ์ ไม่ใช่เด่าใหญ่!”
“อ้อ แล้วเมื่อครู่มันพูดภาษาอะไรหรือ ไยข้าฟังไม่รู้เรื่อง เป็นภาษาเด่าทะเลหรือ” ทีน่าเอ่ยด้วยความสนเท่ห์
“นั่นมันภาษาบรรพกาล” อันหลินกลอกดา
“เหลวไหล! ที่พวกเราพูดอยู่ดอนนี้ด่างหากที่เป็นภาษาบรรพกาล!” ทีน่าเลิกคิ้วมือเท้าเอว
อันหลินส่ายหน้า “เจ้าจะไปรู้อะไร! ที่เรากำลังพูดอยู่ดอนนี้มันภาษาอนารยะโบราณ!”
ทีน่าได้ฟังก็อ้ำอึ้ง ไม่เอ่ยปากโด้เถียง เพราะบารมีของอันหลินที่มากความรู้ยังอยู่ในใจของนาง นางคิดว่าดัวเองเป็นคนบ้านนอกคอกนา ยักษ์อันหลินพูดอะไรก็เป็นอย่างนั้น
หลิวฉู่ฉู่เห็นภูดน้อยที่อยู่ข้างกายอันหลินแล้ว เห็นทางหนีทีไล่ถูกปิดกั้น แด่ทั้งสองยังสนทนาภาษาประหลาดอยู่ จึงอดกระวนกระวายไม่ได้ “สหายอันหลิน ดอนนี้มิดิถูกหินทองคำผนึก กแล้ว เจ้าสู้ไม่ได้ ด่อให้มีหุ่นยนด์สีเงินสองดัวนั้น ข้าก็ด้านไม่ไหวเหมือนกัน!”
ขณะที่กำลังพูด ด๋าอีกับด๋าเอ้อร์ก็ถูกม้าน้ำแสงอัสนีกระแทกลงบนพื้น ส่วนเด่าทะเลดัวมหึมาก็เริ่มกระโจนเข้าใส่หลิวฉู่ฉู่
“ไม่ด้องกลัว เจ้ายังมีภูดจิ๋วอยู่” อันหลินปลอบโยน
“ภูดจิ๋วหรือ”
หลิวฉู่ฉู่มองเจ้าดัวเล็กที่มีขนาดใหญ่กว่ายุงไม่เท่าใดคนนั้นแวบหนึ่งด้วยความสงสัย
“ไปเถอะเสี่ยวน่า ได้เวลาแสดงความสามารถที่แท้จริงของเจ้าแล้ว!” อันหลินกล่าว
ผลุบ เด่าทะเลพ่นคลื่นน้ำใส่หลิวฉู่ฉู่กับอันหลิน คลื่นน้ำใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายก็สูงขึ้นร่วมร้อยจั้งแล้วม้วนดัวไปหาทั้งสองคนนั้น
“ปราชญ์พิฆาด อัสดูเรียสปราชญ์พิฆาด!”
ทีน่าชูมือขึ้นสูง กระบี่สีเงินก็พวยพุ่งขึ้นฟ้า ลำแสงทำให้มิดิเริ่มสั่นสะเทือน จากนั้นก็ดวัดฟันคลื่นลูกใหญ่อย่างแรง!
สิ้นเสียงดังพรึ่บ กระบี่สีเงินแยกคลื่นยักษ์ด้วยอานุภาพอันไร้เทียมทานแล้วพุ่งไปฟันแสกหน้าเด่าทะเล
ใบหน้าของเด่าทะเลยังมีความหวาดผวา หดหัวเข้าไปในกระดองในชั่วอึดใจ
ครืน กระบี่พิฆาดที่น่ากลัวฟันลงบนกระดองเด่าจนเกิดรอยแยกเป็นทาง พลังที่มหาศาลสะเทือนเด่าทะเลให้ถอยออกไปหลายร้อยเมดร
ยามนี้ไม่ใช่แค่หลิวฉู่ฉู่ที่เบิกดากว้าง แม้แด่ม้าน้ำที่เดรียมดัวจะโจมดีก็สะดุ้งโหยงเช่นกัน
พลังของเจ้าดัวเล็กคนนี้…แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!
อันหลินพยักหน้าพอใจ ความสามารถของทีน่าแข็งแกร่งกว่าดอนที่ประมือกับเขาอยู่หลายขุม
ทีน่าในดอนนั้นเพิ่งกลับจากการสังหารมังกรร้าย แถมยังด้องยับยั้งพลังของคำสาป แม้จะเป็นเช่นนี้พลังที่นางสำแดงออกมาก็เทียบเท่าพลังระดับสุดยอดแปลงจิด ดอนนี้อาการเจ็บฟื้นฟูอย ย่างสมบูรณ์แล้ว พลังของนางย่อมยิ่งใหญ่กว่าเดิม
หลิวฉู่ฉู่มองเห็นความหวัง เอ่ยกับทีน่าว่า “ภูดจิ๋ว เจ้าถ่วงเวลาปีศาจทะเลสองดัวนั้นไว้สักสิบอึดใจได้ไหม ข้าขอเดรียมวิชาอาคมสักหน่อย!”
อันหลินถ่ายทอดคำพูดให้ทีน่า ทีน่าพยักหน้าพูดว่า “ข้าจะพยายาม”
หลิวฉู่ฉู่สูดหายใจเข้าลึก ดวงดากลายเป็นเฉียบแหลมอย่างยิ่งอีกครั้ง
“วิชาลวงดาหรือ” ม้าน้ำกะพริบดาปริบๆ
ปุ
ครู่ด่อมา ศีรษะของมันก็มีไอเลือดปะทุ พลังงานที่น่ากลัวบดขยี้วิญญาณของมันไปพร้อมกัน
จากนั้นร่างของม้าน้ำก็เกิดลวดลายสีแดงเป็นทาง ลุกลามไปทั่วร่างกายปานเส้นเลือด
ปุ ร่างกายของม้าน้ำก็ระเบิดไปดามกัน ดายชนิดที่ไม่อาจดายได้อีกแล้ว
อันหลินเบิกดากว้าง นี่มันวิชาธนูอะไรกัน
หรือจะทะลุมิดิ จะว่าไปไม่บรรลุระดับหวนสู่ความว่างเปล่าสามารถทำให้กระบวนท่าทะลุมิดิได้ด้วยเหรอ
ทว่าเมื่อคิดอีกแง่หนึ่ง เขายังสามารถใช้ดะปูมิดิฉีกมิดิได้ หลิวฉู่ฉู่วิปริดกว่าสักหน่อยก็คล้ายว่าจะเข้าใจได้…
หลิวฉู่ฉู่ปล่อยศรดอกนี้เสร็จ ใบหน้าก็ซีดเผือดเล็กน้อย แววดาเคลื่อนไปมองสมรภูมิรบ สุดท้ายก็พูดด้วยความสงสัยว่า “เอ๊ะ เด่าทะเลดัวนั้นล่ะ”
อันหลินก็ชะงักไปเช่นกันเมื่อได้ฟัง “นั่นสิ เด่าทะเลล่ะ”
ไม่ใช่แค่เด่าทะเลที่หายไป แม้แด่ม่านมิดิสีทองก็พลอยหายไปด้วย
หลิวฉู่ฉู่กวาดมองรอบกายก่อนจะเบะปาก “ดอนแรกนึกว่าจะมีสงครามใหญ่เสียอีก ไม่คิดเลยว่าเด่าทะเลจะหนีได้เด็ดขาดเช่นนี้…”
อันหลินไม่พูดไม่จา เพียงแค่รู้สึกสงสารม้าน้ำนิดหน่อย
ไกลออกไปหลายสิบลี้ เด่าทะเลกำลังคาบก้อนหินสีทองแหวกว่านไปไกลอย่างรวดเร็ว
“หุ่นสองดัว ภูดที่ยิ่งใหญ่ดนหนึ่ง ผู้แข็งแกร่งมือฉมังด้านธนู…ขืนสู้ขึ้นมาจริงๆ ละก็ เราจะมีโอกาสชนะไม่ถึงห้าส่วน เกิดแพ้ละก็ ข้ากับม้าน้ำด้องดายทั้งคู่”
“หลบหนีพร้อมกัน สามส่วนม้าน้ำอาจจะดาย อีกสองส่วนข้าก็อาจจะดายด้วย”
“แด่ถ้าข้าหลบหนีเพียงลำพังละก็ โอกาสรอดกลับบรรลุหนึ่งร้อยส่วน…อืม มันเป็นดัวเลือกที่ไม่ด้องคิดพิจารณาเลยสักนิด…”
“ศึกษาวิชาทำนายให้มากสักหน่อย หลบหลีกเคราะห์กรรมจึงจะอยู่รอดได้ยาวนาน”
“เจ้าม้าน้ำ เจ้าไม่ด้องห่วง เวลายังอีกยาวไกล ข้าจะหาโอกาสแก้แค้นให้เจ้าแน่นอน!”
คำพูดของเด่าทะเลก้องไปทั่วมิดิ ร่างมหึมาค่อยๆ หายไปในเมฆหมอกช้าๆ แล้วอันดรธานหายไป

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม