การันต์นำมือทั้งสองข้างใส่เข้าไปในชุดกาวน์สีขาวของตน “จากการวิเคราะห์ของแผนกหัวใจ พวกเขาบอกว่าอีกประมาณสามปี”
“สามปี...…” มือของเปปเปอร์กำแน่น
ระยะเวลาร่นเหลือน้อยแค่นี้เองเหรอ
เดิมทีหัวใจดวงนี้สามารถมีอายุยืนยาวได้เหมือนคนอื่นทั่วไปนี่
“ใช่ครับสามปี ดังนั้นถ้าคุณอยากจะมีชีวิตต่อไปละก็ คุณจะต้องหาหัวใจที่เหมาะสมกับร่างกายของคุณให้ได้ภายในเวลาสามปีนี้” การันต์ยกนิ้วขึ้นสามนิ้วแล้วตอบกลับ
ผู้ช่วยเหมันตร์ดวงตาแดงเรื่อ “จะเป็นไปได้ยังไง! ทั้งร่างกายและกรุ๊ปเลือดของประธานเปปเปอร์ค่อนข้างจะพิเศษ หัวใจที่จะเข้ากันได้ไม่ได้หาได้ง่ายๆ ไม่อย่างนั้นก่อนหน้านี้เราหามาตั้งยี่สิบสี่ปีจะยังไม่เจอได้ยังไง ดังนั้นในเวลาสามปีกับการหาหัวใจที่เข้ากับร่างกายได้นี่มันความฝันชัดๆ!”
“ผมก็คงช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะ ถ้าหาไม่ได้ก็คงทำได้เพียงรอวันตาย” การันต์กางมือออกอย่างไม่สนใจไยดี
เมื่อเห็นท่าทางของเขาเช่นนั้น ผู้ช่วยเหมันตร์ก็รู้สึกโมโหขึ้นมา “คุณหมายความว่ายังไง คุณเป็นหมอแต่กลับบอกให้คนไข้นอนรอความตายเหรอ?”
“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ?” สายตาของการันต์มองไปที่เขาอย่างเยือกเย็น “ผมเป็นหมอก็จริง แต่ผมไม่ใช่โรงงานผลิตอวัยวะภายในนะ ถ้าไม่มีอวัยวะมาเปลี่ยน ต่อให้เป็นหมอก็ช่วยเขาไม่ได้ ดังนั้นผมเพียงแค่บอกความจริงออกมาก็เท่านั้น!”
“คุณ......”
“พอได้แล้ว!” เปปเปอร์ขมวดคิ้วเข้าหากัน เขาพูดด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้มแกมตำหนิว่า “เหมันตร์ ถอยออกมาก่อน เขาพูดไม่ผิดหรอก ถ้าไม่มีหัวใจมาเปลี่ยนใครก็ช่วยผมไม่ได้ ผมคงทำได้เพียงรอความตายเท่านั้น”
“ผมเข้าใจครับ แต่ผมไม่ชอบฟังน้ำเสียงแบบนี้ของเขาเลย”
ผู้ช่วยเหมันตร์มองไปทางการันต์ด้วยดวงตาอาฆาตแค้น
การันต์ขยับแว่นของตนและตอบว่า “ถ้าคุณมีเวลาที่จะมารู้สึกคับแค้นผมเพราะคำพูดของผมไม่น่าฟังดูไร้หัวจิตหัวใจ ช่วยเอาเวลาไปหาหัวใจที่เหมาะสมกับเจ้านายของคุณจะดีกว่า ถึงอย่างไรเจ้านายของคุณก็มีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงแค่สามปี ในแต่ละวันของสามปีนี้ เจ้านายของคุณก็เหมือนกำลังแย่งชิงชีวิตอยู่กับมัจจุราช บางทีเมื่อถึงวินาทีสุดท้ายแล้วพวกคุณอาจจะโชคดีหาหัวใจได้ก็เป็นไปได้นะ เจ้านายของคุณจะได้มีชีวิตอยู่ต่อไป ผมไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ขอตัวก่อน”
เมื่อพูดจบเขาก็หันหลังเดินจากไปทันที
เปปเปอร์เรียกเขาเอาไว้ “เดี๋ยวก่อน”
“ประธานเปปเปอร์มีเรื่องอะไรอีกอย่างงั้นเหรอ?” การันต์หยุดฝีเท้าลงแล้วหันหน้ามามองทางเปปเปอร์เล็กน้อย
เปปเปอร์เม้มริมฝีปากเบาๆ “เรื่องที่หัวใจของผมมีปัญหานี้ คุณอย่าได้เผยแพร่ออกไป ไม่อย่างนั้น......”
เขายังไม่ทันพูดจบก็ถูกคำพูดของการันต์ขัดขึ้นว่า “วางใจเถอะนะ ในฐานะแพทย์ การปิดความลับของผู้ป่วยเป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นเรื่องพื้นฐาน อีกอย่างผมก็ไม่ได้สนอกสนใจอยากจะเผยแพร่เรื่องของคุณไปทั่ว ขนาดเมื่อวานนี้ที่มายมิ้นท์ถามผมยังไม่ได้บอกเธอเลย ใช่ไหมล่ะครับผู้ช่วยเหมันตร์?”
ผู้ช่วยเหมันตร์หัวเราะออกมาอย่างเยือกเย็น
ไม่ได้พูดอย่างงั้นเหรอ?
เป็นเพราะถูกเขาห้ามไม่ให้พูดต่างหากล่ะ
“มายมิ้นท์?” สีหน้าของเปปเปอร์ชะงักลงเล็กน้อย ก่อนจะรีบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลว่า “ตอนนี้มายมิ้นท์เป็นยังไงบ้าง?”
“ถามเขาดูเถอะ เขารู้ดีที่สุด” การันต์ชี้ไปทางผู้ช่วยเหมันตร์ เขาเบ้ริมฝีปากแล้วเดินออกจากห้องผู้ป่วยไป
ภายในห้องจึงเหลือเพียงเปปเปอร์และผู้ช่วยเหมันตร์แค่สองคน
ผู้ช่วยเหมันตร์เผชิญหน้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเปปเปอร์ แม้จะไม่อยากตอบแต่เขาก็จำเป็นต้องตอบ “หล่อนไม่เป็นไรหรอกครับ เพราะได้ท่านช่วยเอาไว้จะเป็นอะไรได้ยังไง”
เขาพอจะฟังออกว่าเหมันตร์รู้สึกไม่พอใจมายมิ้นท์เท่าไรนัก เปปเปอร์ขมวดคิ้วเข้าหากันจนหนังย่นแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดูไม่ค่อยมีความสุขว่า “ไม่พอใจมายมิ้นท์อย่างงั้นเหรอ?”
เดิมทีผู้ช่วยเหมันตร์ก็ไม่ได้อยากจะปิดบังความรู้สึกไม่พอใจที่มีต่อมายมิ้นท์ เมื่อเปปเปอร์ฟังออกถึงความรู้สึกเขาจึงได้ยอมรับว่า “ใช่ครับ ผมไม่พอใจเธอเป็นอย่างมาก ประธานเปปเปอร์ ท่านได้รับบาดเจ็บเพราะเธอมามากพอแล้ว ก่อนหน้านี้หลายครั้งหลายครายังไม่เท่าไหร่ แต่ในครั้งนี้ทำให้ท่านมีอายุอยู่ได้เพียงอีกแค่สามปี ท่านคิดว่าผมจะยังคงนิ่งเฉยต่อเธอได้อย่างไร?”
เปปเปอร์ใช้สายตาอันเยือกเย็นมองไปที่เขา “เห็นแก่ที่คุณติดตามผมมาเป็นเวลาหลายปี อีกทั้งมักจัดการกับปัญหามากมายต่างๆ ให้แก่ผม ในครั้งนี้ผมจะปล่อยคุณไป แต่ครั้งหน้าถ้าคุณกล้าที่จะพูดถึงมายมิ้นท์ในทางที่ไม่ดีต่อหน้าผมอีกล่ะก็อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจ”
“ประธานเปปเปอร์?” ผู้ช่วยเหมันตร์เบิกตากว้างเขามองไปทางเปปเปอร์อย่างเหลือเชื่อ
น้ำเสียงอันเยือกเย็นของเปปเปอร์พูดต่อไปว่า “เรื่องในครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับมายมิ้นท์สักหน่อย เป็นตัวผมเองที่อยากจะไปช่วยเธอ และเป็นตัวผมเองที่กระโดดลงไปในหน้าผา แต่คุณกลับโทษสิ่งเหล่านี้โดยโยนความผิดไปที่เธอ เห็นได้ชัดว่าคุณกำลังถูกความโมโหครอบงำ เหมันตร์ คุณไร้สติแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
เมื่อผู้ช่วยเหมันตร์ฟังคำพูดของเขาจบก็ได้แต่อ้าปากค้าง ผ่านไปสักพักจึงได้เอ่ยพูดขึ้นว่า “ขอโทษครับประธานเปปเปอร์......”
เปปเปอร์ยกมือขึ้น “เอาเถอะ เรื่องนี้ให้จบเพียงเท่านั้น ต่อไปนี้อย่าได้หยิบยกมาพูดอีก และห้ามคุณรู้สึกไม่พอใจหรือโกรธมายมิ้นท์เป็นเด็ดขาด ได้ยินไหม?”
“ครับ” ผู้ช่วยเหมันตร์ก้มหน้าลง แม้ว่าในใจของเขาจะไม่เห็นด้วยแต่ก็ทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...