นี่เป็นไปไม่ได้
ถ้าส้มเปรี้ยวไม่เคยรักเปปเปอร์เลย งั้นความปรารถนาที่อยากจะครอบครองเปปเปอร์อย่างเด็ดเดี่ยวของส้มเปรี้ยวล่ะจะอธิบายยังไง?
มองออกถึงความคิดของมายมิ้นท์ เปปเปอร์จึงพูดขึ้นด้วยสีหน้าเย็นชา: “สิ่งที่เธอรัก ก็แค่ฐานะทางสังคมของผม! ก่อนหน้านี้หลังจากที่ผมตื่นขึ้นมาจากอุบัติเหตุรถชน ผมก็เคยให้เหมันตร์ตรวจสอบส้มเปรี้ยวแล้ว จึงได้พบเบาะแสหนึ่งที่สำคัญมาก”
“คืออะไร?” มายมิ้นท์ถาม
ผู้ช่วยเหมันตร์ตอบ “คือก่อนหน้านี้นานมากๆแล้วที่ส้มเปรี้ยว รู้ว่าตนเองไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆของเยี่ยมบุญ”
“ใช่ ตอนที่ส้มเปรี้ยวอายุสิบแปด ก็รู้แล้วว่าเธอไม่ใช่ลูกสาวของเยี่ยมบุญ เยี่ยมบุญอาจจะไม่ยกเอสซีกรุ๊ปให้เธอรับช่วงต่อ แม้เยี่ยมบุญจะยกเอสซีกรุ๊ปให้เธอ แต่เธอไม่มีพรสวรรค์ด้านการทำธุรกิจ รู้อยู่แล้วว่าในวันข้างหน้าตนเองคงหมดหนทางที่จะแบกเอสซีกรุ๊ปเอาไว้ได้ เอสซีกรุ๊ปที่อยู่ในมือของเธอถ้าไม่ล้มละลาย ก็ต้องโดนหุ้นส่วนคนอื่นๆแย่งไป ดังนั้นเพื่อทำให้ตัวเธอเองเพียงพอที่จะได้เสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทองไปตลอดชีวิต จึงจับจ้องผู้ชายในแวดวงธุรกิจอยู่หลายคน”
ได้ยินเปปเปอร์พูด มายมิ้นท์ก็อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง “ไม่ใช่มั้ง?”
“คุณมายมิ้นท์ครับ นี่เป็นเรื่องจริง เพราะผมสืบเจอตัวเลือกเหล่านั้นที่เธอจับตามองอยู่ในเวลานั้น ทุกคนล้วนแต่อยู่ในกลุ่มของคนที่มีพื้นฐานทางครอบครัวไม่เลวเลย ทั้งยังเป็นทายาทเศรษฐีที่โสดด้วย และคนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในนั้นก็คือประธานเปปเปอร์ของพวกเรา เพียงแต่ตอนนั้นตระกูลภักดีพิศุทธิ์กับตระกูลนวบดินทร์ห่างไกลกันเกินไป ส้มเปรี้ยวหาโอกาสสานสัมพันธ์กับประธานเปปเปอร์ไม่ได้ จนกระทั่งส้มเปรี้ยวได้รู้ว่าคุณกับประธานเปปเปอร์เป็นเพื่อนทางจดหมายกัน”
“เพื่อนทางจดหมาย......” มายมิ้นท์สีหน้าหม่นหมอง คิดถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ทันที
ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง!
เธอกับส้มเปรี้ยวเป็นเพื่อนกันตอนเรียนมหาวิทยาลัย แล้วยังอยู่ห้องเดียวกันด้วย
ตอนอยู่ปีหนึ่ง ส้มเปรี้ยวบังเอิญเห็นเธอกำลังเขียนจดหมาย ยังหัวเราะเยาะเธออยู่เลยว่านี่มันสมัยไหนแล้ว ไม่นึกว่าจะยังติดต่อกันทางจดหมายเหมือนคนบ้านนอกอีก
ด้วยเหตุนี้ ส้มเปรี้ยวยังผนึกกำลังกับเพื่อนคนอื่นๆในสาขาพากันมาหัวเราะเยาะเธอด้วย
แต่ทว่าจู่ๆวันหนึ่ง ส้มเปรี้ยวที่เอาแต่ดูถูกที่เธอติดต่อกับคนอื่นผ่านทางจดหมายมาโดยตลอด กลับมาถามถึงเพื่อนทางจดหมายของเธอ ยังบอกอีกว่าอยากติดต่อกับเพื่อนทางจดหมายสักคน
คาดว่าคงจะเป็นตอนนั้นแหละ ไม่รู้ส้มเปรี้ยวรู้ได้ยังไงว่าคนที่เธอติดต่อกันทางจดหมาย คือเปปเปอร์ จากนั้นจึงคิดแผนการสวมรอยเป็นเธอ อย่างนี้ ส้มเปรี้ยวก็มีโอกาสได้ติดต่อกับเปปเปอร์แล้วไม่ใช่เหรอ?
นึกถึงตรงนี้ มายมิ้นท์หลับตาลง พยายามอดกลั้นความโมโหเอาไว้พูดขึ้น: “เป็นความผิดของฉันเอง เป็นฉันเองที่ไม่รู้ถึงแผนการร้ายของส้มเปรี้ยวตั้งแต่แรก”
ถ้าเธอรู้เร็วกว่าส้มเปรี้ยวสักหน่อยว่า ข้าวก้องที่เขียนจดหมายคุยกับเธอ ก็คือเปปเปอร์ที่เธอรักสุดหัวใจในตอนนั้น
เธอกับเปปเปอร์คงไม่เดินมาจนถึงขั้นนี้อย่างในวันนี้แน่ๆ
ระหว่างพวกเขา ก็จะไม่มีเรื่องของส้มเปรี้ยวอย่างเด็ดขาด
เปปเปอร์ดึงมือที่กำลังสั่นไหวเล็กน้อยของมายมิ้นท์ เข้ามาในอ้อมอก
มายมิ้นท์ไม่ได้ยืนอย่างมั่นคง ชั่วพริบตาก็ถลาเข้าไปในอ้อมกอดของเขา
เขากอดเธอเอาไว้ ลูบผมของเธอเบาๆ “นี่ไม่ใช่ความผิดของคุณ ผมคือคนที่ผิดที่สุด ผมไม่ได้บอกตัวตนของผม ให้คุณรู้”
จริงๆแล้วปีนั้น ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดจะบอกเธอ ว่าเขาเป็นใครกันแน่
แต่เนื่องจากยังหาหัวใจไม่ได้ เขาถึงได้อดกลั้นเอาไว้ไม่ได้บอกออกไป
ดังนั้นส้มเปรี้ยวจึงถือโอกาสสอดแทรกเข้ามาระหว่างพวกเขา มันเป็นเหตุมาจากพวกเขาสองคน
ไม่ใช่สาเหตุที่มาจากเธอคนเดียว
แต่ทว่าไม่เป็นไร พวกเขาคลาดกันไปหกปีแล้ว ต่อไปจะไม่คลาดกันอีกแล้ว!
ถึงมายมิ้นท์จะตกตะลึงที่จู่ๆเปปเปอร์ก็กอดเธอ แต่เธอกลับไม่อยากผลักเขาออกไปอย่างบอกไม่ถูก
เธอรู้สึกว่า อ้อมกอดของเขา ราวกับพอที่จะทำให้เธอสบายใจลงได้
ก็อย่างนี้ หน้าผากของมายมิ้นท์ จึงซุกอยู่บนไหล่ของเปปเปอร์อย่างสงบ พูดขึ้น: “ดังนั้นความหมายของคุณคือ ส้มเปรี้ยวไม่เคยรักคุณ แค่รักความภูมิฐานของคุณเงินของคุณ แล้วก็สถานภาพทางสังคมของคุณ? เพราะคุณสามารถทำให้เธอได้ใช้ชีวิตหรูหราอย่างที่เธอต้องการที่สุด”
“ใช่” เปปเปอร์เอียงหัวเล็กน้อย ดมผมหอมๆของเธอ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
มายมิ้นท์มองต่ำลง “จริงๆแล้ว ฉันรู้สึกได้นะว่าเธอมีความรู้สึกต่อคุณอยู่บ้าง ฉันมองออก”
สายตาที่อิจฉาเธอของส้มเปรี้ยว ไม่ได้แสร้งทำ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...