ประธานมายมิ้นท์พูดถูก ไม่ลองดูแล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะ?
บางทีท้ายที่สุดแล้ว เธอทำสำเร็จล่ะ
พอมายมิ้นท์คำพูดนี้ของเลขาซินดี้แล้ว ได้หันศีรษะดูไปทางเลขาซินดี้ มองดูแววตาของเธอที่มีแสงเปล่งประกายขึ้นมาอีกครั้ง และได้ยิ้มเล็กน้อย“เข้าใจก็ดีแล้ว เอาล่ะ ไปล้างหน้าสักหน่อย แล้วปรับสภาพอารมณ์ให้ดี”
“ค่ะ”เลขาซินดี้พยักหน้าตอบกลับ
มายมิ้นท์หันศีรษะกลับไป ได้เดินตรงไปข้างหน้าต่อ ในไม่ช้าก็เดินเข้าออฟฟิศของตัวเองแล้ว
สามวันต่อมา มายมิ้นท์ได้ถือกระเป๋าเดินทางเพียงลำพัง และได้มาถึงที่สนามบิน
ยังมีเวลาอีกหนึ่งชั่วโมง ก่อนที่เครื่องบินจะบิน
มายมิ้นท์ได้นั่งรอที่ห้องรับรองผู้โดยสารVIP ระหว่างรอการแจ้งเตือนการขึ้นเครื่องนั้น ก็ได้ก้มศีรษะดูโทรศัพท์
ทันใดนั้น ก็มีคนมาเคาะประตูห้องรับรองผู้โดยสาร
มายมิ้นท์วางโทรศัพท์ลงแล้วมองไปทางประตู“ใครคะ?”
“ผมเอง”ด้านนอกประตูนั้นมีน้ำเสียงที่น่าฟังของเปปเปอร์ดังขึ้นมา
มายมิ้นท์ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ในสายตานั้นมีความตกใจแวบวาบผ่าน
เปปเปอร์?
เขามาได้ยังไง?
มายมิ้นท์ได้ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไป และได้เปิดประตูออก เป็นเปปเปอร์จริงๆด้วย
เขาสวมสูท ที่คลุมด้วยเสื้อคลุมยาวสีดำอยู่ด้านนอก และเขาถือกระเป๋าเดินทางอยู่ในมืออีกด้วย มีท่าทีที่ดูเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางตะลอน ๆเช่นนั้น
มายมิ้นท์มองดูกระเป๋าเดินทางของเขา ถามด้วยความประหลาดใจ “นี่คุณจะไปไหนหรือ?”
“เกาหลี”เปปเปอร์ได้เดินเข้าไปที่ห้องรับรองผู้โดยสาร ตอบกลับด้วยเสียงที่เบา
มายมิ้นท์ตะลึงไปสักพัก“คุณก็จะไปเกาหลี?”
เปปเปอร์พยักหน้า“ใช่แล้ว”
“คุณไปทำอะไรที่เกาหลีหรือ?”มายมิ้นท์หรี่ตาลงมองไปที่เขาพร้อมถามด้วยความสงสัย
หรือว่าจะไปเข้าร่วมงานแต่งด้วยงั้นหรือ?
มิเช่นนั้นจะบังเอิญขนาดนี้ได้ยังไง ออกเดินทางวันนี้ด้วย และอีกอย่างไปเกาหลีเหมือนกับเธออีกด้วย
เปปเปอร์ดูออกแน่นอนว่ามายมิ้นท์เดาได้ว่าเขากำลังจะไปที่ใด ดวงตาของเขาเป็นประกาย และยิ้มมุมปากพร้อมตอบกลับ :“ผมไปที่นั่นเพื่อไปทำธุระนิดหน่อย”
เขาจงใจที่จะไม่บอกว่าตัวเองก็ไปเข้าร่วมงานแต่งเหมือนกัน
เพราะว่าเขาต้องการดูว่า เมื่อถึงเวลานั้นแล้วเธอได้พบเจอเขาที่งานแต่งแล้ว มันจะเป็นสีหน้าท่าทางแบบไหนกัน
เมื่อมายมิ้นท์ได้ยินเปปเปอร์พูดว่าตัวเองไปเกาหลีเพื่อไปทำธุระ กลับไม่ได้ไปเข้าร่วมงานแต่งอะไรนั่น ก็ได้พยักหน้าโดยทันที
“ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง แต่จะว่าไปคุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ห้องรับรองห้องนี้?”
ห้องรับรองผู้โดยสารVIPนั้น เป็นหนึ่งคนต่อหนึ่งห้องทั้งนั้น
ดังนั้นเปปเปอร์ต้องมาหาเธอแน่นอน
มิเช่นนั้นแล้วทำไมเขาถึงไม่ไปห้องรับรองห้องอื่นล่ะ?
“ได้ยินบอดี้การ์ดบอกว่าคุณอยู่ที่นี่ ดังนั้นผมก็มาเลย”เปปเปอร์วางกระเป๋าเดินทางและได้นั่งลงพร้อมตอบกลับ
เพื่อที่จะอยู่บนเที่ยวบินเดียวกันกับเธอ เขาได้เหมาชั้นเฟิร์สคลาสโดยเฉพาะ
มิเช่นนั้น เขาก็สั่งให้คนเตรียมเครื่องบินส่วนตัวโดยตรงแล้ว
มายมิ้นท์เบะปากเล็กน้อย“ยังจะพูดว่าคุณไม่ได้ให้บอดี้การ์ดสองคนนั้นของคุณคอยจับตาดูฉันอีก ฉันอยู่ห้องรับรองห้องไหนก็ได้บอกคุณหมดแล้ว”
แม้ว่าจะไม่ค่อยพอใจเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่รู้สึกโกรธมาก จนน่าประหลาดใจ
เปปเปอร์ได้เทน้ำหนึ่งแก้วให้ตัวเอง “เป็นผมเองที่ไปถามพวกเขาก่อน ช่วยไม่ได้ ใครบอกให้ผมเป็นห่วงคุณมากขนาดนี้ล่ะ หากไม่รู้เบาะแสของคุณแม้แต่วินาทีเดียว ผมก็ไม่สามารถสบายใจได้เลย”
“……”คำพูดนี้พูดจนใบหน้ามายมิ้นท์แดงไปครู่หนึ่ง และได้มองบนใส่เขาด้วยความไม่สบอารมณ์
ในทันใดที่เธอกำลังจะพูดอะไร ก็มีเสียงประกาศที่ห้องรับรอง เริ่มประกาศข้อมูลการขึ้นเครื่อง
มายมิ้นท์ลุกขึ้นทันที“ควรไปแล้ว”
เปปเปอร์วางแก้วน้ำลงอย่างไม่รีบร้อน“ก็ควรไปแล้วจริงๆ ไปเถอะ”
เขาก็ได้ลุกขึ้น และได้ลากกระเป๋าเดินทางของตัวเอง
มายมิ้นท์นึกอะไรขึ้นกะทันหัน และได้มองไปที่ขาของเขา“ขาของคุณไม่เป็นอะไรแล้วหรือ?”
เปปเปอร์ได้ขยับที่ข้อเท้าเล็กน้อย“ยังไม่หายดีหมด แต่ก็ไม่กระทบต่อการเดินเลย”
“ถ้างั้นก็ดี”มายมิ้นท์พยักหน้า และวางใจขึ้นมา
หากว่าขาของเขายังไม่สามารถเดินได้ล่ะก็ เธอก็จะไปยืมรถเข็นสักอันกับทางสนามบิน
อย่างสนามบินนานาชาติขนาดใหญ่เช่นนี้ โดยปกติแล้วมักจะมีอุปกรณ์สำรองสำหรับผู้พิการอยู่เสมอ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...