“อืม” เปปเปอร์พยักหน้าจากนั้นเดินตามเธอออกไป
หลังจากนั้นประมาณสี่สิบกว่านาทีก็เดินทางมาถึงเทนเดอร์กรุ๊ป
มายมิ้นท์เปิดประตูรถแล้วเดินลงไป เธออ้อมจากทางด้านหน้ารถไปอีกฝั่ง จากนั้นเคาะไปที่กระจกรถของเปปเปอร์
เปปเปอร์จึงได้ลดกระจกลดลง
มายมิ้นท์ยืดตัวตรงพูดว่า “ฉันไปก่อนนะคะ คุณและผู้ช่วยเหมันตร์รีบเดินทางไปที่บริษัทตระกูลนวบดินทร์เถอะค่ะ ขับรถระมัดระวังความปลอดภัยด้วย”
“วางใจได้เลยครับคุณมายมิ้นท์ ผมจะไม่ให้ประธานเปปเปอร์เกิดเรื่องอะไรขึ้นอย่างแน่นอน” ที่ด้านหน้าฝั่งคนขับ ผู้ช่วยเหมันตร์หันหลังกลับมาพูด
เปปเปอร์จ้องมองไปที่ผู้ช่วยเหมันตร์ด้วยใบหน้าอันเย็นชา “ผมสั่งให้คุณพูดมากเหรอ?”
มายมิ้นท์กำลังพูดกับเขาอยู่ต่างหาก เขายังไม่ทันจะตอบอะไรก็ถูกผู้ช่วยเหมันตร์แทรกเข้ามาเสียแล้ว
ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย
ผู้ช่วยเหมันตร์จ้องไปยังสายตาที่ตักเตือนมาของเปปเปอร์ แต่เป็นเพราะเขาพูดมากไปเองดังนั้นจึงได้แต่หดคอลงแล้วหันหลังกลับไป แกล้งทำเป็นคนล่องหนไม่อยู่ที่นั่น
ใช่สิ เขาหุบปากเองก็ได้ เขาไม่พูดอะไรแล้ว
มายมิ้นท์มองไปยังผู้ช่วยเหมันตร์ ที่ทำท่าทางนั่งตัวตรงเนื่องจากถูกดุ จากนั้นก็มองไปยังเปปเปอร์ที่ดูไม่พออกพอใจ ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะขำออกมา “เอาล่ะค่ะ ฉันไม่พูดอะไรมากแล้ว พวกคุณเองก็รีบไปเถอะ อีกเดี๋ยวจะถึงช่วงเวลาเข้างานรถเยอะ รถติดแล้วจะอันตรายเอา”
เปปเปอร์พยักหน้าตอบรับ “ครับ เหมันตร์ ออกรถได้”
“ครับผม” ผู้ช่วยเหมันตร์ที่นั่งอยู่ข้างหน้าตอบรับแล้วกำลังจะติดเครื่องรถ
แต่จู่ๆ ดูเหมือนว่ามายมิ้นท์จะนึกอะไรขึ้นได้ เธอยื่นมือเข้าไปตรงหน้าต่างกระจกรถที่เปปเปอร์กำลังปรับขึ้น เพื่อไม่ให้เขาปิดกระจก
“เดี๋ยวก่อนค่ะ”
“มีอะไรครับ?” เปปเปอร์ปล่อยมือจากที่บังคับกระจกรถแล้วมองไปยังเธอ
มายมิ้นท์กัดริมฝีปากของเธอ “สองวันนี้…… คุณอย่าปิดโทรศัพท์นะ”
เธอเคยสัญญากับท่านย่าเอาไว้ว่าในวันครบรอบการเสียชีวิตของคุณแม่เขาจะอยู่เป็นเพื่อนเขา
อีกอย่างท่านย่าบอกกับเธอว่า ทุกวันครบรอบการเสียชีวิตของแม่เขา เขาก็มักจะเปลี่ยนไปเป็นผิดปกติ
และวันครบรอบนี้ก็คืออีกสองวัน ดังนั้นเพื่อให้เธอติดต่อกับเขาได้ตลอดเวลา เพื่อให้เธอสามารถตามตัวเขา รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน เธอจึงทำได้เพียงเตือนเขาไม่ให้เขาปิดเครื่อง
“ทำไมล่ะครับ?” เปปเปอร์รู้สึกไม่เข้าใจกับคำพูดของมายมิ้นท์เมื่อครู่
มายมิ้นท์ก้มหน้าลง “คุณไม่ต้องถามฉันหรอกว่าทำไม คุณแค่ทำตามก็พอ”
เธอจะบอกกับเขาตอนนี้ไม่ได้ว่าวันครบรอบการเสียชีวิตของแม่เขากำลังจะมาถึงแล้ว
ไม่อย่างนั้นเขาคงจะมีอารมณ์แปรปรวนไปซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่ามากน้อยแค่ไหน
เปปเปอร์จ้องมองไปที่มายมิ้นท์อยู่สักพัก ก่อนที่เขาจะพยักหน้าตอบรับ “ครับ”
มายมิ้นท์ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะยิ้มแล้วพูดว่า “สัญญาแล้วต้องทำให้ได้นะคะ”
“ผมไม่เคยปิดเครื่องและเปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง” เปปเปอร์หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ส่ายไปมาให้เธอเห็น
มายมิ้นท์พยักหน้า “ดีแล้วค่ะ แล้วก็พกโทรศัพท์ติดตัวตลอดเข้าใจไหมคะ”
เปปเปอร์ตอบรับเบาๆ “ครับ”
“เอาล่ะค่ะไม่มีเรื่องอื่นแล้ว ไปก่อนนะคะ บ๊ายบาย” เธอโบกมือให้แก่ชายหนุ่มแล้วหันหลังเดินไปยังประตูใหญ่ของเทนเดอร์กรุ๊ป
เปปเปอร์มองตามหลังเธอไปอยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งเธอเดินเข้าไปในอาคารแล้วจึงละสายตากลับมา ปรับกระจกรถขึ้น ริมฝีปากเรียวบางออกคำสั่งว่า “ออกรถได้”
“ครับผม” ผู้ช่วยเหมันตร์ตอบรับแล้วสตาร์ทรถ
ระหว่างทาง ผู้ช่วยเหมันตร์ลังเลอยู่หลายครั้ง แต่ในที่สุดเขาก็อดไม่ได้ที่จะมองไปทางกระจกหลัง แล้วถามขึ้นด้วยความสงสัยว่า “ประธานเปปเปอร์ครับ ท่านว่า ประโยคเมื่อสักครู่ของคุณมายมิ้นท์หมายความว่าอะไรกันแน่ ทำไมถึงต้องกำชับให้ท่านอย่าปิดเครื่องสองวันนี้ และก็อย่าห่างจากโทรศัพท์?”
เปปเปอร์หรี่ตาลงโดยไม่ได้ตอบอะไรเขา
ทำไมกันน่ะเหรอ?
ที่จริงเขาก็พอจะเดาเหตุผลได้ น่าจะเป็นเพราะวันครบรอบการเสียชีวิตของแม่เขา
ไม่อย่างนั้นทำไมเธอจึงไม่กำชับแบบนี้ก่อนหน้าหรือหลังจากนี้ จะต้องเป็นสองวันนี้ ด้วยเหตุนี้เองนอกจากเหตุผลนี้แล้วเขาคิดอย่างอื่นไม่ออกเลย
ส่วนทำไมเธอถึงจำวันครบรอบการเสียชีวิตของแม่เขาได้ คาดว่าน่าจะมีคนบอกเธอ
เเละคนคนนั้นเป็นใครเขาเองก็มีคำตอบอยู่ในใจแล้ว
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...