ดวงตาของเปปเปอร์สั่นไหวไปครู่หนึ่ง แล้วก็กอดเธอแน่นมากยิ่งขึ้นอีก “ไม่เป็นไร เพียงแค่คิดเรื่องอะไรบางอย่างเท่านั้น แต่ไม่สำคัญหรอก”
“เหรอคะ” มายมิ้นท์อยู่ในอ้อมกอดเขาอย่างเชื่อฟัง พอได้ยินเขาพูดแบบนี้ ก็ไม่ถามอะไรอีก
ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า เขามีความกังวลใจเป็นอย่างมาก
แต่ในเมื่อเขาไม่อยากพูด งั้นเธอก็จะไม่ถามอีก
“เอาล่ะ เดี๋ยวผมไปโทรศัพท์สักสาย เดี๋ยวตอนเที่ยงไปกินข้าวกัน” ในเวลานี้ เปปเปอร์ก็ปล่อยตัวมายมิ้นท์ออก
มายมิ้นท์ลุกขึ้นมาจากตักเขา แล้วก็พยักหน้าให้เล็กน้อย “ได้ค่ะ คุณไปเถอะ ฉันเองก็จะโทรไปขอบคุณทามทอยสักหน่อยพอดี”
“อย่าคุยกับเขานานนะ พูดขอบคุณเสร็จก็วางสายได้แล้ว” พอเปปเปอร์ได้ยินว่าเธอจะโทรศัพท์หาทามทอย ฝีเท้าก็หยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็รีบหมุนตัวไป พูดเตือนเธอขึ้นมา
แน่นอนว่ามายมิ้นท์นั้นรู้ว่าทำไมเขาถึงต้องพูดแบบนี้ ก็แค่ไม่อยากให้เธอคุยกับผู้ชายคนอื่นนานเกินไปเท่านั้น
โทรศัพท์หาเต้ เขายังต้องจับตามอง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทามทอยเลย
มายมิ้นท์สะบัดมือขึ้นมาอย่างขำขัน “พอแล้ว พอแล้ว คุณรีบไปโทรศัพท์เถอะค่ะ”
พอเห็นเธอเร่งรัด เปปเปอร์ก็เลยต้องเดินไปทางระเบียงต่อ
แต่พอเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็หยุดลงอีก “ต่ออีกหน่อย พูดสักสองประโยคก็พอแล้วนะ ถึงเขาจะดึงคุณพูดคุยต่อ คุณก็ไม่ต้องไปสนใจ วางสายไปเลยก็พอแล้ว”
มายมิ้นท์มองตาขาวใส่ทีหนึ่ง แล้วก็สะบัดมือขึ้นมาอีกครั้ง
เปปเปอร์ถึงได้หันหน้ากลับ แล้วเดินไปที่ระเบียง
มายมิ้นท์มองไปที่ระเบียง ไปที่แผ่นหลังของชายหนุ่ม แล้วก็ยิ้มและส่ายหน้าขึ้นมา จากนั้นก็เอาโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดโทรไปที่เบอร์ทามทอย
ที่ระเบียง เปปเปอร์ปิดบานหน้าต่างบานใหญ่ลง แล้วก็กดโทรออกไปสายหนึ่งวเหมือนกัน
ไม่นาน โทรศัพท์ก็โดนกดรับสาย แล้วก็มีเสียงผู้หญิงระแวดระวังกล้า ๆ กลัว ๆ ดังลอยมา “ประธานเปปเปอร์……”
“งานแถลงข่าวในวันนี้ เธอดูหรือยัง?” เปปเปอร์เอามือข้างหนึ่งวางอยู่บนราวระเบียง จ้องมองไปยังเมืองที่อยู่ข้างนอก และถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
พอชวนชมที่อยู่ปลายสายได้ยินก็ก้มหน้าลง “ดูแล้วค่ะ”
แล้วก็เป็นเพราะว่าดูแล้ว เธอถึงได้รู้สึกถึงความรุนแรงของเรื่อง ก็เลยรีบไปที่โรงพยาบาล
แล้วก็เป็นไปตามที่คาด พอพ่อกับแม่ได้ยินคำพูดพวกนั้นของมายมิ้นท์แล้ว ก็เริ่มสงสัยสถานะของมายมิ้นท์ขึ้นมา
และยิ่งไปกว่านั้น เธอยังได้ยินความในใจที่แท้จริงของแม่ด้วย
ถ้าไม่ใช่เพราะว่าครั้งนี้บังเอิญมาได้ยินเข้า เธอก็ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าที่แม่ดีกับเธอ เป็นห่วงเธอรักเธอ ล้วนเป็นแค่การแสดงเท่านั้น และยังพูดอีกว่าถึงจะรู้ว่าเธอเป็น‘ลูกสาวแท้ ๆ’แล้ว แต่ในใจก็ยังไม่สามารถสนิทใจกับเธอได้อย่างแท้จริง ๆ แต่เพื่อไม่เป็นการทำร้ายเธอ ก็เลยต้องทำเป็นเหมือนกับว่ารักเธอมาก
เหอะ พ่อแม่คงจะไม่เข้าใจ แต่ว่าเธอเข้าใจดี
ไม่ใช่ว่าแม่ไม่มีทางสนิทใจกับลูกสาวแท้ ๆ ได้ แต่เป็นเพราะว่าคนที่แม่อยากสนิทใจด้วยนั้น คือลูกสาวแท้จริง ๆ แต่ไม่ใช่เธอที่เป็นตัวปลอมคนนี้
แต่เพราะว่าแม่ไม่รู้ว่าเธอเป็นตัวปลอม ดังนั้นก็เลยต้องแสดงละคร
เธอไม่เข้าใจเลย ว่าสายเลือดมันสำคัญขนาดนี้ น่าอัศจรรย์มากขนาดนี้เลยเหรอ?
อีกฝั่งของโทรศัพท์ พอเปปเปอร์ได้ยินคำตอบของชวนชม ดวงตาก็หรี่ลงอย่างอันตราย “ในเมื่อเธอได้ดูแล้ว เธอก็น่าจะรู้ ว่าข่าวเรื่องชาติกำเนิดส่วนตัวที่มายมิ้นท์เปิดเผยออกมานั้น จะทำให้เยี่ยมบุญเกิดความสงสัยต่อชาติกำเนิดของมายมิ้นท์ แล้วตอนนี้เยี่ยมบุญก็สงสัยขึ้นมาแล้ว และที่สำคัญก็เริ่มการสืบค้นก้าวแรกแล้ว ดังนั้นฉันต้องการให้เธอรีบไปทำให้ความสงสัยของเยี่ยมบุญสลายไป และไม่ให้เขาสืบเรื่องชาติกำเนิดของมายมิ้นท์ต่ออีก ได้ยินหรือเปล่า?”
“ค่ะ ได้ยินแล้วค่ะประธานเปปเปอร์” ชวนชมถอนหายใจไปทีหนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้าตอบรับ “วางใจเถอะค่ะ ฉันรู้ว่าควรจะทำยังไง ฉันจะไม่มีทางปล่อยให้พ่อสืบต่อไปอีกแน่”
ถ้าสืบต่อไป แล้วเกิดสืบเจอว่ามายมิ้นท์เป็นลูกสาวแท้ ๆ ขึ้นมา
งั้นเธอก็จะต้องแย่แน่แล้ว
“เธอรู้ก็ดี ไปจัดการเธอ” เปปเปอร์เชิดคางขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็วางสายไป
ด้านโน้น ชวนชมเองก็เอาโทรศัพท์ออกจากข้างหู จ้องมองหน้าจอที่เด้งกลับมาที่หน้าเมนูแล้ว ก็ค่อย ๆ โล่งอกไปได้เปลาะหนึ่ง
จากนั้น เธอก็เก็บโทรศัพท์ไป แล้วหมุนตัวเดินไปทางห้องพักผู้ป่วย
พอมาถึงหน้าห้องพักผู้ป่วย เธอก็ยกมือขึ้นมาเคาะประตูเล็กน้อย
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...