ดังนั้น นี่ก็โทษเขาไม่ได้นะ
มันเป็นเรื่องจริง ที่สภาพของดารามายน่าตกใจเกินไป
ดารามายที่นั่งอยู่ในห้องคุมขังต้องได้ยินบทสนทนาของผู้ช่วยเหมันตร์กับเปปเปอร์อยู่แล้ว เห็นสายตาที่ตกตะลึงของผู้ช่วยเหมันตร์ หัวใจของดารามายก็ตกไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที
ไม่กี่วันที่ไม่ได้ล้างหน้า ไม่กี่วันที่ไม่ได้ล้างเครื่องสำอาง บวกกับไม่ได้นอนให้เพียงพอ เธอก็รู้แล้วว่าสภาพของเธอตอนนี้ต้องดูไม่ได้แน่ๆ
แต่คิดไม่ถึงจริงๆ ว่ามันจะแย่มากจนทำให้คนอื่นต้องร้องออกมาด้วยความตกใจ
เธอที่รักสวยรักงามมาโดยตลอด ค่อนข้างมั่นใจในความสวยของตนเอง ถึงขั้นที่ใช้เป็นเครื่องมืออ่อยผู้ชายด้วยซ้ำ
ดังนั้น เธอจะยอมรับได้ยังไงที่ตนเองต้องเปลี่ยนไปอัปลักษณ์ โดยเฉพาะตอนอยู่ต่อหน้าผู้ชายที่ยอดเยี่ยมอย่างเปปเปอร์
ยิ่งคิดก็ยิ่งหมดหนทางจะยอมรับ ดารามายอยากปิดหน้าตนเองเอาไว้ ไม่อยากให้ใครเห็น
แต่มือของเธอ โดนล็อกอย่างแน่นหนาอยู่บนเก้าอี้นักโทษ เดิมทีก็ขยับเขยื้อนไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงก้มหัวลง หลบซ่อนสายตาของพวกเขา “อย่ามอง อย่ามองนะ!”
เธอตะโกนออกมาอย่างคลุ้มคลั่ง ร่างกายสั่นเทิ้ม ดูเหมือนผู้หญิงที่เสียสติไปแล้ว
เปปเปอร์ขมวดคิ้วแน่น แววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ
ผู้ช่วยเหมันตร์ชี้ไปที่เธอ “ประธานเปปเปอร์ครับ เธอคงไม่ได้เป็นบ้าไปแล้วใช่ไหม?”
เปปเปอร์จึงตอบอย่างเย็นชา: “นายคิดว่าคนที่จิตใจโหดเหี้ยม เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว จะเป็นบ้าได้ง่ายๆเหรอ?”
“เอ่อ......” ผู้ช่วยเหมันตร์โดนตอกกลับไป จึงเกาๆหัว “ก็จริงครับ”
ตอนนี้ จู่ๆเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาความปลอดภัยอยู่ที่หน้าประตูก็เปิดประตูเข้ามา ใช้กระบองเคาะๆไปที่กระจก ตักเตือนขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มงวด “เสียงดังทำไม เงียบ ไม่เห็นหรือไงว่าที่นี่ที่ไหน!”
เผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดุดันราวกับยมบาล ดารามายจึงหดคอด้วยความหวาดกลัว เงียบไปในทันที
หลายวันที่โดนขังอยู่ในนี้ เธอโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจพวกนี้ทรมานสารพัด จึงหวาดกลัวคนพวกนี้สุดๆเลย
เพราะคนพวกนี้ มีลูกไม้สกปรกต่างๆนานาที่เอาไว้จัดการกับอาชญากร ดังนั้นเธอจะกล้ากำเริบเสิบสานภายใต้กำมือของคนพวกนี้ได้ยังไง
เห็นดารามายปิดปากเงียบแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจถึงได้วางกระบองลง หันไปยิ้มให้เปปเปอร์อย่างสุภาพ “ประธานเปปเปอร์ คุณคุยกับเธอต่อได้เลยครับ”
“ครับ” เปปเปอร์พยักหน้า ขานรับนิ่งๆ
เจ้าหน้าที่ตำรวจกดปีกหมวก แล้วก้าวเท้าเดินออกไป
ภายในห้องขัง จึงเหลือพวกเปปเปอร์สามคนอีกครั้ง
เปปเปอร์ก้าวเข้าไปหนึ่งก้าว มาถึงด้านหน้ากระจก จ้องไปที่คนในนั้นด้วยสายตาเย็นยะเยือก “ทำไมเธอถึงอยากพบฉัน?”
ดารามายได้ยินคำถามของเขา จึงเงยหน้าขึ้นด้วยตัวสั่นๆ
แต่ในทันที เธอก็เหมือนกับตกใจหวาดกลัวอะไร ก้มหน้ากลับไปอีกครั้ง
ผู้ช่วยเหมันตร์ทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว ขมวดคิ้วด้วยความเบื่อหน่าย “เฮ้ นั่นมันท่าทางอะไรน่ะ ทำเหมือนประธานเปปเปอร์จะกินเธออย่างนั้นแหละ?”
ต่อให้จะกิน ก็ต้องกินคุณมายมิ้นท์อยู่แล้ว
ยังไงก็คงไม่ถึงคราวของผู้หญิงคนนี้หรอก
“พอเถอะ อย่างนี้ก็ดี ฉันก็ไม่อยากเห็นใบหน้าของเธออยู่แล้ว” เปปเปอร์เม้มริมฝีปากบางๆ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก
รูม่านตาของดารามายหดตัว บนใบหน้าปรากฏความน่าอับอายออกมา
เธอรู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ชอบตนเอง แต่สุดท้ายยังไงเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ทว่าเขากลับไม่มีความอ่อนโยนต่อเธอสักนิดเลย
เธอไม่เชื่อว่า เขาไม่รู้ความคิดที่เธอมีต่อเขา ยิ่งไม่เชื่อเลยว่าเขาจะไม่รู้ว่าที่เธอก้มหน้า ก็เพราะไม่อยากให้เขาเห็นใบหน้าที่อัปลักษณ์ของเธอในตอนนี้
เขาต้องรู้อยู่แล้ว
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...