ยิ่งคิดก็ยิ่งเป็นห่วงร่างกายเปปเปอร์ สุดท้ายมายมิ้นท์ก็ตัดสินใจว่าจะต้มซุปบำรุงร่างกายส่งไปให้สักหน่อย ในฐานะที่เป็นแฟน ต้มซุปให้แฟนหนุ่มสักหน่อย มันก็เป็นสิ่งที่สมควรอยู่
พอคิดได้แบบนี้ มายมิ้นท์ก็เพิ่มความเร็วของการกินอาหารเช้าให้เร็วยิ่งขึ้น พอกินเสร็จแล้ว ก็หิ้วขยะออกจากบ้านไป ไปที่ซูเปอร์มาเก็ตชั้นนำละแวกใกล้บ้านนี้ เพื่อไปซื้อวัตถุมาทำซุป
ในเมื่อตอนนี้ยังมีเวลาเหลืออยู่ เวลาทำงานตอนช่วงบ่ายเธอถึงจะไปเทนเดอร์กรุ๊ป ก็เลยมีเวลาตุ๋นซุปอยู่อีกเยอะ
มายมิ้นท์หยิบ ๆ เลือก ๆ อยู่ในซูเปอร์มาเก็ต สุดท้ายก็เลือกกระดูกวัวมา เตรียมจะทำซุปกระดูกวัวให้กับเปปเปอร์สักหน่อย
ซุปกระดูกวัวมีประโยชน์ต่อการบำรุงร่างกายอยู่แล้ว ยิ่งบวกกับเนื้อวัวสามารถขจัดความเย็นของร่างกายได้ สำหรับอากาศที่หนาวเย็นแบบนี้แล้ว ถ้าได้ดื่มซุปกระดูกวัวสักถ้วย จะสามารถให้ความอบอุ่นกับร่างกายได้ด้วย
เชื่อว่า เปปเปอร์คงจะชอบแน่ ๆ
มายมิ้นท์จ้องมองกระดูกวัวที่อยู่ในมือแล้วก็หัวเราะขึ้นมาคำหนึ่ง จากนั้นก็ใส่เข้าไปในตะกร้า แล้วไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์เลย
พอกลับมาถึงเขตชุมชน ก็เป็นเวลาสิบเอ็ดโมงครึ่งแล้ว
มายมิ้นท์เดินเข้าไปในตึกใหญ่ของคอนโด พอมาถึงหน้าลิฟต์ และกำลังจะกดลิฟต์ ก็เห็นตรงหน้าลิฟต์ มีเงาร่างที่คุ้นเคยคนหนึ่งยืนอยู่
เงาร่างนั้นก้มหน้าลงเล็กน้อย มือทั้งสองข้างอยู่ตรงข้างหน้า จับหูหิ้วกระเป๋าถือไว้แน่น ยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนกับว่ากำลังเหม่อลอยอยู่ ไม่รู้สึกเลยว่าข้างกายมีคนเดินผ่านมา
มายมิ้นท์จ้องมองคนคนนั้น เรียวปากแดงก็เม้มเข้าหากันแน่น คิ้วเรียวที่งดงามก็ขมวดกันขึ้นมาด้วย แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเรียบเฉยขึ้นว่า “คุณชวนชม คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?”
พอได้ยินเสียงมายมิ้นท์ คนคนนั้นก็ตื่นจากภวังค์ขึ้นมาทันที และเงยหน้าขึ้นมามองไปที่มายมิ้นท์ ในตอนที่เห็นมายมิ้นท์นั้น ก็เห็นได้ชัดว่าท่าทีบนใบหน้าร้อนรนขึ้นมาครู่หนึ่ง แต่ไม่นานก็กลับสู่ความสงบนิ่ง แล้วกระชับมือที่จับหูหิ้วกระเป๋าให้แน่นขึ้น มุมปากก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย พยายามฝืนยิ้มออกมาเสี้ยวหนึ่ง “คุณมายมิ้นท์นี่เอง”
มายมิ้นท์จ้องมองเธออย่างสงสัย “ยังไงคะ? คุณชวนชมมีบ้านอยู่ที่นี่ด้วยเหรอคะ?”
“ไม่มีค่ะ” ชวนชมส่ายหน้าขึ้นมาอย่างจริงจัง
มายมิ้นท์ขมวดคิ้วลึกมากยิ่งขึ้น “ในเมื่อไม่มีบ้าน งั้นทำไมคุณถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่? อย่าบอกฉันนะว่า คุณเดินเล่นเดินมาถึงที่นี่น่ะ? เขตฟอลร่าซีนกับที่นี่มันที่หนึ่งเหนือที่หนึ่งใต้ คนละทิศเลยนะ”
ชวนชมเงียบขรึมไปไม่กี่วินาที จากนั้นจู่ ๆ ก็จ้องเธอเขม็ง “คุณมายมิ้นท์ ฉันไม่ได้เดินเล่นเดินมาถึงที่นี่หรอกค่ะ คือฉันตั้งใจมาหาคุณโดยเฉพาะเลยค่ะ”
“มาหาฉันเหรอ?” มายมิ้นท์ยักคิ้วขึ้นมา สำหรับคำตอบนี้ของชวนชม เธอไม่ได้ตกใจมากเท่าไหร่นัก
เพราะว่าเมื่อกี้เธอรู้สึกได้แล้วว่า ที่ชวนชมมาที่นี่ อาจจะมุ่งมาหาเธออยู่แล้ว
“ฉันไม่คิดว่าระหว่างฉันกับคุณชวนชม จะมีเรื่องอะไรให้ต้องมาเจอหน้ากัน เพราะฉะนั้นที่คุณชวนชมมาหาฉัน ตกลงมันเพราะว่าเรื่องอะไรกันคะ?” มายมิ้นท์อุ้มถุงกระดาษช้อปปิ้งที่อยู่ในอกไว้ แล้วถามขึ้นมาเรียบ ๆ
ชวนชมกัดริมฝีปากเล็กน้อย “ที่ฉันมาที่นี่ ไม่ได้มีความหมายอย่างอื่น ฉันก็แค่จะมาถามคำถามหนึ่งกับคุณเท่านั้น”
ถ้าไม่ใช่เพราะว่า รู้อยู่แล้วว่า โทรศัพท์มาอาจจะโดนปฏิเสธการรับสาย
เธอก็ไม่มีทางมาด้วยตัวเองแน่
“คำถาม?” มายมิ้นท์หรี่ตาลง “คำถามอะไรที่ทำให้คุณชวนชมต้องมาด้วยตัวเองเที่ยวหนึ่งแบบนี้คะ?”
ชวนชมกำหูหิ้วกระเป๋าถือที่อยู่ในมืออีกเล็กน้อย “คุณมายมิ้นท์ ยิ่งอยู่อาการของพ่อฉันก็ยิ่งแย่ลงไปทุกที หมอบอกว่า ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เขาอาจจะอยู่ได้ไม่ถึงครึ่งปีแล้ว”
“แล้วยังไงต่อคะ?” มายมิ้นท์จ้องมองเธอด้วยสายตาไม่มีปฏิกิริยาสั่นไหวเลยสักนิด
ชวนชมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ทีหนึ่ง “ตอนนี้พ่อของฉันต้องการไตข้างหนึ่ง ฉัน……”
“หยุดก่อน!” สีหน้าของมายมิ้นท์เคร่งขรึมลงมา น้ำเสียงก็เต็มไปด้วยความเย็นชา “ที่คุณมาที่นี่ จะมาเกลี้ยกล่อมฉันให้บริจาคไตให้เยี่ยมบุญอีกแล้วเหรอ? ถ้าใช่ ก็เชิญคุณกลับไปซะเถอะ ฉันคิดว่าต่อจากนี้ พวกเราก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันแล้วล่ะ”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...