มายมิ้นท์จ้องมองเสื้อเชิ้ตสีดำในมือชายหนุ่มที่ถูกเอามาใช้เป็นผ้าขนหนู แล้วอยู่ ๆ ก็รู้สึกน่าขำขึ้นมาเล็กน้อย
แต่เธอกลับหัวเราะต่อไปไม่ไหวแล้ว เพราะว่าไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว จึงได้แต่ขยับมุมปากเล็กน้อย แสดงออกให้เห็นว่าได้หัวเราะออกมาแล้ว
พอเปปเปอร์เห็นเข้า ก็ถามเสียงต่ำขึ้นมาว่า “หัวเราะอะไร?”
“หัวเราะฉันที่มีวาสนาดีจริง ๆ สามารถทำให้ประธานพันล้านคนหนึ่งมาคุกเข่าดูแลปรนนิบัติฉัน แถมยังเอาเสื้อเชิ้ตราคาหลายแสนมาใช้แทนผ้าขนหนูให้ฉันด้วย คุณว่าฉันจะไม่หัวเราะได้ยังไงกัน?” มายมิ้นท์จ้องมองชายหนุ่มแล้วก็ถามขึ้นมา
ชายหนุ่มใส่แค่เสื้อสูทตัวนอกอยู่ตัวเดียว
แล้วกระดุมเสื้อสูทก็มีอยู่แค่สองสามเม็ด แถมยังอยู่ใต้หน้าอกลงไป เพราะฉะนั้นแผ่นอกกว้างท่อนบนของเปปเปอร์ จึงสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน หน้าอกที่แข็งแรงบึกบึนนั่น รวมทั้งที่ผิวหนังที่สวยงาม
แล้วยิ่งบวกกับเพิ่งผ่านการออกกำลังกายมายกหนึ่ง บนผิวหนังของเขายังมีสีชมพูและคราบเหงื่อหลงเหลืออยู่ จนทำให้ตอนนี้ดูไปแล้วทั้งตัวเขาดูเซ็กซี่มาก เต็มไปด้วยเสน่ห์ของลูกผู้ชาย
มายมิ้นท์รู้สึกว่าตอนนี้หนังหน้าของตัวเองก็ด้านขึ้นมาไม่น้อย อย่างน้อยตอนที่เห็นเปปเปอร์ในสภาพแบบนี้ ก็ไม่เอะอะก็หน้าแดงขึ้นมา เอะอะก็ไม่กล้ามองอย่างเมื่อก่อนแล้ว
เธอในตอนนี้ สามารถชื่นชมได้อย่างสงบนิ่ง และที่สำคัญยังสามารถปล่อยให้ชายหนุ่มทำความร่างกายให้ตัวเองไปอย่างสงบนิ่งได้
นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอไม่มีทางทำได้แน่
แต่ว่าตอนนี้ เธอสามารถทำได้แล้ว
ในเมื่อเธอไม่มีเรี่ยวแรงและไม่อยากขยับเขยื้อน แล้วก็ไม่อยากให้บนตัวนั้นเหนียวเหนอะหนะด้วย ก็เลยต้องยอมปล่อยให้ผู้ชายที่ยังกระปรี้กระเปร่าอยู่เต็มเปี่ยม แถมยังมีเรี่ยวแรงเหลือเฟือคนนี้มาทำความสะอาดให้แล้ว
แล้วอีกอย่าง สามารถทำให้เศรษฐีพันล้านคนหนึ่งมาปรนนิบัติตัวเองอย่างคนรับใช้คนหนึ่ง มันไม่ดีตรงไหน?
อย่างน้อยความภาคภูมิใจในตัวเองและความรู้สึกเป็นเกียรติก็ถูกเติมเต็มอย่างเต็มที่แล้ว
และที่สำคัญอย่างที่เขาเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ ที่บอกว่าร่างกายทั้งตัวเคยถูกมองไปหมดแล้ว เคยลูบไปหมดแล้ว ยังจะมาอายอะไรอีก?
ยังไงก็แล้วแต่ ตามใจเถอะ ทำลายไปเถอะ!
พอเปปเปอร์ได้ยินคำพูดของมายมิ้นท์ ก็เช็ดคราบบนตัวมายมิ้นท์ออกด้วยท่าทีที่นุ่มนวล “มีโอกาสได้ปรนนิบัติคุณ ก็เป็นวาสนาของผมเหมือนกัน สำหรับผม การได้ปรนนิบัติคุณ ได้ดูแลคุณ ไม่ใช่เรื่องต่ำต้อยด้อยค่าอะไรเลย แต่เป็นเกียรติของผม แถมผมยังอยากปรนนิบัติคุณทั้งชีวิตด้วย และผมก็สามารถสั่งผ้าขนหนูที่ราคาเท่ากับเสื้อเชิ้ตมาล็อตหนึ่ง มาให้คุณใช้ได้ด้วย”
“อย่าค่ะ!” มายมิ้นท์ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี พยายามยกมือขึ้นมาห้ามปรามความคิดของชายหนุ่ม “คุณยอมปรนนิบัติฉันตลอดชีวิต ฉันก็ต้องดีใจอยู่แล้ว แต่ว่าการสั่งซื้อผ้าขนหนูที่ราคาแพงขนาดนั้น อย่าทำเลยค่ะ คุณไปปวดใจแต่ฉันปวดใจนะคะ”
นั่นมันเงินทั้งนั้นเลยนะ!
เปปเปอร์จ้องมองท่าทางเสียดายของมายมิ้นท์ ในดวงตาแฝงความขำขันไว้เล็กน้อย “ได้ เอาตามที่คุณต้องการเลย”
เธอไม่อยากใช้ผ้าขนหนูแบบนี้ งั้นใช้เสื้อผ้าของเขาก็เหมือนกัน
และอีกอย่างเมื่อเทียบกับผ้าขนหนูแล้ว เขากลับอยากใช้เสื้อผ้าตัวเองมาปรนนิบัติเธอมากกว่า
พอมองเห็นเสื้อผ้าตัวเองเช็ดผ่านร่างกายของเธอไป ร่างกายของเขาก็เร่าร้อนขึ้นมา
พอคิดได้แบบนี้ มือของเปปเปอร์ที่จับเสื้อเชิ้ตอยู่ ก็ค่อย ๆ กระชับแน่นขึ้นมา ราวกับว่ากำลังสะกดกลั้นอะไรอยู่
แต่ไม่นาน เขาก็สูดลมหายใจเข้าไปแรง ๆ ทีหนึ่ง และพยายามสะกดความกลัดกลุ้มในใจลง
มองต่อไปอีกไม่ได้แล้ว
ถ้าเอาอีก ร่างกายของเธอคงจะรับไม่ไหวแล้ว
พอคิดได้แบบนี้ เปปเปอร์ก็นวดขมับไปเล็กน้อย แล้วก็รีบเก็บความคิดอะไรบางอย่างไป แล้วเก็บเสื้อผ้าของมายมิ้นท์ที่ถูกทิ้งอยู่บนที่นั่งคนขับขึ้นมา แล้วเริ่มใส่ให้เธอไปทีละตัว
เขาดื่มด่ำกับชั้นตอนการใส่เสื้อผ้าให้เธอมาก โดยเฉพาะตอนที่เธอพิงอยู่ในอกเขาด้วยตัวอ่อนยวบ ท่าทางที่ปล่อยให้เขาทำตามใจชอบ มันช่างทำให้คนใจอ่อนยวบไปหมด ในขณะเดียวกัน สภาพที่ตัวอ่อนยวบไม่มีแรงขัดขืนเลยแม้แต่นิดเดียวของเธอ ก็ทำให้คนรู้สึกอยากจะรังแกขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง
เพราะฉะนั้น เสื้อผ้าที่จะสามารถใส่เสร็จได้อย่างรวดเร็วในตอนแรก กลับโดนเปปเปอร์ถ่วงเวลาอยู่นานถึงจะใส่เสร็จ
ในระหว่างนั้น เปปเปอร์ได้เอาเปรียบกับร่างกายของมายมิ้นท์ไปไม่น้อย
ซึ่งสิ่งเหล่านี้มายมิ้นท์ก็ได้มองเห็นทุกอย่างหมดแล้ว แต่เธอก็ไม่ได้โกรธ แล้วก็ขี้เกียจที่จะพูดอะไรแล้วด้วย แม้แต่มองตาขาวก็ยังไม่อยากทำเลย
ในที่สุด ก็ใส่เสื้อผ้าเสร็จสักที
เปปเปอร์ทำความสะอาดร่องรอยในรถไปเล็กน้อย พอมั่นใจว่าในรถไม่มีคราบอะไรที่น่าสงสัยหลงเหลือไว้แล้ว ถึงได้อุ้มมายมิ้นท์ลงจากรถไป แล้วก็เดินเข้าไปในลิฟต์เลย
มายมิ้นท์พิงอยู่ในอกเขา ค่อย ๆ หลับตาลง ย้อนคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้ ทั้งตัวก็รู้สึกเขินอายขึ้นมาจนแทบทนไม่ไหว
เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยจริง ๆ ว่าวันหนึ่งตัวเองจะมากล้าขนาดนี้ บ้าคลั่งขนาดนี้ มาทำเรื่องอย่างว่ากับเปปเปอร์ในลานจอดรถที่เป็นที่สาธารณะแบบนี้……
นี่เธอต้องชื่นชมตัวเองว่าเก่งสุดขีดเลยหรือเปล่านะ?
แล้วก็โชคดี ที่คนที่อาศัยอยู่ที่นี่นั้น มีความรู้อยู่ไม่น้อย และโชคดีที่รถที่เปปเปอร์ขับมาเป็นรถที่เขาขับอยู่เป็นประจำ ซึ่งก็ไม่ใช่รถธรรมดาทั่วไป
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักหวานอมเปรี้ยว
โดนสาดกรดก็รีบล้างออกสิ กว่าจะขับรถไปถึงก็กัดกร่อนไปถึงกระดูกแล้ว วางเรื่องมาให้พระนางฉลาดมาก แต่ดันไม่รู้ว่าต้องล้างด่วน...
ก็แค่บอกอีธานว่านังส้มเน่าอาจจะเป็นคนวางแผนฆ่าแฟนเก่า แล้วให้อีธานสะกดติตมันให้สารภาพ ก็จบแล้ว จะง่าวอะไรขนาดนั้น...