เทวิกาไม่รับเงินที่ย่ายื่นมาให้ คุณย่าโบว์จึงเก็บเงินไว้
ยศพัฒน์ยกชามข้าวต้มออกมา คุณย่าโบว์พลันเอ่ยอย่างใจดีว่า “พัฒน์ นายกับเทวิกาค่อยๆกินนะ ย่าจะไปสวนผักแล้ว”
“ครับ คุณย่า”
คุณย่าโบว์เรียกสามีตัวเองไปด้วยกัน
ไม่นาน บ้านตระกูลวาชัยยุงก็เหลือเพียงสองสามีภรรยาน้อย
“นายกินอาหารเช้าของบ้านฉันได้ไหม?”
เทวิกายังจำตอนครั้งแรกที่กลับคฤหาสต์ที่คอนโดกรีนทาวน์กับเขาได้ อาหารเช้าที่กินนั้นมีหลากหลายมากๆ
และอร่อยมากด้วย
ไม่เรียบง่ายเหมือนของบ้านเธอ
“กินได้สิ บอกแล้วว่าฉันไม่เลือกกิน จริงๆนะ”
ยศพัฒน์ลูบศีรษะเธออย่างรักใคร่ เอ่ยว่า “วิกา พวกเธอไม่ต้องกังวลว่าฉันจะรังเกียจความเป็นอยู่ของบ้านเธอ ฉันไม่รังเกียจ ไม่เลยสักนิด”
เทวิกายิ้ม “นายกินได้ก็ดี”
ถ้าเขาไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพความเป็นอยู่ของเธอ งั้นพวกเขาสองคนก็จะต้องหย่ากันในสักวัน
หลังทานอาหารเช้าเสร็จ เทวิกาก็เข็นจักรยานไฟฟ้าที่ปกติแม่เขาขี่ไปซื้อผักที่ตลาดออกมาจากโรงรถที่บ้านเธอสร้างเอง แล้วยิ้มเอ่ยกับยศพัฒน์ว่า “สามี มา ฉันพานายขี่ไปซื้อของที่ตลาด”
ยศพัฒน์เดินไป แล้วรับหมวกกันน็อกที่เธอยื่นมาให้ เมื่อสวมเสร็จ เขาก็อุ้มเธอไปไว้บนเบาะด้านหลัง ส่วนเขาก็ไปนั่งด้านหน้า
“เธอซ้อนฉันดีกว่า”
“นี่คือจักรยานไฟฟ้า”
“จักรยานฉันยังขี่ได้ไหลลื่นมากเลย”
เทวิกาพลันนึกถึงครั้งแรกที่เธอไปร่วมงานเลี้ยงกับเขา เธอใส่ชุดราตรีที่เขาส่งมาให้ แต่งตัวซะสวย แต่กลับนั่งซ้อนจักรยานไปตลอดทั้งทาง ดึงดูดสายตาผู้คนนับไม่ถ้วน
เป็นจุดสนใจสุดๆ!
“ก็ได้ ฉันให้นายขี่”
“กอดฉันแน่นๆ”
หา?
เทวิกาอึ้งครู่หนึ่ง ไม่นาน เธอก็กอดเอวของยศพัฒน์จากด้านหลัง
ยศพัฒน์พอใจแล้ว จึงจะเริ่มสตาร์ทเครื่อง
ขณะเดียวกัน ณ บี.เอ.เอ็ม. กรุ๊ป
ณัฏฐาแต่งตัวหรูหราสง่าสงาม สวมเครื่องประดับเพชรพลอยไม่น้อย ทั้งตัวเรืองไปด้วยแสงแพรวพราว
เธอถือกระเป๋าแอร์เมส เหยียบรองเท้าส้นสูง เดินบิดสะโพกเข้าไปในตึกบี.เอ.เอ็ม. กรุ๊ป
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามาหาใครคะ?”
พนักงานต้อนรับทักทายและรั้งณัฏฐาไว้อย่างมีมารยาท
ณัฏฐายิ้มตอบว่า “ฉันชื่อณัฏฐา มาหาคุณพัฒน์พวกคุณน่ะ ไม่ทราบว่าคุณพัฒน์อยู่หรือเปล่า?”
“คุณณัฏฐา วันนี้คุณพัฒน์ไม่ได้มาที่บริษัท คุณสามารถมาวันอื่นแทนได้ เพียงแต่คุณต้องนัดล่วงหน้า ปกติแล้วคุณพัฒน์จะไม่พบแขกผู้หญิงนอกเหนือจากลูกค้าและคนในครอบครัว”
ณัฏฐาเองก็รู้ว่ายศพัฒน์ไม่ใช่คนที่ขอพบได้ง่ายๆ ได้ยินพนักงานต้อนรับพูดประโยคหลัง เธอก็เอ่ยว่า “บ้านสามีฉันกับตระกูลอริยชัยกุลรู้จักกัน ฉันเห็นคุณพัฒน์พวกเธอมาตั้งแต่เด็กจนโต เขาเห็นฉันแล้วยังต้องเรียกฉันว่าน้าณัฏฐา”
พนักงานยังคงเอ่ยอย่างมีมารยาทว่า “คุณณัฏฐา นี่คือกฎของคุณพัฒน์ แม้เขาจะเรียกคุณว่าน้าณัฏฐาแต่คุณก็ไม่ใช่คนในครอบครัวของเขา เพราะฉะนั้น......”
พนักงานไม่พูดต่ออีก ณัฏฐาเข้าใจในความหมายคำพูดของเธอ
แม้เธอจะนัดล่วงหน้าตามกฎ ก็ไม่ได้เจอกับยศพัฒน์
เพราะเธอไม่ใช่คนในครอบครัวของยศพัฒน์ และก็ไม่ใช่ลูกค้าด้วย
“งั้น เธอรู้ไหมว่าพัฒน์ไปไหน?”
“คุณณัฏฐา ขออภัยค่ะ พวกเราเป็นแค่พนักงานต้อนรับ ไม่รู้ว่าคุณพัฒน์ไปไหนหรอกค่ะ”
ฤดูกาลที่ผลไม้สุกงอม พวกเขาก็ช่วยเก็บผลไม้ แม้แต่คุณย่าชนิศาตอนว่างๆก็จะไปแวะเที่ยวบ้านคนงานที่ตีนเขา
“เธอ มีเรื่องอะไรงั้นเหรอ?”
น่าจะเพราะคุณปู่ภูธิปรู้สึกว่าคนที่มาเป็นแขก ท่าทางแบบนี้ของเขาจะทำให้แขกรู้สึกอึดอัดมาก จึงเอ่ยถามตามมารยาท
ณัฏฐารีบเอ่ยว่า “ไม่มีอะไร ก็คือฉันเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก แล้วเอาของฝากมาให้คุณลุงคุณป้านิดหน่อยน่ะค่ะ”
“ขอบคุณ แต่เราไม่ขาดอะไร เราน้อมรับน้ำใจเธอ แต่ของเธอเอากลับไปเถอะ”
ณัฏฐา “......คุณลุงภูธิป ฉัน......”
“ถ้ามาเพื่อเปรม์ งั้นก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไร ครั้งนี้เปรม์ทำเกินไปแล้ว รอเปรม์ออกมาเมื่อไหร่ เธอก็สั่งสอนหล่อนดีๆ อายุจะสามสิบแล้วแท้ๆ ยังวู่วามขนาดนั้นอีก”
ผู้หญิงที่เหิมเกริมและมุทะลุแบบนั้นยังคิดจะแต่งงานกับหลานชายเขางั้นเหรอ?
ไม่มีทางเสียหรอก
และก็โชคยังดีที่หลานชายเขาเองก็ไม่ได้ชอบเปรมา
แม้เทวิกาจะไม่ได้มีฐานะดีมาก แต่บุคลิกนิสัยต้องดีกว่าเปรมาแน่ ๆ ผู้ชายตระกูลอริยชัยกุลจะแต่งงานกับภรรยาที่ดีเท่านั้น ไม่ดูยศถาบรรดาศักดิ์ ดูเฉพาะนิสัยและจิตใจ
“คุณลุงภูธิปพูดถูก ครั้งนี้เปรม์ผิดไปแล้ว ก็สมควรจะถูกสั่งสอน รอเธอออกมาเมื่อไหร่ ฉันก็จะสั่งสอนเธอดีๆเหมือนกัน”
ณัฏฐาพูดจบ ก็เปลี่ยนเรื่องถามคุณปู่ภูธิปว่า “ได้ข่าวว่าพัฒน์แต่งงานแล้วเหรอคะ”
“อืม”
“คุณลุงภูธิปเคยเจอกับเด็กคนนั้นหรือยังคะ? เธออยู่บ้านไหม ฉันอยากเจอเธอ”
ไม่กี่วันนี้ One Day In coffee ปิดทำการ
เธอไม่ได้ไปหาเทวิกาที่นั่น
ณัฏฐาอัดอั้นตันใจ ทว่ากลับไม่กล้าระบายออกมา จึงเผยใบหน้ายิ้มแย้ม เอ่ยว่า “ได้ยินมาว่า เธอคือน้องสาวของเพื่อนพัฒน์เหรอคะ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: รักนะจุ๊บๆ คุณสามีพันล้าน