สวี่วานพูดขึ้น "ถ้าฉันไม่ได้ยกเลิกสัญญากับบริษัท เรื่องนี้มีก็คงจะยากจริง ๆ เพราะว่าค่าพรีเซนเตอร์มันจะต้องผ่านมือบริษัทก่อน แต่ว่าตอนนี้ไม่มีบริษัทแล้ว ตัวฉันพูดอะไรก็เป็นอย่างงั้นได้ ยังจะไปมีปัญหาอะไรอีกล่ะ"
เพ้ยซานซานพูดขึ้นว่า "งั้นก็หมายความว่าสามารถแบ่งจ่ายได้นะซิ?"
สวี่วาน "......"
สวี่วานพิงอยู่บนโซฟา แล้วค่อย ๆ พูดขึ้นว่า "ในเมื่อช่วงนี้ฉันก็ไม่มีงานอะไรอยู่แล้ว อยู่บ้านเฉย ๆ ก็น่าเบื่อ ก็ถือซะว่าเป็นการร่วมงานกันไปเลย ยังจะมาเอาค่าพรีเซนเตอร์อะไรอีก"
หร่วนซิงหว่านสบตากับเพ้ยซานซานทีหนึ่ง
หร่วนซิงหว่านเม้นปากเล็กน้อย "ไม่ได้ ยังไงก็ต้องทำตามกฎ เซ็นสัญญากันไว้สักฉบับเถอะ พวกเราจะแบ่งจ่ายให้คุณทุกเดือน"
เพ้ยซานซานพยักหน้าขึ้น "ใช่ ไม่ว่ายังไง พวกเราก็จะไม่ให้คุณเสียเปรียบในครั้งนี้แน่ ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกเราจะยังจ่ายเงินก้อนนี้ไม่ไหว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตจะจ่ายไม่ไหวด้วย......"
"แน่นอนว่าฉันจะไม่เสียเปรียบอยู่แล้ว" พอสวี่วานเห็นพวกเธอสองคนมีท่าทีที่แน่วแน่ ก็ครุ่นคิดไปครู่หนึ่งแล้วถึงพูดขึ้นว่า "หรือไม่ก็เอาแบบนี้ละกัน ฉันก็ทำงานมาหลายปีขนาดนี้แล้ว แต่ว่าในมือก็ยังไม่มีทรัพย์สินอะไรสักอย่างเลย พวกคุณ......จะลองคิดดูสักหน่อยไหมว่าจะให้ฉันร่วมหุ้นด้วยได้หรือเปล่า?"
"ร่วมหุ้น?"
"ร่วมหุ้นเหรอ?"
เสียงของหร่วนซิงหว่านและเพ้ยซานซานดังขึ้นมาพร้อมกันทั้งสองคน และแฝงไว้ด้วยความสงสัย
สวี่วานพูดขึ้นว่า "ใช่ พอดีเลยช่วงนี้ฉันก็มีความคิดที่จะลงทุนธุรกิจเสริมอะไรสักหน่อย และนี่มันก็พอดีเลยไม่ใช่เหรอ? ถ้าฉันเป็นหุ้นส่วน งานพรีเซนเตอร์ก็จะกลายเป็นเรื่องภายในไปเลย ไม่ว่าจะได้กำไรเท่าไหร่ พอถึงตอนนั้นพวกคุณก็แบ่งผลกำไรมาให้ฉันก็พอแล้ว"
ยังไงหร่วนซิงหว่านก็ยังรู้สึกว่าเอาเปรียบสวี่วานเกินไปหน่อย ก็เลยลังเลเล็กน้อย "แต่ว่า......"
"หรือจะบอกว่า พวกคุณไม่มีความมั่นใจแบบนี้ แล้วรู้สึกว่าผลกำไรในอนาคตของสำนักงาน จะสู้ค่าพรีเซนเตอร์ของฉันไม่ได้งั้นเหรอ?"
เพ้ยซานซานตบน่องขาขึ้นมาทันที "งั้นก็เอาตามนี้เลย ตกลง!"
พูดแล้ว เพ้ยซานซานก็มองไปทางหร่วนซิงหว่าน "ซิงซิง ฉันรู้สึกว่าเธอพูดได้มีเหตุผล และที่สำคัญถ้าเราจะขยายขอบเขต แค่พึ่งพวกเราอย่างเดียวก็คงจะไม่พอ แล้วตอนนี้มีสวี่วานมาเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนด้วยก็กำลังพอดีเลยไม่ใช่เหรอ?"
ผ่านไปครู่หนึ่ง หร่วนซิงหว่านก็มองไปทางสวี่วาน แล้วยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย "ขอบคุณ ที่คุณเชื่อมั่นในตัวฉัน คุณเข้ามาเป็นหุ้นส่วนจะต้องไม่มีทางเสียเปรียบแน่ค่ะ"
สวี่วานเองก็ยิ้มขึ้นมา "งั้นฉันก็จะตั้งหน้าตั้งตารอส่วนแบ่งเลยนะ"
เพ้ยซานซานพูดขึ้นอีกว่า "ในเมื่อเรื่องนี้ตกลงกันได้แล้ว งั้นฉันก็จะต้องไปติดต่อกับ......"
สวี่วานพูดขึ้น "เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเป็นพรีเซนเตอร์มอบให้เป็นหน้าที่ฉันเถอะ ถึงแม้ว่าทีมงานของฉันจะไม่ได้ตามฉันออกมาด้วย แต่ว่าในมือฉันก็ยังพอมีเส้นสายอยู่บ้าง เรื่องประชาสัมพันธ์กับเรื่องโฆษณานั้นไม่มีปัญหาแน่นอน"
เพ้ยซานซานพูดขึ้นว่า "ได้ งั้นฉันจะไปหาสถานที่ถ่ายรูป จะมาถ่ายในสตูดิโอเล็ก ๆ นี่อีกไม่ได้แล้ว"
พอพูดเรื่องงานเสร็จแล้ว หร่วนซิงหว่านก็พูดขึ้นว่า "ช่วงนี้ฉินหยู่ฮุยยังมารบกวนคุณอยู่อีกหรือเปล่าคะ?"
สวี่วานส่ายหน้าขึ้นมา "ฉันได้ยินหร่วน......พูดมาว่า คดีอันนั้นของเขากำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มแล้ว แต่คนกลับมาหลบหนีไปซะก่อน ซึ่งไม่รู้ว่าตอนนี้จับตัวได้หรือยัง"
พอเพ้ยซานซานได้ยินก็ขมวดคิ้วขึ้นมา แล้วก็อดไม่ได้ที่จะพร่ำบ่นขึ้นว่า "เจ้าชั่วนี่จริง ๆ เลย ความตายมาอยู่ตรงหน้าแล้วยังไม่ยอมหยุดอีก คุณจะต้องระมัดระวังตัวให้มาก ๆ นะ เขาจะได้ไม่มาคิดอะไรชั่ว ๆ กับตัวคุณอีก"
สวี่วานพูดขึ้นว่า "วางใจเถอะ เขาเข้าไปในเขตชุมชนของเราไม่ได้หรอก พวกรปภ.รู้จักหน้าเขาหมดแล้ว"
เพ้ยซานซานก็พูดขึ้นอีกว่า "ทำไมเหรอ?"
คำพูดมาถึงขอบปากแล้ว แต่สวี่วานกลับพูดไม่ค่อยออกเลย เธอยิ้มแห้ง ๆ ขึ้นมาทีหนึ่ง แล้วยกน้ำขึ้นมาดื่มไปสองคำ
หร่วนซิงหว่านและเพ้ยซานซานต่างก็เข้าใจขึ้นมา แล้วก็ไม่พูดอะไรอีกเลย
สวี่วานอยู่จนเกือบจะถึงหนึ่งทุ่มถึงได้กลับไป พอส่งเธอออกไปแล้ว เพ้ยซานซานก็ได้บิดขี้เกียจยาว ๆ ขึ้นมาหนึ่งที "ในที่สุด เรื่องนี้ก็ถือได้ว่าจบลงสักที หินก้อนใหญ่ในใจฉันก็สามารถยกออกไปได้สักที"
หร่วนซิงหว่านพูดขึ้นว่า "ไปกัน กลับกันเถอะ พอดีเลยวันนี้ไม่มีเรื่องอะไร เดี๋ยวฉันทำกับข้าวให้เธอกินเอง"
พอได้ยิน เพ้ยซานซานก็นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วรู้สึกว่าอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ เล็กน้อย
หร่วนซิงหว่านยังไม่ทันได้ถามว่าเพราะอะไร ด้านหลังก็มีเสียงผู้ชายเสียงหนึ่งลอยมา "ซานซาน คุณหร่วน"
คือโจงเหวินป๋อนั่นเอง
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สามีเก่า...มาขอแต่งงานอีกแล้ว
เอาอีกแล้ว รวบรัดตัดจบในสามบทสุดท้าย ตัดทิ้งดื้อๆ ไม่เล่าว่าพี่กับพ่อพระเอกเป็นยังไง และตระกูลของหนิงหนิงเป็นไงกัน น้าชั่วของหนิงหนิงตายจริงไหม...