สงครามที่จัตุรัสน้ำแข็งได้สิ้นสุดลง
เผ่าต่างๆนั้นเลือกที่จะจํานนต่อพันธมิตรชิงเซวียน
หลินหยางรู้ว่านี่คือโอกาสอันดีในการดึงดูดความสนใจของผู้คนจึงได้ใช้สายตาส่งสัญญาณกับอ่าวหานเหมย
อ่าวหานเหมยที่เห็นสถานการณ์ก็รีบก้าวไปข้างหน้าในทันที
"ท่านอ่าวหานเหมย สิ่งที่ท่านกับผู้นำพันธมิตรหลินพูดมานั้นเป็นความจริงใช่ไหม ท่านจะไม่ฆ่าพวกเราใช่ไหม"
มีใครบางคนถามอ่าวหานเหมยอย่างระมัดระวัง
อ่าวหานเหมยหัวเราะทันทีและพูดว่า "แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริง เราจะทําร้ายเพื่อนร่วมชาติได้อย่างไรกัน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกคนในตระกูลอ่าวหานนั้นเท่าเทียมกัน เราจะแบ่งส่วนแบ่งให้กับทุกๆคน"
"จริงเหรอ"
"เยี่ยมไปเลย!"
"ขอบคุณท่านอ่าวหานเหมย"
หลายคนร้องไห้ด้วยความดีใจ แต่แน่นอนว่ายังมีบางคนที่ยังคงรู้สึกสงสัยอยู่
ก็แค่คำพูดที่ดูสวยหรู ไม่ว่าใครก็สามารถพูดออกมาได้
หลินหยางที่เห็นสถานการณ์ทั้งหมดก็รับรู้ว่าถึงเวลาที่ต้องทำให้ทุกคนวางใจ เขาจึงรีบก้าวออกไปข้างหน้า
"ทุกคน ได้โปรดช่วยใจเย็นลงหน่อย แล้วฟังผมพูดด้วยนะครับ"
เมื่อเห็นหลินหยางก้าวออกไป สายตาของผู้คนก็จับจ้องไปที่เขาทันที
"ทุกคน ผมรู้ว่าพวกคุณสงสัย และยังไม่เชื่อใจพันธมิตรชิงเซวียน แต่ตัวผมเอง หลินหยางสามารถรับรองกับทุกคนที่อยู่ที่นี่เกี่ยวกับตระกูลอ่าวเสวี่ยได้ พันธมิตรชิงเซวียนจะไม่เข้าไปแทรกแซงตระกูลอ่าวเสวี่ย แต่จะเข้าไปช่วยพัฒนาตระกูลอ่าวเสวี่ยในฐานะพันธมิตรเท่านั้น ถ้าทุกคนคิดว่าการรับรองแค่ของผมคนเดียวนั้นดูไม่น่าเชื่อถือ ทุกคนสามารถถามคนที่อยู่ข้างๆผมได้เลย"
"คนนี้คือยอดเจ้าแห่งสำนักที่ครั้งหนึ่งเคยครองอํานาจเหนือใครบนหุบเขาอูซาน อูหง ท่านอูหงได้ต่อสู้บนภูเขาเทียนเสิน โดยมีตำหนักเทียนเสินคอยช่วยเหลืออยู่ด้านหลัง ซึ่งนั่นทําให้กองทัพทั้งหมดของหุบเขาอูซานถูกทําลาย หลักจากนั้น เขาก็ได้เข้าร่วมพันธมิตรชิงเซวียนของผม และช่วยจัดระเบียบหุบเขาอูซานใหม่ทั้งหมด พวกคุณสามารถถามเธอได้เลยว่าคนของผมเคยปฏิบัติกับเธออย่างไม่เป็นธรรมบ้างไหม"
"แล้วก็ยังมีอีกท่านนี้ สำนักทุ่งน้ำแข็งห้าทิศที่แสนทรงพลัง หากผมต้องการจะรวมทุ่งน้ำแข็งห้าทิศเข้ากับเราก็ง่ายราวกับพลิกฝ่ามือเท่านั้น แต่ตัวผม หลินหยางคนนี้ไม่มีเจตนาที่จะยึดครองสำนักต่างๆ ใครก็ตามที่เข้าร่วมพันธมิตรชิงเซวียนก็ล้วนเข้ามาในฐานะสมาชิกคนหนึ่งเท่านั้น และพวกเขายังสามารถรักษาสำนักของตนเองไว้ได้"
"รวมถึงตระกูลอ่าวเสวี่ยของพวกคุณด้วย เพราะอ่าวหานเหมยเป็นภรรยาของผม ผมไม่สามารถเฝ้ามองดูครอบครัวของเธอถูกข่มเหงรังแกได้ มาวันนี้ก็ทำได้เพียงแค่กําจัดพวกที่ข่มเหงตระกูลอ่าวเสวี่ยให้หายไปเท่านั้นเอง"
"ดังนั้นเรื่องที่ฉันเคยให้คำสัญญาเกี่ยวกับอ่าวหานเหมย และคําสัญญาที่ผมพูดไว้ก่อนหน้านี้ ผมสาบานว่าจะทําตามคำสัญญาอย่างแน่นอน"
เมื่อพูดคําพูดเหล่านี้ออกมา ทั้งอูหง หัวเทียนไห่ และคนอื่น ๆ ก็ออกมาเป็นพยานให้ในทันที
"ฉันขอรับรองด้วยชื่อเสียงของหุบเขาอูซานว่าสิ่งที่ผู้นำพันธมิตรหลินพูดนั้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด"
"ฉันก็รับประกันเช่นกัน"
"ฉันด้วย!"
เสียงพูดดังขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งนานก็ยิ่งมีคนออกมาพูดมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเห็นแบบนี้ ทุกเผ่าก็ลดความระมัดระวังลง แล้วพยักหน้าอย่างเงียบ ๆ
แต่ในเวลานั้นเองก็มีเสียงดังมาจากทางของตระกูลอ่าวเสวี่ย
"คนก็คนของนาย แล้วก็มารับรองให้นายเองงั้นเหรอ นี่คงไม่ใช่เรื่องตลกของพระเยซูหรอกใช่มั้ย"
เมื่อประโยคนั้นจบลง เสียงหายใจหอบถี่ที่ดูที่น่ากลัวก็ดังขึ้น
“ท่านยอดฝีมือประจำตระกูล”
อ่าวเวยอินเงยหน้าขึ้น สีหน้าดูเคร่งขรึม
หลินหยางก็เงยหน้าขึ้นมามอง
แต่กลับมองเห็นระยะไกลว่ามีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาอย่างช้า ๆ
"ขอต้อนรับผู้นำตระกูล"
อ่าวหลีเฟิ่งดีใจมาก แล้วรีบคุกเข่าลงบนพื้นพร้อมกับผู้คนที่อยู่รอบตัว และตะโกนเสียงดัง
ผู้คนในเผ่าเหล่านั้นเห็นสถานการณ์ สีหน้าของพวกเขาก็ดูเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆจนไม่รู้ว่าจะทําอย่างไรดี
ผู้นำตระกูลที่ดูคล้ายกับมังกรจิตวิญญาณที่ไม่สามารถคาดเดาสิ่งใดได้ สุดท้ายก็ปรากฏตัวขึ้น
คนคนนั้นคือชายที่มีผมสีขาวและไว้หนวดเคราขาว แต่ท่าทางกลับดูเหมือนคนที่อายุยังน้อย
ชายคนนั้นสวมชุดคลุมสีขาวลายหิมะ บรรยากาศรอบตัวดูเย็นชา สายตาของเขาคมราวกับดาบ และก็ค่อยๆก้าวเข้ามาหา
รู้สึกถึงความแข็งแกร่งดูเหมือนไม่อาจประเมินได้
ทันทีที่เขายืนนิ่ง บรรยากาศของเขาทำให้ผู้คนรอบข้างสงบลง
"คุณอึ้งอะไรกันอยู่ เห็นผู้นำตระกูลแล้วทําไมยังไม่รีบคุกเข่าเพื่อทำความเครพกันอีก"
นายท่านตระกูลที่อยู่ข้างๆตะโกนขึ้นมาทันที
เสียงตะโกนนั้นดังกังวานเหมือนเสียงฟ้าร้อง ดังจนแก้วหูจะแตก
“ฉัน... ฉันขอคำนับนายท่านตระกูล!”
บางคนที่ทนต่อความกลัวไม่ได้ก็รีบคุกเข่าลงบนพื้น และโขกหัวให้อย่างสั่นเทา
ผู้คนจํานวนมากตื่นตระหนก และไม่รู้ควรจะทําอย่างไร
ตอนนี้ แม้แต่อ่าวหานเหมยก็ยังสั่นเล็กน้อย
ท้ายที่สุดแล้วคนๆนั้นคือกําลังรบที่ใหญ่ที่สุดของตระกูลอ่าวเสวี่ย
เขา จะสามารถเอาชนะได้ไหมนะ
อ่าวหานเหมยไม่รู้ แต่ตัวเธอเองไม่มีทางเลือก
"อ่าวเหรินหลง! คุณสมรู้ร่วมคิดกับคนของตระกูล ก่อเกิดความวุ่นวาย และทำให้ผู้คนกลายเป็นทาส! ทำร้ายผู้คน ปกครองอย่างเผด็จการ ในฐานะตัวแทนของตระกูลอ่าวเสวี่ย ฉันขอขับคุณออกจากตระกูลอ่าวเสวี่ย ถ้าคุณมีคิดได้ก็พาคนของคุณออกไปด้วย ไม่เช่นนั้น คุณจะต้องตายที่นี่!”
อ่าวหานเหมยหายใจเข้าลึก ๆ และตะโกนออกไปด้วยน้ำเสียงดุดัน
คําพูดประโยคนี้ดูแปลกมาก คนที่ฟังก็แปลกมากเช่นกัน
แต่อ่าวหานเหมยต้องชูประเด็นแบบนี้ขึ้นมา
เพราะเธอต้องล้มล้างการปกครองของตระกูลในฐานะคนของตระกูลอ่าวเสวี่ย
อ่าวเวยอินพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ และสายตาก็เต็มไปด้วยความเสียใจ
เดิมทีเธอยังไม่คิดจะยอมรับความผิด แต่หลินหยางกลับพูดยอมรับออกไปโต้งๆ ซึ่งหมายความว่าความพยายามในอดีตของเธอทั้งหมดนั้นสูญเปล่า
แต่หลินหยางกลับหันหน้าไปหาชูชิวที่ยืนอยู่ข้างๆ "ฉู่ชิว เอาสิ่งนั้นออกมา"
"ได้ครับ ผู้นำพันธมิตร"
ฉู่ชิวพยักหน้าแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
โทรศัพท์นั่นเป็นของหลินหยาง
ทุกคนรู้สึกสับสนมาก
อ่าวหานเหมยตกตะลึง ดูเหมือนเธอจะคิดอะไรออกจนทำให้เธอเผยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง
"คุณบอกว่าผมพูดจากลับกลอกงั้นเหรอ งั้นผมจะให้คุณดูหลักฐานเอาก็แล้วกัน"
หลินหยางยกโทรศัพท์ให้ขึ้นสูง และกดเล่นวิดีโออย่างรวดเร็ว
ภาพที่อยู่วิดีโอแสดงให้เห็นฉากที่หลินหยางต่อสู้กับอ่าวเทียนซวง
ปรากฏว่า หลินหยางได้หาวิธีป้องกันไว้ล่วงหน้าแล้ว ตั้งใจให้ฉู่ชิวถ่ายวิดีโอช่วงเวลาต่อสู้กันที่อยู่บนเขา
เมื่ออ่าวหลีเฟิ่งมองเห็นสถานการณ์แบบนี้ สีหน้าของเขาก็ดูมืดลงทันที แต่จิตใจของเขายังไม่ยอมแพ้จึงได้ถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า: "แล้วซากนกน้ำแข็งบนภูเขาน้ำแข็งคุณจะอธิบายอย่างไร เราพบซากนกน้ำแข็งในห้องใต้ดินของเผ่าเย่ไหม พวกคุณเก็บสิ่งนี้ไว้ ไม่มีความผิดอย่างนั้นหรือ"
"ผมเป็นคนฆ่านกน้ำแข็ง ดังนั้นศพนี้ก็ควรจะเป็นของผม แล้วผมมีความผิดอะไร"
หลินหยางกล่าว
"จะว่าไปแล้ว คนของเผ่าเย่ไหมที่ตายบนภูเขาน้ำแข็ง คุณก็เป็นคนฆ่าด้วยงั้นเหรอ"
อ่าวหั่วอวิ๋นถาม
"นั่นเขาถูกฆ่าโดยนกน้ำแข็ง ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน"
หลินหยางส่ายหัว
"แก..."
”
"อีกอย่าง อ่าวหั่วอวิ๋น คุณคิดว่าพวกคุณไม่มีความผิดงั้นเหรอ"
หลินหยางพูดฮึมฮัม และปล่อยวิดีโอการซุ่มโจมตีของกลุ่มอ่าวหั่วอวิ๋นบนภูเขาน้ำแข็งออกมา
คนของเผ่าซวงต่างก็พูดอะไรไม่ออก
ผู้คนของเผ่าต่างๆที่อยู่รอบๆ ต่างก็โกลาหล
"คนของเผ่าซวงที่รอฆ่าฉัน นี่ไม่มีความผิดงั้นเหรอ แต่นายท่านตระกูลก็รู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้แต่กลับปล่อยปะละเลยแบบนี้ ไม่ใช่ว่าสมรู้ร่วมคิดหรอกเหรอ เอาล่ะ คราวนี้พวกคุณจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไรดี"
หลินหยางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
พอเขาพูดจบประโยค เสียงดังรอบตัวกลับแปลเปลี่ยนเป็นเงียบงัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...