หลังจากที่รักษาอาการบาดเจ็บให้คนของตระกูลอ่าวเสวี่ยเสร็จก็รีบมุ่งหน้าไปยังฐานที่มั่น
ขณะนี้ภายในฐานที่มั่นได้มีผู้ป่วยอยู่เป็นจำนวนมาก
แต่ละที่เต็มไปด้วยเปลสนามและก็มีคนป่วยนอนอยู่ในเปลสนาม
ส่วนหอเฟิงไห่นั้นได้เต็มไปด้วยผู้ป่วย
"ผู้นำพันธมิตร หลังจากที่คุณเดินทางไปที่ธารน้ำแข็ง กลุ่มพันธมิตรลับกลุ่มหนึ่งที่นำโดยตระกูลม่านก็บุกเข้ามาโจมตีหุบเขาเทียนเสินของเราและเข้ามาปักหลักในหุบเขาเทียนเสิน! คนของเราบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก โดยเฉพาะตระกูลอวี่...ที่ล้มตายไปกว่าครึ่ง แม้แต่คุณอ้ายหร่านเอง...ก็..."
ฉู่ชิวที่เอาแต่ก้มหน้ากล่าวเสียงสะอึกสะอื้น
"เกิดอะไรขึ้นกับอ้ายหร่าน?"
หลินหยางรีบหันไปกระชากคอเสื้อของฉู่ชิวและตะคอกถาม
ฉู่ชิวไม่พูดอะไรและเพียงมองไปที่ดาดฟ้าของหอเฟิงไห่
สีหน้าของหลินหยางเปลี่ยนไปทันที
หอเฟิงไห่ก็เปรียบเสมือนกับห้องฉุกเฉิน ภายในพันธมิตรเอง ไม่ว่าใครที่ถูกส่งไปที่นั่นล้วนไม่สามารถรักษาช่วยชีวิตได้
และดาดฟ้าของหอเฟิงไห่...ก็คือสถานที่เก็บศพนั่นเอง
หลินหยางผลักฉู่ชิวออกทันทีพร้อมกับมุ่งหน้าไปที่ดาดฟ้าทันที
ภายในชั้นดาดฟ้า อูหงกำลังนั่งอยู่ข้างเตียง
และบนเตียงก็มีใครคนหนึ่งที่ร่างกายเต็มไปด้วยเลือด
นั่นก็คืออ้ายหร่านนั่นเอง
แต่เธอในตอนนี้กลับไม่มีลมหายใจแล้ว
เลือดที่อยู่บนเสื้อผ้าได้แห้งลงแล้ว ริมฝีปากของเธอก็ซีดเผือด ซึ่งคาดว่าน่าจะหมดลมหายใจไปหลายชั่วโมงแล้ว
หลินหยางรีบวิ่งเข้าไปและหยิบเข็มเงินขึ้นมาฝังเข็มไปตามจุดชีพจรของอ้ายหร่านเพื่อหวังจะทำให้เธอฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง
แต่เมื่อเข็มปักไปที่ผิวหนังของเธอก็หักลงทันที
"ผู้นำพันธมิตร!"
อู่หงรีบกล่าว "ในร่างกายของคุณอ้ายหร่านมีพลังงานที่แปลกประหลาดอยู่! เมื่อมีพลังงานนี้อยู่ ทำให้ไม่ว่าเราทำการรักษายังไงก็ไม่สามารถรักษาเธอให้หายได้ ไม่เพียงเท่านี้ พลังงานนี้เสมือนเป็นยาพิษที่ค่อยๆ ทำลายร่างกายและอวัยวะภายในของเธออย่างเชื่องช้า..."
หลินหยงได้ยินเข้าก็รีบหยิบเข็มมังกรหงเหมิงออกมาและปักไปที่บริเวณหน้าอกของเธอ
และแม้จะเป็นเข็มมังกรหงเหมิงก็ไร้ผล หลังจากที่เข็มปักเข้าไปในร่างกายของอ้ายหร่านก็ถูกพลังงานหนึ่งผลักออกมา
ควับ!
เข็มมังกรหงเหมิงกระเด็นลอยออกมาและปักไปบนกำแพงข้างหลังอย่างแรง
หลินหยางเห็นเข้าก็รู้สึกโกรธจนตาแดงก่ำ
นี่เป็นพลังงานที่น่ากลัวยิ่งกว่าพลังปราณแห่งการตายเสียอีก
อวัยวะภายในของอ้ายหร่านถูกพลังงานนี้จัดการจนย่ำแย่และไม่เหลือพลังปราณแห่งความตายแล้ว ฉะนั้นการจะรักษาเธอให้หายนั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้
อีกอย่าง อ้ายหร่านเองก็หมดลมหายใจเกินห้าชั่วโมงแล้ว หากยังต้องเสียเวลาเช่นนี้อีกต่อไป แม้ว่าหลินหยางจะสามารถรักษาให้เธอฟื้นกลับขึ้นมาได้อีกครั้งก็ถือเป็นเรื่องยาก
หลินหยางหยิบมีดเทียนเซิงออกมาและฟันไปที่อ้ายหร่าน
แกร๊ง!
พลังการมีชีวิตที่พลุ่งพล่านของมีดเทียนเซิงเข้าปกคลุมร่างกายของอ้ายหร่านทันที
หลังจากนั้น
อั่ก!
เธอกระอักเลือดออกมาและไม่เพียงเท่านี้ จมูก หูและตาของเธอก็มีเลือดไหลออกมา
ทว่ายังไม่มีร่องรอยว่าเธอจะฟื้นกลับขึ้นมาได้
"ผู้นำพันธมิตร ทำแบบนี้ต่อไปไม่ได้ พลังงานส่งผลต่อพลังงานที่อยู่ในร่างกายของคุณอ้ายหร่าน หากยังทำเช่นนี้อีกร่างกายของเธอจะต้องพังไม่เหลือซากแน่!"
อูหงรีบเข้ามาจับตัวอ้ายหร่านเอาไว้
มีหรือหลินหยางจะไม่รู้อาการของหลินหยาง?
แต่ตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
พลังงานที่อยู่ในร่างกายของอ้ายหร่านเกินกว่าที่เขาคาดคิดไปมาก เป็นพลังงานที่ลึกลับซับซ้อนและคนธรรมดาทั่วไปในดินแดนแห่งนี้ไม่มี
"เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
หลินหยางยื่นมือออกไปสัมผัสใบหน้าที่เยือกเย็นของอ้ายหร่านและกล่าวเสียงแหบแห้ง "ใครกัน...ที่ฆ่าเธอ?"
"ไม่รู้แน่ชัด"
อูหงส่ายหน้า "ไม่เคยเห็นเขาคนนั้นมาก่อน ได้ยินชื่อเหมือนว่าจะเป็นเหล่าจู่ของตระกูลม่าน (บรรพบุรุษตระกูลม่าน)!"
"บรรพบุรุษตระกูลม่าน?"
"ผู้นำพันธมิตร เรารู้เรื่องของตระกูลม่านอย่างดี แต่เขาคนนั้นเป็นใครเรากลับไม่รู้อะไรเลย"
ขณะนี้เอง เจ้าเมืองหนานหลีเฉิงก็เดินเข้ามาและกล่าวเสียงแหบแห้ง "ครั้งนี้มีกองกำลังกลุ่มเล็กๆ มากกว่าห้ากลุ่มที่บุกเข้ามาโจมตีหุบเขาเทียนเสิน และแต่ละกลุ่มก็มีความสามารถมาก อีกอย่างพวกเขาวางแผนมานานแล้วและบุกโจมตีเข้ามาอย่างกะทันหัน ทำให้เราตั้งรับไม่ทันและรับมือไม่ได้ คุณอ้ายหร่านได้รีบส่งกองกำลังรักษาหุบเขาเทียนเสินและกองกำลังเสริมได้ทันเวลาเพื่อหยุดอีกฝ่ายไม่ให้รุกล้ำเข้ามาในหุบเขาเทียนเสิน แต่ขณะที่เรากำลังจะได้รับชัยชนะนั้น จู่ๆ ชายที่ถูกเรียกว่าเป็นบรรพบุรุษตระกูลม่านก็ปรากฏตัวขึ้น เขา...เขาเป็นคนทำร้ายคุณอ้ายหร่าน"
หลินหยางเก็บกลั้นความโกรธไว้และถามอย่างเคร่งขรึม
"ว่ากันว่า...บรรพบุรุษตระกูลม่านคนนั้นได้บรรลุวรยุทธ์ถึงระดับขั้นนั้นแล้ว"
ตู๋กูเวิ่นกล่าว
"ระดับเทพเซียนแห่งแผ่นดิน?"
"ถูกต้อง นี่คือข่าวที่ตระกูลซื่อเจียของเราเพิ่งได้ข่าวมา"
ตู๋กูเวิ่นกล่าว "ผู้นำพันธมิตรหลิน ตอนนั้นที่คุณต่อสู้กับเย่เหยียนอย่างดุเดือดและจบลงด้วยการที่เย่เหยียนหลบหนีไป แม้ว่าสถิติในครั้งนั้นจะยอดเยี่ยมและน่าประทับใจมาก แต่ด้วยเหตุผลหลายอย่าง ผมคิดว่าด้วยความสามารถของคุณในตอนนี้คงไม่สามารถสู้กับเทพเซียนแห่งแผ่นดินได้! และครั้งนี้จะไม่เหมือนกับการต่อสู้ที่หุบเขาเทียนเสิน เบื้องหลังกองกำลังของตระกูลม่านนั้นมีจำนวนมากเกินกว่าหุบเขาเทียนเสินอย่างมาก หากจะต้องต่อสู้กันขึ้นมาจริงคุณจะต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบไปทุกทาง!"
คำพูดของตู๋กูเวิ่นนั้นฟังดูมีเหตุผลมาก
จากความสามารถของพันธมิตรชิงเซวียนและหลินหยางแล้วนั้น หากจะต้องต่อสู้กับตระกูลม่านขึ้นมาละก็พวกเขาไม่มีทางได้เปรียบอย่างแน่นอน และอาจถึงขั้นทำให้พันธมิตรชิงเซวียนต้องถูกถล่มอย่างไม่เหลือซากก็เป็นได้
เพราะทั้งกลุ่มพันธมิตรทั้งหมดแล้วนั้นก็มีเพียงหลินหยางคนเดียวเท่านั้นที่สามารถรับมือกับความสามารถระดับเทพเซียนแห่งแผ่นดินได้ ส่วนคนอื่นก็เปรียบเสมือนมดตัวเล็กๆ เมื่อเทียบกับคนระดับนั้น
"ผู้นำพันธมิตรหลิน ผมรู้ว่าคุณโกรธมาก คุณได้สูญเสียกองกำลังไปจำนวนมากกับเรื่องนี้ เหมือนว่าคุณอ้ายหร่านเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วย แต่ผมจำเป็นต้องเตือนคุณว่าบางครั้งก็ควรอดทน สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยสักนิด" ตู๋กูเวิ่นกล่าวอีกครั้ง
หลินหยางครุ่นคิดอยู่นานและจากนั้นก็กล่าว "รู้ไหมว่าทำตระกูลม่านถึงบุกมาโจมตีหุบเขาเทียนเสิน?"
"ได้ยินมาว่าภายในหุบเขาเทียนเสินมีแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่เหมาะแก่การฝึกซ้อม และรวมถึงที่หุบเขาเทียนเสินเป็นเพียงที่เดียวที่มีเส้นทางมุ่งสู่ดินแดนชีพจรมังกรที่อยู่ใต้ดิน เลยทำให้ตระกูลม่านบุกมาโจมตี เมื่อมีบรรพบุรุษตระกูลม่านคอยให้การสนับสนุน ทำให้พวกเขาไม่กลัวพันธมิตรชิงเซวียนของพวกคุณไงล่ะ"
ตู๋กูเวิ่นกล่าว
"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง"
หลินหยางหลับตาลงและถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ครั้งนี้ต้องขอบคุณคุณชายตู๋กูมาก"
"ผู้นำพันธมิตรหลินไม่ต้องเกรงใจ คุณเองก็เคยช่วยผมไว้ เรื่องวันนี้ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก"
ตู๋กูเวิ่นลุกขึ้นยืนและยกกำปั้นขึ้นกล่าว "สิ่งที่ควรพูดก็พูดไปแล้ว ผู้นำพันธมิตรหลิน ผมต้องขอตัวลากลับก่อน!"
"คุณชายตู๋กู ผมอยากจะถามอะไรคุณเป็นคำถามสุดท้าย"
หลินหยางกล่าว
"อะไรเหรอ?"
"ไม่ทราบว่าตอนนี้บรรพบุรุษตระกูลม่าน...อยู่ที่ไหน?"
เมื่อพูดจบตู๋กูเวิ่นก็สะดุ้งขึ้นมาอย่างอดไม่ได้และหลังจากนั้นก็ส่ายหน้า "ดูเหมือนว่าที่ผมพูดไปก่อนหน้านี้....คุณกลับไม่ได้ฟังมันเลย ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไร..."
เมื่อพูดจบก็ไม่ตอบอะไรและจากนั้นก็เดินออกไป
หลินหยางเฝ้ามองดูตู่กูเวิ่นเดินจากไปและแววตาที่โกรธแค้นของเขาก็เก็บซ่อนไว้ไม่ได้อีกต่อไป...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...