รอตอนที่หลินหยางกลับมาที่พันธมิตรชิงเซวียนแล้ว พวกฉู่ชิว อ่าวเวยอิน ตู๋กูเวิ่นและเจ้าเมืองหนานหลี่เฉิงก็ออกฌานมาแล้ว
ทุกคนมีทักษะในการเข้าใจสูง บวกกับหลินหยางทำตัวเป็นแบบอย่างทั้งคำพูดและการกระทำ คิดไม่ถึงว่าพลังสวรรค์ของคนเหล่านี้จะได้รับการเปลี่ยนแปลงได้
ไม่เพียงเท่านี้ การฝึกฝนวิชาของพวกเขาก็พัฒนาไปมาก
ทุกคนตื่นเต้นและดีใจเป็นอย่างมาก
“คิดไม่ถึงว่าหลังจากพลังแห่งสวรรค์มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว จะมหัศจรรย์ขนาดนี้ พลานุภาพเหล่านี้ เพียงพอที่จะทำให้พวกเราสามารถตีเสมอเทพเซียนแห่งแผ่นดินที่แท้จริงได้!”
ตู๋กูเวิ่นยกสองฝ่ามือขึ้น อารมณ์ล่องลอย ราวกับว่าเขายังไม่สามารถฟื้นตัวจากการเข้าฌานได้
ส่วนคนอื่นก็ประมาณนี้
หลินหยางกวาดสายตามองทุกคน และเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงพูดว่า”ผู้นำหอเฮ่าเทียนล่ะ?”
เมื่อได้ยินคำนี้ ทุกคนจึงมองซ้ายมองขวา แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเฮ่าเทียนเลย
“นั่นสิ ท่านเฮ่าเทียนไปไหนแล้ว?”
“จากทักษะของเขา ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนแปลงสำเร็จจนออกจากฌานไปนานแล้วหรือเปล่า?”
ทุกคนพากันพูดคุยกัน
แต่นัยน์ตาของหลินหยางสั่นไหวเล็กน้อยเหมือนเขาเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว จึงพูดด้วยน้ำเสียงอึมครึมว่า”ฉู่ชิว!”
“ครับ!”
ฉู่ชิวยืดตัวตรงตอบรับทันที
“ไป ส่งคนไปป้องกันบริเวณที่ผู้นำหอเฮ่าเทียนฝึกฝน ก่อนที่ท่านเฮ่าเทียนจะออกมา อย่าให้คนเข้าไปใกล้เด็ดขาด!”
“รับทราบ!”
ฉู่ชิวตอบรับทันที
แต่คนที่อยู่บริเวณโดยรอบกลับตื่นตะลึงพรึงเพริด
“ผู้นำพันธมิตร หรือว่าท่านเฮ่าเทียนจะทะลวงแตกฉานแล้ว?”
เจ้าเมืองหนานหลี่เฉิงถามอย่างระมัดระวัง
“อาจจะใช่!”
หลินหยางพูดอย่างราบเรียบ
ทุกคนสูดหายใจเข้า ไม่อยากจะเชื่อเลย
แค่ระยะเวลาสั้นๆ จะมีเทพเซียนแห่งแผ่นดินเกิดขึ้นอีกแล้วเหรอ?
หรือว่าการกำเนิดเทพเซียนแห่งแผ่นดินเป็นเรื่องง่าย?
ความเป็นจริงไม่ใช่แบบนี้
ต้องเข้าใจก่อนว่าเฮ่าเทียนเป็นผู้นำของหอเหลยเจ๋อเทียนมาเกือบร้อยปีแล้ว และภายในร้อยปีนี้ เขาไม่สามารถไปถึงระดับที่สูงขึ้นและก้าวเข้าสู่อาณาจักรสูงสุดได้เลย
นี่คืออุปสรรค
เขาหวังจะพลิกสถานการณ์มาโดยตลอด และหวังว่าจะได้พลิกสถานการณ์ด้วย
และวันนี้หลินหยางที่เป็นเทพเซียนแห่งแผ่นดินก็มอบโอกาสนี้ให้เขา
แน่นอนว่าเขาจะต้องมีเค้าลางที่จะทะลวงแตกฉาน
แต่จะสามารถยึดกุมไว้ได้หรือไม่นั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ทุกอย่างต้องอยู่ที่ตัวของเฮ่าเทียนเอง
หลินหยางไม่สามารถยืนอยู่หน้าประตูเพื่อเกาะติดเฮ่าเทียนได้
ไม่ว่าเขาจะทะลวงได้หรือไม่นั้น ก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรมากมายกับหลินหยาง
ตอนนี้เขามีเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่ต้องทำ
นั่นก็คือเทียนฉือ
“ผู้นำพันธมิตร พวกเราจะเอาคนไปเท่าไหร่เหรอครับ?”
ฉู่ชิวจัดการเรื่องของเฮ่าเทียนเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็มาถามหลินหยาง
“ไม่ต้องเอาคนไปเยอะ”
หลินหยางคิดอยู่สักพักหนึ่ง เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้จึงพูดขึ้นว่า”เอาคนที่เพิ่งออกจากฌานครั้งนี้ไปก็พอ พอดีเลย ผมก็อยากจะดูการเปลี่ยนแปลงของพลังสวรรค์พวกเขาว่าเป็นยังไงบ้างแล้ว ครั้งนี้ก็จะได้ชี้แนะพวกคุณด้วย!”
“รับทราบ ผู้นำพันธมิตร!”
ฉู่ชิวรับคำสั่งแล้วไปแจ้งประกาศทันที
ไม่นานทุกคนก็มารวมตัวที่ตีนเขาเทียนเสิน
คนไม่เยอะ นอกจากฉู่ชิวก็มีอ่าวเว่ยอิน ตู๋กูเวิ่น ผู้นำหมู่บ้านหยุนเซียว หยูซานสุ่ยและหวางอี้เซิง
เจ้าเมืองหนานหลี่เฉิงให้อยู่เพื่อติดต่อเรื่องพันธมิตร
ส่วนเฮ่าเทียนยังไม่ออกจากฌาน
หลินหยางมองทั้งหกคนที่อยู่ตรงหน้า จากนั้นหมุนตัวขึ้นม้า
“ตามผมมา!”
จากนั้นก็ฟาดแส้ลงที่ม้า มุ่งหน้าไปเทียนฉือ
และตอนที่หลินหยางพาคนออกมาได้ไม่นาน ทางด้านของเทียนฉือก็ได้รับข่าว
“ฝ่าบาท ผู้นำพันธมิตรหลินเคลื่อนไหวแล้ว พวกเขากำลังมาทางเทียนฉือ!”
“เขาเอาคนมากี่คน?”
ราชินีแห่งเทียนฉือถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“รายงานฝ่าบาท รวมกับผู้นำพันธมิตรหลินแล้ว….เหมือนจะมีแค่เจ็ดคน…..”
“เจ็ดคน?”
ราชินีแห่งเทียนฉือสีหน้าอึมครึม พูดว่า”เทพเซียนแห่งแผ่นดินก็คือเทพเซียนแห่งแผ่นดิน เริ่มหยิ่งยะโสโอหังแล้วเหรอ?”
“ช่างเถอะ ควรที่จะให้พวกเขาเห็นฝีมือเทียนฉือของพวกเราแล้ว!”
ฉู่ชิวกำหมัดทำความเคารพ
หลินหยางมองไปทางชาวบ้านที่หวางอี้เซิงจับไว้ พูดขึ้นอย่างราบเรียบว่า”ราชินีแห่งเทียนฉืออยู่บนภูเขาเหรอ?”
“ต่อให้คุณฆ่าผม ผมก็ไม่มีทางขายราชินีเด็ดขาด
ชาวบ้านคนนั้นสีหน้าสิ้นหวัง ตะคอกขึ้นเสียงดัง
“ดี!”
หลินหยางพยักหน้า เอียงคอพูดว่า”ส่งเขาไปที่พันธมิตรชิงเซวียน เอายาสอดทาอวัยวะกลวงอวัยวะตันสมองเส้นประสาทของเขา เริ่มจากการถลกหนังก่อน จากนั้นใช้มีดแทง จำไว้นะหลังจากลงโทษเสร็จแล้วเขาจะต้องไม่ตาย คนซื่อสัตย์แบบนี้ ผมไม่อยากฆ่า แต่ผมจะให้พวกคุณลงโทษเขาซ้ำๆทุกวัน!”
“รับทราบ ผู้นำพันธมิตร!”
ฉู่ชิวตะโกนขึ้น
ชาวบ้านคนนั้นได้ยิน แทบจะฉี่ราดออกมา เขารีบพูดขึ้นว่า”ท่าน…ท่าน ราชินีแห่งเทียนฉืออยู่บนยอดเขา เล่ากันว่าอยู่บนเทียนฉือ ส่วนเรื่องอื่น…ผมก็ไม่ทราบแล้ว….ผมก็แค่เฝ้ายาม ไม่รู้เรื่องอะไรเลย….”
“ไม่มีความเป็นคนจริงๆ พูดข่มขู่แค่ไม่กี่คำก็บอกหมดแล้วเหรอ?”
อ่าวเวยอินพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
ชาวบ้านคนนั้นก้มหน้าไม่พูดอะไร
“คุณกลับไปเถอะ”
หลินหยางโบกสะบัดมือ พูดว่า”ขึ้นเขาไปบอกราชินีแห่งเทียนฉือ ถ้าเธอไม่ยอมแพ้ ผมจะทำลายเทียนฉือ!”
“ครับ ครับ…ท่าน ผมจะรีบไปบอกทันที!”
ชาวบ้านคนนั้นหมุนตัววิ่งไปทันที ชั่วพริบตาเดียวก็หายวับไป
“ผู้นำพันธมิตร ถ้าราชินีแห่งเทียนฉือต้องการยอมแพ้ จะรอถึงตอนนี้เหรอ? ผมคิดว่าบุคคลผู้นี้ขึ้นไปบนภูเขาก็ไม่มีประโยชน์อะไร!”หยูซานสุ่ยอดไม่ได้พูดขึ้น
“เจรจาพาทีตามมารยาทแล้วค่อยใช้กำลัง ผมรู้ว่าคนผู้นี้ไปพูดไม่มีประโยชน์หรอก แต่เป็นการแจ้งราชินีแห่งเทียนฉือเท่านั้นเอง!”
หลินหยางพูดอย่างราบเรียบ จากนั้นมองไปทางผู้สอดแนมคนนั้น”ราชินีแห่งเทียนฉือขอความช่วยเหลือจากภายนอกเหรอ?”
“เรียนผู้นำพันธมิตร ราชินีเคยสั่งคนร้อยกว่าคนไปขอความช่วยเหลือทั่วสารทิศ แต่ไม่มีคนตอบรับเลย!”ผู้สอดแนมคนนั้นพูดขึ้น
นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก
ตอนนี้หลินหยางเป็นเทพเซียนแห่งแผ่นดินแล้ว อีกทั้งยังจัดการคนตระกูลม่านราบคาบ ใครจะกล้าไปช่วยเทียนฉือ?
“ในเมื่อไม่มีคนช่วย เธอยังกล้าต่อต้านชิงเซวียนเหรอ?ผู้นำพันธมิตร ระวังการเสแสร้ง”
ผู้นำหมู่บ้านหยุนเซียวพูดขึ้น
“ใช่แล้วผู้นำพันธมิตร เล่ากันว่าช่วงนี้ราชินีแห่งเทียนฉืออยู่ที่ริมเทียนฉือตลอดเวลา ไม่เคยไปไหนเลย เรื่องในเทียนฉือก็ไม่สนใจ! โดยเฉพาะเมื่อวาน จู่ๆราชินีแห่งเทียนฉือก็เรียกพวกผู้อาวุโสมาทางด้านริมเทียนฉือ ได้ยินว่าเตรียมพิธีการบางอย่าง!”
ผู้สอดแนมพูดขึ้น
“พิธีการ?”
หลินหยางคิดอยู่สักพักหนึ่ง พูดด้วยน้ำเสียงอึมครึมว่า”ขึ้นไปบนภูเขาก่อนค่อยว่ากัน!”
“รับทราบ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...