ตอนนี้อาเหม่ยกับจ้าวเซียงมึนงงไปแล้ว
สมองหยุดคิดในทันที
ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง
ทุกสิ่งดูคล้ายกับว่าเป็นความฝัน ไม่ใช่เรื่องจริง!
พวกเขาไม่กล้าเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น!
ก็คือ….รับได้แล้วใช่ไหม?
นั่นคือการโจมตีของผู้เสื่อมโทรมเลยนะ…
นั่นคืออาวุธของผู้เสื่อมโทรมเชียวนะ…
เขารับได้ใช่ไหม?
อีกอย่าง….ยังจับด้วยมือเปล่า?
ที่แย่ยิ่งไปกว่านั้นคือเขาใช้มือจับไว้ แล้วบีบอาวุธนั่นให้แตกละเอียด…
“ฉัน….ฉันไม่ได้มองผิดไปใช่ไหม….”
อาเหม่ยถามด้วยความตื่นตะลึง
“คุณ….คุณตบฉันที….ดูสิว่าฉันกำลังฝันไปหรือเปล่า…”
จ้าวเซียงก็อดไม่ได้พึมพำออกมา คนทั้งคนเกือบจะกลายเป็นหินแล้ว
ทั้งสองคนตื่นตะลึง รวมถึงผู้เสื่อมโทรมที่ยืนอยู่ตรงหน้าหลินหยางด้วย
ดวงตาทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยเลือดเปล่งประกายความน่ากลัวออกมา คนทั้งคนถอยหลังถลาไป
วินาทีนี้ เขาสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของคนที่อยู่ตรงหน้านี้แล้ว
แต่เขาไม่ได้มีความคิดที่จะวิ่งหนีไป สิ่งที่เขาทำคือยื่นมือไปแตะด้านหลังอย่างเงียบๆ ราวกับว่ายังจะใช้อาวุธอะไรบางอย่างอีก
แต่ไม่รอให้ผู้เสื่อมโทรมมีโอกาสอีก หลินหยางยกมือขึ้นไปกลางอากาศทันที
ฮู!
พลังฝ่ามือที่ไร้รูปร่างแผ่ปกคลุมไปที่ผู้เสื่อมโทรม จากนั้นล้อมรอบเขาไว้
“อา!”
ผู้เสื่อมโทรมต่อสู้ดิ้นรนบ้าคลั่งขึ้นมา แต่ก็ไร้ประโยชน์!
เขาไม่สามารถต้านพลังนี้ได้ คนทั้งคนจึงลอยไปทางหลินหยาง
หลินหยางลุกขึ้นช้าๆ มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า ส่วนอีกมือหนึ่งคว้าจับไปที่คอของผู้เสื่อมโทรมที่ลอยมา และเขาได้ยกผู้เสื่อมโทรมขึ้นด้วยมือข้างเดียว
ผู้เสื่อมโทรมแผดเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธ เขาใช้มือทั้งสองข้างโจมตีหัวและแผงอกของหลินหยางอย่างบ้าคลั่ง
แต่ไม่ว่าเขาจะโจมตีอย่างไร หลินหยางก็ไม่มีปฏิกิริยาเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามภายใต้การโจมตีไม่หยุดนี้ หมัดของผู้เสื่อมโทรมกลายเป็นแผลเสียแล้ว เลือดสีแดงสดไหลอาบออกมา หมัดเหวอไปหมด
ผู้เสื่อมโทรมเบิกตาโพลงกว้าง ร่างกายสั่นไหว
เขาค้นพบว่าฝีมือตัวเองกับคนผู้นี้มีความแตกต่างกัน…ราวกับว่าต่างกันมากโขอยู่พอสมควร…
“โอ้ย…”
ผู้เสื่อมโทรมร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
ฝ่ามือที่จับอยู่บนคอของเขาเริ่มออกแรงบีบแล้ว
คอของผู้เสื่อมโทรมเริ่มผิดรูปร่าง หายใจก็เริ่มลำบาก
แต่หลินหยางไม่ได้ฆ่าเขาให้ตาย เวลาต่อมาหลินหยางก็ปล่อยมือแล้ว
ปึก!
ผู้เสื่อมโทรมหล่นกระแทกอยู่กับพื้น กุมคอไว้แล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ
แต่สูดหายใจได้ไม่กี่หน ผู้เสื่อมโทรมก็รีบคลานลุกขึ้น คิดจะหนีออกไปจากที่นี่
ตึง!
จู่ๆพลังมหาศาลที่น่ากลัวก็โถมลงมา กระแทกเข้าร่างกายของผู้เสื่อมโทรมทันที
ปัง!
เข่าทั้งสองข้างของผู้เสื่อมโทรมถูกกระแทกยังไม่ได้ลุกขึ้นมา คนทั้งคนก็ถูกโจมตีกระแทกคุกเข่าหมอบอยู่กับพื้นแล้ว
“คุณก็คุกเข่าอยู่ที่นี่แหละ ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น ถ้าคิดหนี ผมจะเอาหัวของคุณห้อยไว้ที่นี่”
หลินหยางหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด และพูดกับผู้เสื่อมโทรมอย่างเย็นชา
“คุณเป็นใคร….”
ผู้เสื่อมโทรมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้งสั่นเครือ เขาทั้งตกใจทั้งหวาดกลัว
“แม่ทัพมังกรแห่งดินแดนมังกร หลินหยาง!”
“แม่…แม่ทัพมังกร?”
ผู้เสื่อมโทรมมึนงงแล้ว
แม่ทัพมังกรที่เป็นหนุ่มวัยรุ่นแบบนี้ เขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย
แต่พลังของหลินหยางที่แสดงออกมาเห็นชัดเจนแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องปลอมแปลงแน่นอน
หลินหยางส่งสายตาไปให้กงซีหยุนที่อยู่ข้างๆ จากนั้นกงซีหยุนก็หมุนตัวเดินไปทางอาเหม่ยกับจ้าวเซียงทันที
ทั้งสองคนได้สติกลับมา
“กินลงไป”
กงซีหยุนนำกล่องเล็กออกมา จากนั้นก็หยิบยาอายุวัฒนะที่อยู่ด้านในออกมายื่นให้ทั้งสองคน
“นี่….นี่คืออะไร?”อาเหม่ยถามด้วยความมึนงง
“ยารักษาบาดแผล!”
บนของใช้เหล่านั้นมีพลังแผ่ซ่านออกมาให้เห็น สิ่งของเหล่านั้นไม่ธรรมดาแน่นอน
ทั้งสองคนเหลือบมองชวี่เทียน อีกทั้งเหลือบมองผู้เสื่อมโทรมที่คุกเข่าลงบนพื้นเหมือนหมาน่าเวทนาไม่กล้าแม้แต่ขยับตัว ภายในใจพวกเขาปั่นป่วนราวกับคลื่นยักษ์ที่ไม่สามารถสงบลงได้
พวกเขารีบเดินไปตรงหน้าหลินหยาง แล้วพากันรีบทำความเคารพ
“ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
หลินหยางดับไฟที่บุหรี่ทิ้ง ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ไม่เป็นไร…แม่ทัพหลิน พวกเราสบายดี….”
จ้าวเซียงสีหน้าอึดอัดกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ฝืนยิ้มออกมาแล้วพูดขึ้น
“ไม่เป็นไรก็ดี”
หลินหยางพยักหน้า
“แม่ทัพหลิน ที่จริงแล้วคุณ….คุณเก่งมากขนาดนี้….”อาเหม่ยพูดอ้ำๆอึ้งๆ
“ผมไม่ได้เก่งอะไรหรอก แค่มีทักษะเล็กน้อยเท่านั้นเอง”
หลินหยางยิ้มจางๆ แล้วถามว่า“ บอกผมมาว่าหัวหน้าพวกคุณไปไหนแล้ว?”
“หัวหน้า เธอ….เธอไปจับกษัตริย์ซิวหลัวแล้ว”
อาเหม่ยรีบพูดขึ้น
“จับกษัตริย์ซิวหลัว?”
หลินหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย พูดขึ้นว่า“พวกคุณน่าจะรับมือกับกษัตริย์ซิวหลัวได้ยาก? อีกทั้งผมได้ยินเหลยฟู่พูดว่าครั้งนี้ที่พวกคุณมาก็เพื่อไล่กษัตริย์ซิวหลัว คิดจับกุมกษัตริย์ซิวหลัว ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก แล้วเธอไปหากษัตริย์ซิวหลัวเพื่ออะไร?”
อาเหม่ยทอดถอนหายใจ แล้วพูดความกังวลใจของสวี่จื่อซวงออกมา
หลินหยางส่ายหัว
“ผมบอกตั้งนานแล้ว พวกคุณไม่ต้องเป็นห่วงผม ทำไมพวกคุณถึงบุมบ่ามแบบนี้? สุดท้ายคือไม่ยอมเชื่อผมใช่ไหม?”
อาเหม่ยพูดไม่ออก
แบบนี้จะโทษสวี่จื่อซวงได้เหรอ?
โทษไม่ได้เลยแม้แต่น้อย!
ใครจะไปคิดว่าคนหนุ่มขนาดนี้จะมีฝีมือวิธีปราบผู้เสื่อมโทรมให้ยอมแพ้ได้?
จากฝีมือของหลินหยาง เมื่อสู้กับกษัตริย์ซิวหลัวก็มีโอกาสชนะไม่น้อยไหม?
“แม่ทัพหลิน หัวหน้าที่อยู่ทางด้านนั้นจะต้องต่อสู้อย่างลำบากแน่นอน พอสถานการณ์ไม่ดีจะต้องตกอยู่ในอันตราย คุณช่วยออกหน้าตามพวกเราไปช่วยสนับสนุนหัวหน้าเถอะนะ! ถ้ามีคุณช่วยเหลือ กษัตริย์ซิวหลัวจะต้องเผ่นหนีพวกเราแน่นอน!”
ในเวลานี้ จ้าวเซียงเหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้ จึงรีบพูดขึ้น
อาเหม่ยได้ยิน ก็มีปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นมาทันที และรีบตะโกนพูดว่า “ใช่ๆแม่ทัพหลิน ภารกิจเร่งด่วนของพวกเราตอนนี้คือต้องรีบไปช่วยเหลือหัวหน้า แม่ทัพหลิน คุณช่วยออกหน้าด้วยเถอะ! ไปช่วยคนกับพวกเราเถอะนะ!”
แต่หลินหยางกลับส่ายหัวไปมาแล้วพูดว่า:“เกรงว่าผม….คงไปไม่ได้แล้วล่ะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...