จิ่วอวี่ตัวสั่นเทา คนทั้งคนสั่นเทาเหมือนกับตะแกรง
เขาอยากจะสู้สักตั้ง
เขารู้ว่าพอหลินหยางตาย เขาเองก็หนีไม่รอดหรอก
เส้นลมปราณในร่างกายของเขาถูกเจ้าตำหนักชิงเหลียนทำลายหมดแล้ว วิชาสูญหาย เวลานี้ไม่ต่างอะไรกับคนพิการ เขาข่มขู่อะไรเจ้าตำหนักชิงเหลียนไม่ได้เลย
แม้แต่อวี่ปี้หงยังทำอะไรเจ้าตำหนักชิงเหลียนไม่ได้
ตอนนี้ ยังจะมีหนทางไหนอีกเหรอ?
สถานการณ์ตอนนี้สิ้นหวังอย่างมาก
เจ้าตำหนักชิงเหลียนกวาดสายตามองอวี่ปี้หง“วางใจ นังสารเลว ฉันไม่ฆ่าเธอหรอก ! ฉันจะทำให้พวกเธอกลายเป็นหมาที่ซื่อสัตย์ เพื่อให้พวกเธอเฝ้าตำหนักฉัน แน่นอน ว่าเธอจะไม่ได้เป็นหมาแบบง่ายๆธรรมดา! ฉันลำบากเลี้ยงเธอมาจนโต แต่เธอกลับทรยศฉัน! ก่อนฉันจะทำให้เธอเป็นหมา ฉันจะเอาเธอให้พวกเขาเล่น ฉันคิดว่าพวกเขาน่าจะสนใจวรยุทธ์ที่อยู่บนตัวของเธออยู่นะ!”
คนของตำหนักชิงเหลียนที่อยู่ด้านหน้าประตูได้ยิน ต่างพากันดีใจ พูดว่า“ขอบคุณนายท่าน!”
“เอาหมาสองตัวนี้ลงไปก่อน!”
เจ้าตำหนักชิงเหลียนพูดอย่างเย็นชา จากนั้นห้ำหั่นไปทางหลินหยางโดยไม่เกรงใจอะไรแล้ว
เธอต้องการจบทุกอย่าง!
ฟิ้ว!
สิบนิ้วหล่นลงมาอีก
คมเล็บเหมือนหั่นมาทางอากาศ
แต่ปราณอันคมกริบนี้ห้ำหั่นกำแพงที่อยู่ด้านหลังหลินหยางจนแหลก
แต่…..วินาทีที่ปราณอันคมกริบจะหล่นลงบนศีรษะของหลินหยาง
เคร้ง!
แสงของคมดาบส่องสะท้อนมาอย่างรวดเร็ว
เฮือก!
เจ้าตำหนักชิงเหลียนถูกกระแทก ใบหน้าตึงเครียด
จู่ๆการโจมตีที่ห้ำหั่นมาทางหลินหยางก็หยุดลง
และ….เธอรู้สึกว่าข้อมือของตัวเองว่างเปล่า ไม่ เธอสัมผัสไม่ได้ถึงฝ่ามือตัวเอง
เธอก้มลงดู คิดไม่ถึงว่ามือทั้งสองข้างของตัวเองถูกห้ำหั่นแล้ว อีกทั้งตอนนี้มีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก!
เมื่อมองไปทางหลินหยาง มือของเขากำลังกำดินสอด้ามหนึ่งที่ยาวราวกับดาบ….
ถึงแม้ของชิ้นนี้จะมีความแปลกประหลาด แต่เมื่อมองจากแสงของดินสอด้ามนี้ก็รู้ ว่าดาบดินสอนี้….ไม่ธรรมดา!
เมื่อมองมาทางหลินหยาง
ตอนนี้เขาปล่อยมือแล้ว
บาดแผลบริเวณลำคอรักษาหายแล้ว
ไม่ใช่แค่นี้ ภายใต้อานุภาพของดาบเทียนเซิง บาดแผลบนร่างกายของเขาได้หายไปหมดแล้ว
ชั่วพริบตาเดียว หลินหยางก็กลับมาเป็นปกติ
เจ้าตำหนักชิงเหลียนไม่กล้าลังเลใจ เธอรีบถอยหลัง และควักเอาเข็มเงินออกมาแทงลงไปบนแขน เธอรวบรวมพลังเพื่อทำให้แขนยื่นออกมาใหม่ แต่เวลาเดียวกันก็กลืนยาที่อยู่ในซอกฟันลงไป ให้แผลสมานตัว
จู่ๆสถานการณ์ก็เปลี่ยน ทำให้ทุกคนไม่อยากจะเชื่อ
“ดาบนั้นของคุณ…มหัศจรรย์มาก! ถ้าฉันไม่ทำลายพลังทั้งหมดที่มีของคุณ ฉันก็ฆ่าคุณไม่ได้แน่นอน!”
เจ้าตำหนักชิงเหลียนพูดอย่างเหี้ยมโหด
“ไม่ผิด แต่คุณรู้มันก็สายเกินไปแล้ว”
หลินหยางส่ายหน้าไปมา
“คุณว่าอะไรนะ?”
เจ้าตำหนักชิงเหลียนชะงักงัน
จู่ๆหลินหยางก็ยกสองมือขึ้นแกว่ง
ฮวาเจี้ยนปี่กับดาบเทียนเซิงรวมตัวกันกลายเป็นแสง พุ่งเข้าไปกลางฝ่ามือของเขา
เจ้าตำหนักชิงเหลียนอึ้ง
อาวุธเหลวไหลแบบนี้ คิดไม่ถึง…ว่าเขาจะกล้าใช้?
ทำไมนะ?
หรือว่า…เขายังมีฝีมือที่น่ากลัว?
นึกถึงตรงนี้ เจ้าตำหนักชิงเหลียนก็เกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้นมา
เธอเห็นหลินหยางยกมือขึ้นช้าๆ ฝ่ามือมีแสงสีทอง ชั่วพริบตาเดียว กระดาษแผ่นหนึ่งก็ปรากฏออกมา
“เจ้าตำหนักชิงเหลียน คุณรู้ไหมว่าทำไมผมถึงกล้ามา…เจอคุณที่นี่?”
“ทำไม….”
เจ้าตำหนักชิงเหลียนถามขึ้น
“เพราะผมรู้…ว่าผมฆ่าคุณได้!”
หลินหยางพูดขึ้น ดวงตาแดงก่ำ กำฝ่ามือแน่น
ปัง!
แสงสีทองแตกกระจาย
ขดภาพยาวลอยล่องอยู่ด้านหลังของเขา
ขดภาพแผ่ออก ภาพดาบปรากฏออกมาเป็นจำนวนมาก….
“แผนที่หมื่นดาบ?”
เจ้าตำหนักชิงเหลียนเหมือนถูกฟ้าฝ่า
“เป็นไปไม่ได้! แผนที่หมื่นดาบของตระกูลฉินเจี้ยน…ทำไมมาอยู่ที่คุณ…ทำไม?”
เจ้าตำหนักชิงเหลียนตกตะลึง ไม่ได้สุขุมเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
เธอไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้านี้
แม้แต่อวี่ปี้หงเองยังไม่เชื่อ
นี่คือของล้ำค่าของตระกูลฉินเจี้ยนเชียวนะ!
“คุณหยุดสร้างสถานการณ์ขู่ขวัญตบตานะ!”
เวลานี้ จู่ๆเจ้าตำหนักชิงเหลียนก็ตะคอกขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความเดือดดาล“คุณคิดว่าของสิ่งนี้จะข่มขู่ฉันได้เหรอ? แม้ว่าคุณจะมีแผนที่หมื่นดาบแล้วยังไง? ของชิ้นนี้มันต้องเชื่อมต่อ ถึงจะแสดงอานุภาพได้ คุณไม่สามารถเชื่อมต่อได้ ถึงจะเชื่อมต่อได้ เชื่อมได้แค่ห้าเปอร์เซนต์ก็ถือว่าไม่เลวละ! คุณไม่สามารถใช้พลังที่แท้จริงของแผนที่หมื่นดาบได้!”
ฟิ้ว!
วินาทีที่เจ้าตำหนักชิงเหลียนพูดออกมา แสงดาบก็ไปล้อมรอบเธอแล้ว
เจ้าตำหนักชิงเหลียนรีบหลบ
แต่แสงดาบมาอย่างรวดเร็ว จึงทำให้เธอหลบไม่ทัน
หลินหยางเลิกคิ้ว มองไปดู
สิ่งที่เห็นคือด้านนอกตำหนักชิงเหลียน มีเงาร่างจำนวนมาก
คนของตำหนักชิงเหลียนต่างลงมือ!
เจ้าตำหนักชิงเหลียนที่จนตรอกอยู่ตรงหน้ากลุ่มผู้คน เธอมองคนที่อยู่ตรงหน้านี้ จากนั้นทอดถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ไอ้หนุ่ม ต่อให้คุณแข็งแกร่งแค่ไหน ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคุณจะทำลายตำหนักชิงเหลียนของฉันได้!
เจ้าตำหนักชิงเหลียนหัวเราะอย่างเยือกเย็น
หลินหยางไม่พูดอะไร แต่ใบหน้ามีความอำมหิตกระเพื่อมขึ้น
เจ้าตำหนักชิงเหลียนโหดร้ายแบบนี้ ถ้าไม่ฆ่า วันข้างหน้าเป็นหายนะแน่
ถ้าเธอรู้ฐานะของตัวเอง อนาคตเมื่อออกจากชีพจรมังกรใต้ดิน จะต้องข่มขู่อันตรายมาถึงหยางหัวหรือพันธมิตรชิงเซวียนแน่
เพราะฉะนั้น วันนี้คนผู้นี้จะต้องตาย!
“งั้นก็ลองดู”
หลินหยางพูดขึ้นอย่างเย็นชา เปิดแผนที่หมื่นดาบออก เตรียมจะลงมือ
“ช้าก่อน! ท่านหลิน!”
จู่ๆอวี่ปี้หงก็คลานออกมาจากด้านในกำแพงแตกๆ พูดขึ้นอย่างยากลำบาก
หลินหยางหันไปมอง
อวี่ปี้หงใช้พลังทั้งหมดคว้ากำแพงแล้วลุกขึ้นยืน เธอตะโกนใส่สมาชิกตำหนักชิงเหลียนว่า“ทุกท่าน อย่าซื่อสัตย์กับปีศาจเฒ่าอีกเลย! เธอไม่เห็นพวกคุณเป็นคน ทำไมพวกคุณถึงยังลุ่มหลง ยอมขายชีวิตเพื่อเธอ?”
พอได้ยินคำนี้ ทุกคนต่างมองหน้ากัน นัยน์ตาสะท้อนความลังเลใจ
“อวี่ปี้หง เธอรับประโยชน์สองทาง ทรยศตำหนักชิงเหลียน ตอนนี้ยังคิดจะพูดซี้ซั้วหลอกลวงเหรอ?”
ยอดฝีมือคนหนึ่งของตำหนักชิงเหลียนตะคอกขึ้นมา
“ไม่ผิด! อวี่ปี้หง! ถ้าไม่ใช่เจ้าตำหนัก เธอตายไปนานแล้ว! เจ้าตำหนักเลี้ยงเธอจนเป็นคน สอนวรยุทธ์เธอ เธอไม่ตอบแทนบุญ คิดไม่ถึงว่าจะยังมาทรยศเจ้าตำหนัก โทษมหันต์จริงๆ คนอย่างเธอ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเป็นหมา!”
มีผู้หญิงคนหนึ่งตะคอกเสียงดัง
อวี่ปี้หงกลับพูดด้วยความไม่พอใจ ตอบโต้กลับว่า“ที่ปีศาจเฒ่าคนนี้เก็บฉันมาเลี้ยงจนโต ก็เพราะอยากศึกษาดวงตาของฉัน! เธอเห็นฉันเป็นหนูทดลอง ทรมาน ทำร้ายฉันไม่หยุด! แถมยังสั่งไปภารกิจที่มันเป็นไปไม่ได้ เห็นฉันเป็นเครื่องมือ แบบนี้ยังเรียกว่ามีบุญคุณเหรอ?”
“อีกอย่าง ด้านในตำหนักชิงเหลียนของพวกเรา กี่คนที่ไม่เคยถูกปีศาจเฒ่าคนนี้ทำร้าย? พวกคุณว่าจิ่วอวี่ไม่ซื่อสัตย์ต่อปีศาจเฒ่าคนนี้เหรอ? แต่ปีศาจเฒ่าทำเพื่อกิเลสตัวเอง สั่งให้เขาไปหาเจี๋ยจิง แถมยังอยากได้ขนาดเท่าไข่ไก่ เขาจะหาเจอได้ยังไง? ปีศาจเฒ่าจะบีบให้เขาตายชัดๆ!”
“ตอนนี้เธอบังคับให้ฉันไปขโมยต้นเทพยุทธ์ ต้นเทพยุทธ์คืออะไร พวกคุณน่าจะรู้ เธอให้ฉันไปตายชัดๆ!”
“ปีศาจเฒ่าคนนี้ทำแบบนั้นกับจิ่วอวี่เมื่อวาน วันนี้สั่งฉันไปตาย แล้วพรุ่งนี้ล่ะ? เธอไม่สั่งให้พวกคุณไปทำตามความต้องการของตัว สั่งให้พวกคุณไปตายแบบไร้ที่ฝังศพเหรอ?”
“ตอนนี้ฉันไม่ได้ให้พวกคุณทรยศตำหนักชิงเหลียน! แต่ให้พวกคุณปกป้องชีวิต ให้พวกคุณไม่รู้สึกผิดต่อความขยันความเสียสละของตัวเอง อย่าตกเป็นเครื่องมือของปีศาจเฒ่าคนนี้อีก เธอเห็นพวกเราเป็นแค่เครื่องมือในการฝึกทักษะของตัวเองตั้งแต่ต้นจนจบ!”
“พวกคุณ เข้าใจไหม?”
อวี่ปี้หงตะโกนเสียงดัง ถึงแม้เสียงจะไม่ก้องกังวาน แต่คนของตำหนักชิงเหลียนต่างได้ยิน
เมื่อพูดจบ คนจำนวนหนึ่งที่ก่อนหน้านี้ร้องเอะอะโวยวายต่างเงียบ
ทุกคนมองสบตากัน แต่ละคนเกิดความลังเลใจ
การกระทำของเจ้าตำหนักชิงเหลียนในปีที่ผ่านมานี้ ทุกคนเห็นหมด
พวกเขาไม่ใช่คนโง่ จะไม่กลัวได้ยังไง?
ชั่วพริบตาเดียว จิตใจคนก็ไขว้เขว
เจ้าตำหนักชิงเหลียนมึนงง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...