ด้านในห้องชุด กระดาษสีขาวจำนวนมากลอยว่อน
หลินหยางผมขาวโพลน มือหนึ่งถือดาบ อีกมือหนึ่งถือดินสอ ยืนอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ และเขียนอย่างเร่งรีบอยู่บริเวณหน้าจอใหญ่
เนื้อหาในหน้าจอที่แสดงอยู่ เป็นเนื้อหาทั้งหมดในห้องจักรกล
หลวนเฟิงกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับหุ่นจักรกลจำนวนมาก
หลินหยางจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของหลวนเฟิง พร้อมกับเขียนอะไรบางอย่าง และฝึกทักษะอะไรบางอย่างไม่หยุดหย่อน
ช่วงเวลาที่เขียน มือข้างซ้ายก็กุมฮวาเจี้ยนปี่ไว้ พร้อมกับโบกสะบัดไปมาไม่หยุด…..
เหมือนทำทุกอย่างได้ในคราเดียวกัน
อวี่ปี้หงกับจิ่วอวี้สบตากันอย่างไม่เข้าใจ
“ผู้นำพันธมิตร?”
อวี่ปี้หงสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าหาญตะโกนขึ้น
แต่หลินหยางไม่มีการตอบสนองกลับมาแม้แต่น้อย
“ผู้นำพันธมิตร?”
อวี่ปี้หงอดไม่ได้ตะโกนขึ้นอีกครั้ง
หลินหยางยังคงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา
อวี่ปี้หงทนไม่ไหว อยากจะเดินไปตบหลินหยาง แต่ถูกจิ่วอวี้ห้ามไว้
“ผู้บัญชาการอวี่ อย่ารบกวนดีกว่า ผู้นำพันธมิตรเหมือนเข้าสู่ห้วงสถานการณ์บางอย่าง! ถ้าถูกรบกวน เกรงว่าผู้นำพันธมิตรจะหัวเสียเอานะ!”
“งั้น…”
“พวกเรารออีกหน่อยละกัน”
จิ่วอวี้ส่งสายตาบอก
ทั้งสองคนก็เลยยืนอยู่ที่เดิม
หลวนเฟิงที่อยู่ในหน้าจอจะเข้าใกล้ประตูใหญ่แล้ว
แต่ชัดเจนว่าเขาประเมินค่าความแข็งแกร่งของห้องจักรกลต่ำเกินไป คนทั้งคนเหนื่อยหอบแฮ่กๆ แทบหมดพลัง
เขาตามหาพื้นว่าง จากนั้นหลบเข้าไปทันที เขาคิดจะพักผ่อนปรับสภาพร่างกายอยู่ตรงนั้นสักพักหนึ่ง แล้วค่อยโจมตีครั้งสุดท้าย
ว่าตามอัตราความเร็วแบบนี้ อย่างมากหนึ่งชั่วโมง หลวนเฟิงจะต้องออกจากห้องจักรกลนี้
และเวลานี้ ในที่สุดหลินหยางก็หยุดลง
เขามองหน้าจอ และมองกระดาษบนมือ มือกวัดแกว่งไปมา จากนั้นเก็บฮวาเจี้ยนปี่ไว้
จิ่วอวี้เห็นสถานการณ์นี้ จึงรีบส่งสายตาให้อวี่ปี้หง
อวี่ปี้หงทนไม่ไหวตั้งนานแล้ว เธอเดินไปข้างหน้าแล้วตะโกนพูดว่า: “ผู้นำพันธมิตร!”
“หืม?”
หลินหยางเพิ่งจะตอบสนองกลับมา หันตัวมองมาทางทั้งสองคนทันที
“พวกคุณมาได้ยังไง?”
“ผู้นำพันธมิตร พวกเราจะไม่มาได้ยังไง? คนผู้นั้นจะหนีออกไปจากห้องจักรกลแล้ว!”
อวี่ปี้หงกัดฟันกรอดพูดว่า: “ไม่ง่ายที่ท่านจะจับเขามาได้ หรือจะปล่อยเขาหนีไปแบบดื้อๆอย่างนี้เหรอ?”
“ปล่อยไปเถอะ ไม่เป็นไร เขาไม่มีราคาเท่าไหร่หรอก อีกอย่าง ผมก็ขังเขาไม่ได้หรอก”
หลินหยางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ทั้งสองคนชะงักงัน
“ราคา?”
จิ่วอวี้มึนงงนิดหน่อย
“ผู้นำพันธมิตร ท่านพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงเหรอ? อะไรคือขังเขาไม่ได้?”
“เขาเป็นใครเหรอ?”
“คนของเทพยุทธ์อั้นเทียน”
“งั้นใครส่งเขามา?”
“เทพยุทธ์อั้นเทียน….ผู้นำพันธมิตร จำเป็นต้องถามเรื่องเหล่านี้เหรอ?”
“ทำไมจะไม่จำเป็น? แค่เรื่องพวกนี้พวกคุณยังไม่เข้าใจเหรอ? เขาฆ่าผมล้มเหลว เทพยุทธ์อั้นเทียนจะต้องส่งคนมาอีกแน่นอน! ถ้ารู้ว่าผมไม่ฆ่าคนผู้นี้ ทำแค่กักขังเขาไว้ คุณคิดว่าเทพยุทธ์อั้นเทียนจะบังคับให้พวกเราปล่อยคนไหม?”
“พวกเราจะปล่อยได้ยังไง?”
“แต่นี่คืออาคารมอบรางวัลนำจับ! ต่อให้ผมไม่ยอม อาคารมอบรางวัลนำจับจะเพิกเฉยเหรอ? คนของอาคารมอบรางวัลนำจับทำธุรกิจ และผมเองก็เคยทำธุรกิจ สิ่งที่นักธุรกิจสนใจที่สุดคืออะไร คือทรัพย์สินงอกเงย พวกเขาไม่มีทางฉีกหน้าเทพยุทธ์อั้นเทียนหรอก!”
“เพราะฉะนั้น ผู้นำพันธมิตรคิดว่าอาคารมอบรางวัลนำจับจะต้องบังคับให้ท่านปล่อยคนเหรอ?”
จิ่วอวี้รีบถามขึ้น
“ใช่”
หลินหยางพยักหน้า
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ไม่สู้ทำแล้ว ก็ทำให้ถึงที่สุดหรอก เราฆ่าไอ้แม่งเย็ดนั่นเถอะ!”
นัยน์ตาของอวี่ปี้หงกระเพื้อมอย่างดุร้าย
หลินหยางคิดอยู่สักพักหนึ่ง จากนั้นสายหน้าไปมาพูดว่า: “ผมก็เคยคิด แต่พอพิจารณาดูแล้ว ก็ช่างมันเถอะ ถึงยังไงตอนนี้ผมกับเทพยุทธ์อั้นเทียนก็ยังไม่ได้อาฆาตอะไรกัน ถือซะว่าซื้อใจเขาก็แล้วกัน!
เทพยุทธ์ไท่เทียนกับเทพยุทธ์ฉางหลานล้วนเป็นคนที่รับมือด้วยได้ยาก เอาคนคนนี้สงบจิตใจของเทพยุทธ์อั้นเทียนก่อนละกัน”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...