"แล้วถ้าไม่ล่ะ?"
จิ่วอวี้พูดด้วยความผิดหวังจากที่ควาดหวังไว้ "ข้าเห็นว่าคุณหนูฉินเจี้ยนเองก็ดูไม่ได้รังเกียจเจ้า อีกทั้งยังช่วยเหลือเจ้าเสียหลายครั้ง หากเจ้าเต็มใจ เธอย่อมไม่คัดค้านแน่นอน!"
หลินหยางพูดอะไรไม่ออกไปครู่หนึ่งแล้วถอนหายใจ: "ข้าน่ะมีครอบครัวแล้ว อีกทั้งคุณหนูฉินเจียนยังไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย แล้วข้าจะทำตัวส่งๆอย่างไร? นอกจากนี้ ร่างกายของดาบวิญญาณนี้ยังสามารถเพิ่มพลังแห่งสวรรค์ได้ ความแข็งแกร่งของพลังปราณหลิงมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ฝึกฝนทักษะดาบจริงๆ อาจจะไดผลดีแต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะได้ผลดีมากขนาดนี้!”
“นั่นก็ถือว่าเป็นข้อดี หรือเจ้าจะทำแค่ยืนดูฉางหลานเทียนเจวี๋ย ฉวยประโยชน์จากสิ่งนี้งั้นหรือ?”
จิ่วอวี้พึมพำ
สีหน้าของอวี่ปี้หงดูแปลกๆไปเล็กน้อย พลางมองไปที่หลินหยาง แต่ก็ไม่พูดอะไร
หลินหยางส่ายหัว: "เจ้าไม่เห็นจำเป็นต้องกังวลอะไร ฉินเจี้ยนหนู่ไม่ตกลงแน่! ข้ารู้นิสัยเธอ!"
“ไม่ตกลงงั้นเหรอ?”
พวกเขาทั้งสองสะดุ้ง แต่ก็ไม่รอให้พวกเขาซักถามต่อให้มากความ ตามที่คาดไว้ ฉินเจี้ยนหนู่ก็พูดขึ้น น้ำเสียงของเธอชัดเจนแต่เด็ดเดี่ยว
“เมื่อครู่นายน้อยฉางหลานดูถูกคนของตระกูลข้าเหรอ?”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา ภายในเหตุการณ์ทั้งหมดก็เงียบลง
ฉางหลานเทียนเจวี๋ยขมวดคิ้วพร้อมกับมองไปที่ฉินเจี้ยนหนู่ " ข้าก็แค่พูดความจริงเท่านั้นเองนี่ ทำไมหรือ? เจ้าไม่พอใจรึไง?"
“แน่นอนว่าต่อหน้านายน้อยฉางหลาน ตระกูลฉินเจี้ยนของข้านั้นต่ำต้อยเสียยิ่งกว่ามด ช่างอ่อนด้อยและน่าขัน นั่นก็เป็นความจริง”
"เรื่องนั้นรู้แล้วก็ดี"
ฉางหลานเทียนเจวี๋ยพูดออกมาอย่างใจเย็น
“แต่ ฉินเจี้ยนหนู่เองก็มีความจริงที่อยากจะพูดออกมาเช่นกัน”
"พูดมาสิ"
“ข้า ไม่ได้พิศวาสนายน้อยฉางหลานเลยซักนิด!”
ฉินเจี้ยนหนู่พูดอย่างใจเย็น
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา บรรยากาศก็ตึงเครียด
ดวงตาทุกคนต่างเบิกกว้าง รูม่านตาปูดโปน ทุกคนต่างก็หวาดกลัวแทบทั้งหมด
ไม่มีเสียงลมหายใจในสถทนที่นั้น
ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจของตัวเองเลยด้วยซ้ำ...
ฉากนั้นน่าขนลุกและน่าสะพรึงกลัว
โดยเฉพาะคนจากตระกูลฉินเจี้ยน สมองของทุกคนขาวโพลนไปโดยสิ้นเชิง...
“ไอ้หยา! คุณหนูใหญ่ของผม ท่านไม่ปกติตรงไหนหรือเปล่า?”
พ่อบ้านของตระกูลฉินเจี้ยน ควบคุมตัวเองไม่ได้อีกต่อไปคุกเข่าลงกับพื้นทันทีและส่งเสียงอ้อนวอน
ในตอนนั้นเองคนของตระกูลฉินเจี้ยนถึงได้สติขึ้นมา และแต่ละคนก็ดูเหมือนหม้อที่กำลังใกล้ระเบิด
“ฉินเอ๋อร์! นี่เจ้ากำลังจะพยายามจะทำลายตระกูลฉินเจี้ยนของพวกเราเหรอ?”
“เจ้าบังอาจพูดคำหยาบคายเช่นนี้กับนายน้อยฉางหลานได้ยังไง?”
“เจ้าทำผิดมหันต์! เจ้ามันไม่รู้จักเคารพกฎเกณฑ์!”
ฉินฮว่าเพียวปั๋ว ฉินฮว่าไห่และคนอื่นๆ ต่างหวาดผวามากจนยอมล้มลงคุกเข่าลงกับพื้น
“นายน้อยฉางหลาน นังผู้หญิงนี่มันพูดไร้สาระ ไม่รู้จักมารยาท ไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งของนายน้อย โปรดอย่าถือสาเลย ข้าจะต้องสั่งสอนตำหนิเด็กคนนี้อย่างแน่นอน แล้วสักวันหนึ่งจะส่งนางไปที่คฤหาสน์! ปล่อยให้นายน้อยสั่งสอนนาง!”
ฉินฮว่าเพียวปั๋วพูดอย่างร้อนลน
"ไม่จำเป็นหรอก"
ฉางหลานเทียนเจวี๋ยยิ้มเบาๆ และพูดด้วยสีหน้าไม่แยแส: "สิ่งที่ข้าไม่ชอบที่สุดคือการใช้กำลังบังตับ! ในเมื่อผู้หญิงคนนี้ไม่พิศวาสข้า ข้าก็จะไม่บังคับเธอ! แต่ว่าที่เจ้าปฏิเสธข้าในที่สาธารณะในวันนี้ คนที่เสียหน้าไม่ใช่แค่ข้า แต่มันทำให้ทั้งพ่อและแม้แต่ตระกูลฉางหลานต้องอับอายไปด้วย ดังนั้น เราต้องจัดการ ผู้หญิงคนนี้ ต้องดูแลตัวเอง!”
หลังจากพูดอย่างนั้นแล้ว ฉางหลานเทียนเจวี๋ยก็หันกลับมาและเดินไปยืนข้างๆเทพยุทธ์ฉางหลานพร้อมหลับตาและทำสมาธิ
เมื่อคนจากตระกูลฉินเจี้ยนได้ยินสิ่งนี้ พวกเขาก็แทบจะหลั่งน้ำตา
"ไม่รู้จักชั่วดี!"
“แต่เพราะว่าเจ้ามีหน้าตาดีหน่อย และมีร่างกายเป็นดาบวิญญาณแค่นี้ เจ้าก็กล้าพูดคำอวดดีเช่นนี้แล้วเหรอ?”
“แค่นายน้อยฉางหลานชื่นชอบเจ้า มันก็ถือเป็นวาสนาที่ได้รับไปอีกแปดชั่วอายุคน แต่เจ้าก็ยังไม่รู้จักซาบซึ้ง!”
“ฮึ่ม นังผู้หญิงคนนี้หยาบคายต่อเทพยุทธ์ไท่เทียน จากนั้นก็ยังกล้าทำให้นายน้อยฉางหลานต้องอับอายในที่สาธารณะ นี่มันน่ารังเกียจจริงๆ!”
“ผู้หญิงแบบนี้ควรถูกขายไปให้แม่เล้า ถูกทรมาน เปลื้องผ้าออกและบีบรัดร่างกาย และสับเป็นชิ้นๆ!”
“เธอจะต้องตายอย่างทรมาณแสนสาหัส!”
ผู้คนที่เฝ้าดูอยู่รอบๆ อดไม่ได้ที่จะด่านางเสียๆหายๆและพ่นคำพูดแสดงความเกลียดชังต่อฉินเจี้ยนหนู่
ใบหน้าสะสวยของฉินเจี้ยนหนู่ซีดเซียว และเธอก็เม้มริมฝีปากแน่นโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
คำด่าปรามาสรอบตัวรุนแรงยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม เทพยุทธ์ทั้งสองกลับเมินเฉยและปล่อยมันไป
ฉินเจี้ยนหนู่ไม่สามารถทนต่อความกดดันนั้นได้อีก ดังนั้นจึงทำไดแค่ค่อยๆหันหลังกลับเงียบๆ และเพิกเฉยมันทั้งหมด
แต่ในตอนนั้นเอง มีเสียงที่ไม่แยแสดังแว่วเข้ามา
“ไอ้พวกคนที่ประจบสอพลอและขี้ขลาด ยังมีหน้าจะกล่าวหาคนที่ภักดีและมีเกียรติทเช่นนี้ได้อย่างไร?”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกไป ทุกคนต่างก็ตกตะลึง
จิ่วอวี้และอวี่ปี้หงต่างก็ตกตะลึงและรีบหันไปทางนั้นอย่างรวดเร็ว
แต่ก็เห็นเพียงหลินหยางที่นั่งขัดสมาธิด้วยสีหน้าจริงจังมาโดยตลอก ยืนขึ้นและเดินออกมาท่ามกลางฝูงชน
“หืม?”
ฉีชิงไป๋ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ลืมตาขึ้นเล็กน้อยแล้วมองไปยังหลินหยาง
สาวดาบโลหิตเม่ยเมิ่งก็ดูประหลาดใจเช่นกัน
เธอคอยเฝ้าดูจากด้านข้างมาโดยตลอด เธอรู้สึกชื่นชมที่ฉินเจี้ยนหนู่ปฏิเสธฉางหลานเทียนเจวี๋ยในที่สาธารณะ นั่นมันคงต้องใช้ความกล้าหาญมากแน่
ถ้าเปลี่ยนเป็นเธอ เธอคงไม่กล้าปฏิเสธเขาแบบต่อหน้าแน่ๆ
อย่างไรเสีย เธอก็รู้จักฉางหลานเทียนเจวี๋ยดี
บุคคลนี้มีความสามารถและร้อบรู้ทุกสิ่ง แต่มีจิตใจคับแคบ
หากเผลอทำให้คนผู้นี้ขุ่นเคือง จะต้องถูกอาฆาตแค้นแน่นอน และในอนาคตจะไม่ได้อยู่อย่างสงบสุข!
แต่ทว่าฉินเจี้ยนหนู่ที่กลายเป็นเป้าหมายของการรุมวิจารณ์และด่าทอในที่สาธารณะ กลับยังมีคนที่กล้ายืนหยัดเพื่อเธอ?
เช่นนั้นจะไม่เป็นการตบหน้าเทพยุทธทั้งสองซึ่งๆหน้าหรอกเหรอ?


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...