เทพยุทธ์ฉางหลานโกรธมาก
แม้ว่าเขาจะพยายามท่าทสงบนิ่ง แต่ทุกคนต่างก็มองออก
อุณหภูมิภายในปากมังกรก็ลดฮวบลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน
หลายคนตัวสั่นเทา ไม่กล้ามองไปที่เทพยุทธ์ฉางหลานเลย
เทพยุทธ์กำลังโกรธเกรี้ยว ทุกคนต่างก็เทิดทูนเขา
แต่ว่า... หลินหยางกลับไม่สนใจมันและเมินเฉยไป
"ขอบเจ้าเจ้าชายที่ช่วยเหลือ"
ฉินเจี้ยนหนู่กัดริมฝีปากพลางลดสายตาลงแล้วพูดด้วยเสียงแหบแห้ง: "เพียงแต่เจ้าชาย การที่ท่านทำเช่นนี้มันไม่คุ้มเลยจริงๆ ชีวิตของฉินเจี้ยนหนู่ก็เหมือนมดตัวหนึ่ง จะคู่ควรให้เจ้าชายมาพลอยเดือดร้อนไปด้วยได้อย่างไร?”
“ข้าก็แค่ทนไม่ได้ที่ฉางหลานเทียนเจวี๋ยห่มแหงรังแกผู้อื่น สาวน้อยไม่จำเป็นต้องกังวล”
หลินหยางยิ้มอย่างแผ่วเบา
“แต่ท่าน...”
ฉินเจี้ยนหนู่ยังอยากจะพูดอย่างอื่นอีก แต่เธอก็ไม่รู้จะพูดอะไร
มันเกิดขึ้นแล้ว และเธอไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้
"โปรดยอมรับความนับถือจากฉินเจี้ยนหนู่ด้วย!"
ฉินเจี้ยนหนู่ทำได้แค่เพียงโน้มตัวลงโค้งคำนับหลินหยาง อย่างซาบซ้ำซึ้ง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบเจ้า
"มันไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้หรอก"
หลินหยางโบกมือไปมา
ฉินเจี้ยนหนู่ยิ้มรับอย่างเศร้าสร้อย แต่เธอก็ยังคงโค้งคำนับให้ฉางหลานเทียนเจวี๋ย
ดวงตาของเธอแดงก่ำและน้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็สั่นเทาเล็กน้อย:
“เจ้าชายฉางหลาน ข้าเต็มใจที่จะแต่งงานกับท่าน ขอแค่ท่านอย่าฆ่าคนผู้นี้เลย”
“โอ้? จู่ๆ ทำไมเจ้าถึงยอมโอนอ่อนให้ล่ะ?”
ฉางหลานเทียนเจวี๋ย ถามอย่างสงบด้วยสายตาที่แผงไปด้ววยการดูถูกเหยียดหยาม
“ข้าแค่าไม่อยากให้คนบริสุทธิ๋ต้องมาเสียชีวิตแบบนี้”
ฉินเจี้ยนหนู่พูดเสียงแหบแห้ง
เธอไม่ได้สนใจชีวิตหรือความตายของตัวเองหรอก แต่เธอไม่สามารถทนเห็นหลินหยางผู้ที่ไม่เกรงกลัวอำนาจ และกล้าที่จะยืนหยัดเพื่อเธอตายไป
“คุณหนูฉินเจี้ยน?”
หลินหยางขมวดคิ้ว
แต่กลับได้ยินฉางหลานเทียนเจวี๋ย ส่ายหัวอย่างไม่แสดงสีหน้า "จะมาคิดจะยอมแพ้ตอนนี้ มันสายเกินไปแล้ว ข้าบอกแล้วนี่ว่า ข้าน่ะหมดความสนใจในตัวเจ้าแล้ว คนๆ นี้ดูถูกข้าและท่านพ่อของข้า มันต้องต้องตายแน่นอน ไม่มีใครในสวรรค์หรือบนโลกที่จะช่วยเขาไว้ได้!”
“ส่วนเจ้า ข้าก็ไม่ได้คิดจะแต่งงานรับเจ้าเป็นภรรยา รอจนร่างกายของเจ้าหมดประโยชน์ เจ้าก็จะตายด้วยคมดาบของข้า!”
ฉินเจี้ยนหนู่สั่นไหว แล้วก็กำหมัดแน่น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
หลินหยางเหลือบมองไปที่ฉางหลานเทียนเจวี๋ย จากนั้นก็หันกลับไปแล้วเดินไปทางฝูงชน
ทุกคนมองเขาด้วยควาเวทนา และต่างก็กระซิบกระซาบกัน ทุกคนล้วนพูดถึงความหยิ่งผยองของชายคนนี้ และเขารนหาที่ตายเอง
“คำพูดที่อยากปลอบโยน พูดออกมาช่างดูสวยหรูนักก แต่ค่าตอบแทนนั้นประเมินค่าไม่ได้ ไอ้โง่ทั้งสอง!”
ฉางหลานเทียนเจวี๋ยพึมพำ จากนั้นก็หลับตาลงและยืนรอเงียบๆพื่อให้ ตำหนักมังกร ปิด
ในขณะนั้น ฉากที่แห่งนั้นก็วุ่นวายอีกครั้ง
สายตาของทุกคนรีบมุ่งไปที่ทางเข้าประตู
"มาแล้ว! กำลังมาแล้ว!"
“วันแรกมาถึงแล้ว!”
“โอ้พระเจ้า ผู้นั้นคือเย่เหยียน! ในที่สุดเย่เหยียนในตำนานก็ปรากฏตัวขึ้นแล้ว!”
“นี่คือผู้สืบทอดคนแรกของเทพยุทธ!”
เมื่อเสียงเซ็งแซ่ดังขึ้น ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็พยายามยืนเขย่งเท้าและมองไปทางประตู
มีคนจำนวนมากทะลักเข้ามา และพยายามเบียดเสียดไปทางนั้น
เมื่อมองไปที่ฝูงชนที่ตื่นเต้นดวยความดีใจ แม้แต่เทพยุทธ์ฉางหลานและเทพยุทธ์ไท่เทียนก็อดที่จะจ้องมองไปทางนั้นไม่ได้
อย่างไรเสีย ชื่อเสียงล่าสุดของบุคคลนี้ในชีพจรมังกรใต้ดินนั้นโด่งดังมากจริงๆ
“เย่เยี่ยนเหรอ?”
หลินหยางรีบหมุนตัวหันกลับมาทันทีและจ้องมองด้วยดวงตาอันคมกรับ
แตก็เห็นเพพียงกลุ่มนั้นที่เดินเข้าไปในปากมังกร
คนเหล่านี้ล้วนสวมเสื้อคลุมสีทองลายมังกร และดูสง่างามและมีอำนาจเหนือกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีสีสัน
ผู้ที่เดินนำอยู่ข้างหน้าก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเจ้าตำหนักเทียนเสิน เย่เหยียน!
สีหน้าของเขาไม่แยแส หล่อเหลาราวกับเทพเจ้า และออร่าของเขาก็เปล่งประกายไปทุกที่
มีดาบยาวสีทองห้อยอยู่บนเอวของเขา ซึ่งทรงพลังและพิเศษมากจนทำให้ผู้คนตื่นตาตื่นใจ
ช่างเป็นกิเลนที่เย่อหยิงอะไรเช่นนี้!
เพียงแค่ออร่านี้ก็สามารถครอบงำฉางหลานเทียนเจวี๋ยให้เลื่อมใสได้อย่างสมบูรณ์!
แต่สิ่งที่ทำให้ หลินหยางประหลาดใจก็คือมีคนติดตามเย่เหยียนที่ดูแล้วช่างคุ้นเคย



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...